ชาวบ้านรวมตัวเลี้ยงผึ้งโพรง สร้างรายได้ปีละ 1 ล้านบาท

เลี้ยงผึ้งโพรงแปลงใหญ่จับขายได้ราคาดี โดยเฉพาะน้ำผึ้งเดือน 5 มีลูกค้าสั่งซื้อเข้ามาเป็นจำนวนมาก สามารถสร้างรายได้ให้กับชุมชนกว่า 1,000,000 บาทต่อปี

วันที่ 17 เมษายน 2561 นายประยูร หนูเหมือน อายุ 63 ปี ประธานวิสาหกิจชุมชนกลุ่มเลี้ยงผึ้งโพรงบ้านไสใหญ่ หมู่ที่ 7 ต.อ่าวตง อ.วังวิเศษ จ.ตรัง พร้อมสมาชิกจำนวน 49 คน ช่วยกันเก็บน้ำผึ้งจากลังผึ้งโพรง ซึ่งสมาชิกกลุ่มเลี้ยงไว้ตามบ้านรวมกันแล้วจำนวน 1,520 ลัง เพื่อส่งขายให้ทันกับความต้องการของลูกค้า ซึ่งส่วนใหญ่จะสั่งเป็นน้ำผึ้งสดๆ มีตั้งแต่ราคาขวดละ 100-500 บาท

โดยเชื่อว่าน้ำผึ้งมีสรรพคุณทางยามากมาย ทั้งยังสามารถรักษาแผลน้ำร้อนลวกได้และยังช่วยบำรุงร่างกายให้สดชื่น ลดริ้วรอยเหี่ยวย่น โดยเป็น 1 อาหารที่ใช้ในการกวนข้าวมธุปายาสเพื่อถวายแด่พระพุทธเจ้าด้วย โดยเฉพาะน้ำผึ้งเดือน 5 ซึ่งมีลูกค้าสั่งซื้อเข้ามาเป็นจำนวนมาก

เนื่องจากเป็นช่วงหน้าแล้งจะทำให้รสชาติของน้ำผึ้งหวานเข้มข้นและสีสันสวยงามกว่าฤดูอื่น ซึ่งสมาชิกได้รวมกลุ่มกันเลี้ยงผึ้งโพรงในระบบส่งเสริมการเกษตรแปลงใหญ่เมื่อประมาณ 3 ปีที่ผ่านมา โดยสมาชิกแต่ละคนจะเลี้ยงผึ้งโพรงไว้ตั้งแต่ 30-100 ลัง และทยอยเก็บน้ำผึ้งได้ทุก 3 เดือน

และนอกจากจะขายเป็นน้ำผึ้งสดแล้ว ยังมีการแปรรูปเป็นสบู่ ครีมนวด แชมพู ยาหม่องและอื่น ๆ วางขายในกลุ่มวิสาหกิจชุมชนบ้านไสใหญ่ตลอดทั้งปี เพื่อให้นักท่องเที่ยวที่เข้ามาเที่ยวชมหมู่บ้าน ได้มีโอกาสซื้อผลิตภัณฑ์จากน้ำผึ้งกลับไปเป็นของฝากหรือของที่ระลึก สร้างรายได้ให้กับชุมชนกว่า 1,000,000 บาทต่อปี

นอกจากนี้ ยังมีการขายลังเลี้ยงผึ้ง การสอนวิธีการเลี้ยงผึ้งและการแปรรูปให้กับเกษตรกรที่สนใจ โดยผึ้ง 1 ลังจะเก็บน้ำผึ้งขวดใหญ่ได้ตั้งแต่ 3-7 ขวด ทำรายได้ให้กับกลุ่มวิสาหกิจชุมชนบ้านไสใหญ่ไม่ต่ำกว่า 20,000 บาทต่อคนต่อปี

ด้านนายประยูร หนูเหมือน ประธานวิสาหกิจชุมชนบ้านไสใหญ่ ต.อ่าวตง อ.วังวิเศษ จ.ตรัง กล่าวว่า ตนเลี้ยงผึ้งมาตั้งแต่ปี 2557 มีอยู่ประมาณ 30 ลังมีขายตั้งแต่ราคาขวดละ 100-500 บาท สร้างรายได้ปีที่แล้วกว่า 20,000 บาทเลยทีเดียว ซึ่งบางส่วนได้นำมาแปรรูปเป็นสบู่ แชมพู ครีมนวดและยาหม่องมีวางขายตลอดทั้งปี ส่วนใหญ่ลูกค้านิยมนำไปบริโภคสดเพราะเชื่อว่าเป็นสมุนไพร

กรมควบคุมโรคยัน! วัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า ขณะนี้ยังมีเพียงพอ

กรมควบคุมโรค เผย วัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าในคนมีระบบสนับสนุนวัคซีนที่สามารถบริหารจัดการได้ทั้งประเทศ เตรียมดำเนินการตามคำแนะนำใหม่ของ WHO พร้อมชี้แจงเร็วๆ นี้

วันนี้ (17 เมษายน 2561) นายแพทย์สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า จากรายงานข่าวเรื่องความกังวลความขาดแคลนของวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าในคนนั้น ทางกรมควบคุมโรคและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงดังกล่าวแล้ว พบว่าปัจจุบันในภาพรวมทั้งประเทศถือว่า ปริมาณวัคซีนที่มีใช้ในหน่วยบริการยังมีเพียงพอสัมพันธ์สถานการณ์โรค สถานการณ์ผู้สัมผัสโรคที่เข้ารับบริการ แต่มีเพียงบางพื้นที่เท่านั้นที่มีปัญหาการกระจายของวัคซีน

ทั้งนี้ เมื่อปลายเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา กรมควบคุมโรคได้จัดให้มีการประชุมหารือร่วมกับเครือข่ายที่เกี่ยวข้องเพื่อวางแผนและจัดระบบการกระจายวัคซีนในพื้นที่ที่ขาดแคลน โดยล่าสุดเมื่อวันที่ 15 เมษายนที่ผ่านมา ได้แจ้งแนวทางปฏิบัติให้แก่นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดทุกแห่งทราบเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยจะมีระบบเขตสุขภาพรองรับในการควบคุมกำกับและบริหารจัดการเรื่องการกระจายวัคซีนใช้ภายในเขตอย่างเพียงพอ

ส่วนหน่วยบริการในพื้นที่ กทม. นั้นได้มีการประสานงานกับ สำนักอนามัย กทม. อย่างใกล้ชิด และจะได้มีการประชุมหารือกันเพื่อประเมินสถานการณ์ นอกจากนี้ กรมควบคุมโรค ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ได้ร่วมกันหารือกับบริษัทผู้ผลิตวัคซีน เพื่อเตรียมการจัดหาเพิ่มเติม และการกระจายวัคซีนให้กับผู้รับบริการทั้งหน่วยบริการภาครัฐและเอกชน

ส่วนข้อเสนอเรื่องการปรับเปลี่ยนแนวปฏิบัติการฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าในคน ตามคำแนะนำองค์การอนามัยโลก (WHO) ล่าสุด คือเปลี่ยนจากการฉีดเข้ากล้ามเนื้อ (IM) มาเป็นฉีดเข้าผิวหนัง (ID) นั้น เป็นข้อแนะนำเพื่อจะช่วยลดปริมาณการใช้วัคซีนลง เรื่องดังกล่าวได้เสนอให้คณะกรรมการวิชาการภายใต้ พ.ร.บ.โรคติดต่อ พ.ศ.2558 พิจารณาเรื่องนี้แล้ว

ทั้งนี้ คณะกรรมการฯ ไม่ได้มีความเห็นขัดแย้งกับแนวปฏิบัติใหม่ขององค์การอนามัยโลกแต่อย่างใด หากแต่ยังมีข้อกังวลเรื่องเทคนิคการฉีดเข้าผิวหนัง และอาจมีความจำเป็นต้องปรับให้เป็นแนวทางที่ใช้ในประเทศไทย อาทิ จำนวนครั้งการฉีด การฉีดก่อนและหลังสัมผัสโรค ซึ่งต้องอาศัยผู้เชียวชาญกลั่นกรองให้ถูกต้อง ทั้งนี้ จะมีการชี้แจงทำความเข้าใจให้ชัดเจนแก่บุคลากรทางการแพทย์ ในเร็วๆ นี้

ขณะนี้ ขอให้ประชาชนต้องปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรคอย่างเคร่งครัด หากถูกสุนัข แมวกัดหรือข่วน และมีแผลแม้เพียงเล็กน้อย ต้องล้างแผลให้สะอาดด้วยน้ำและสบู่อย่างน้อย 10 นาที และใส่ยาโพวิโดนไอโอดีน (เบตาดีน) หลังล้างแผล เพื่อลดปริมาณเชื้อที่จะเข้าสู่ร่างกาย จากนั้นรีบไป พบแพทย์ทันที เพื่อพิจารณาเรื่องการฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า ซึ่งหากได้รับการฉีดวัคซีนแล้ว ควรไปรับวัคซีนตามนัดทุกครั้ง หากประชาชนมีข้อสงสัย สามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร. 1422

วธ. จัดงานใต้ร่มพระบารมี 236 ปี กรุงรัตนโกสินทร์

กระทรวงวัฒนธรรม เตรียมจัดกิจกรรมการรณรงค์งานมหกรรมวัฒนธรรมรัตนโกสินทร์ “ใต้ร่มพระบารมี 236 ปี” กรุงรัตนโกสินทร์  ระหว่างวันที่ 21-25 เมษายน 2561

วันนี้ (17 เม.ย. 61) ที่ ห้องโถงกลาง ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล ก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม และคณะ เข้าพบพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เพื่อประชาสัมพันธ์การจัดกิจกรรมการรณรงค์งานมหกรรมวัฒนธรรมรัตนโกสินทร์ “ใต้ร่มพระบารมี 236 ปี” กรุงรัตนโกสินทร์

โอกาสนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมได้กล่าวรายงานว่า วธ. ร่วมกับหน่วยงานรัฐและภาคเอกชน จัดงานมหกรรมวัฒนธรรมใต้ร่มพระบารมี 236 ปี กรุงรัตนโกสินทร์ ระหว่างวันที่ 21-25 เมษายน 2561 รวม 5 วัน เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ปฐมกษัตริย์แห่งราชวงศ์จักรีที่ทรงสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์และเพื่อเทิดพระเกียรติพระมหากษัตริย์ไทยทุกพระองค์ในราชวงศ์จักรีที่ได้ทรงนำพาและพัฒนาประเทศให้เป็นปึกแผ่นและมีความเจริญรุ่งเรืองมา ครบรอบ 236 ปี

โดยงานครั้งนี้มีพิธีเปิดในวันที่ 21 เมษายน 2561 เวลา 18.15 น. ณ ลานพลับพลามหาเจษฎาบดินทร์ กรุงเทพมหานคร และมีริ้วขบวนที่แสดงถึงประวัติความเป็นมาของกรุงรัตนโกสินทร์และเหตุการณ์สำคัญสมัยรัชกาลที่ 1 ถึงรัชกาลที่ 10 ภายใต้แนวคิด “รัตนโกสินทร์เรือนรอง” จำนวน 11 ริ้วขบวน

ได้แก่ 1) เฉลิมฉลอง 236 ปี กรุงรัตนโกสินทร์ 2) รัชกาลที่ 1 สร้างบ้านแปงเมือง 3) รัชกาลที่ 2 ฟูเฟื่องวรรณกรรม 4) รัชกาลที่ 3 เลิศล้ำเศรษฐกิจ 5) รัชกาลที่ 4 แนวคิดอารยะ 6) รัชกาลที่ 5 วัฒนะสู่สากล 7) รัชกาลที่ 6 มากล้นการศึกษา 8) รัชกาลที่ 7 ประชาธิปไตย 9) รัชกาลที่ 8 นำไทยสามัคคี 10) รัชกาลที่ 9 พระบารมีเปี่ยมล้น และ 11) รัชกาลที่ 10 ประชาชนเปี่ยมสุข โดยประชาชนสามารถแต่งกายด้วยชุดไทยสมัยต่าง ๆ เข้าร่วมริ้วขบวนดังกล่าวได้ โดยพร้อมเพรียงกัน

ทั้งนี้ ริ้วขบวนจะเริ่มเคลื่อนจากพลับพลามหาเจษฎาบดินทร์ ผ่านถนนราชดำเนินกลางสนามหลวงและถึงโรงละครวังหน้า ส่วนกิจกรรมด้านศาสนามีในวันที่ 21 เมษายน 2561 เวลา 07.00 น. มีพิธีบำเพ็ญกุศลถวายแด่สมเด็จพระบูรพมหากษัตริยาธิราชและพิธีทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ 237 รูป ณ ลานคนเมือง หน้าศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร

และเวลา 08.30 น. พิธีบวงสรวงศาลหลักเมืองกรุงเทพมหานคร ณ ศาลหลักเมืองกรุงเทพมหานคร หลักจากนั้น เวลา 10.00 น. มีพิธี 5 ศาสนามหามงคล ณ โรงละครแห่งชาติ (โรงใหญ่) นอกจากนี้ มีกิจกรรมในพื้นที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร และรอบเการัตนโกสินทร์ ได้แก่

1. โรงละครแห่งชาติ (โรงใหญ่) วันที่ 21-25 เมษายน 2561 เวลา 16.00-19.00 น. กิจกรรมสุดยอดการแสดงยุครัตนโกสินทร์และการแสดงจากมิตรประเทศ ได้แก่ การแสดงนาฏยหุ่นไทย (ชุมนุมหุ่นไทย) โขนเรื่อง “รามเกียรติ์ ชุดรามราชจักรี” อุปรากรจีน (งิ้ว) เรื่อง รามเกียรติ์ และกิจกรรมในโซน “เสน่ห์ไทยวันวาน” มีการสาธิตภูมิปัญญาและจำหน่ายอาหารไทยโบราณ บริการให้เช่าชุดไทยย้อนยุค แต่งกายย้อนยุคถ่ายภาพย้อนวันวาน

2. โรงละครแห่งชาติ (โรงเล็ก) วันที่ 22-24 เมษายน 2561 เวลา 13.00-15.00 น. เสวนาทางวิชาการที่เกี่ยวเนื่องกับกรุงรัตนโกสินทร์

3. พิพิธภันฑสถานแห่งชาติ พระนคร วันที่ 21-25 เมษายน 2561 เวลา 14.00-21.00 น. จัดเป็นโซน “เสน่ห์ไทยเมื่อวันวาน” มีการสาธิตภูมิปัญญาและจำหน่ายอาหารไทยโบราณ บริการให้เช่าชุดไทยย้อนยุค แต่งการย้อนยุคถ่ายภาพย้อนวันวาน และการแสดงทางวัฒนธรรม ประกอบด้วย หุ่นละครเล็กคลองบางหลวง มหกรรมการแสดงพื้นบ้านนานาชาติ และกิจกรรมยลวังหน้ายามเย็น เยี่ยมพิพิธภัณฑ์ยามค่ำ

4. สวนสันติชัยปราการ (บางลำพู) วันที่ 21-25 เมษายน 2561 จัดเป็นโซน “เสน่ห์บางกอก” สาธิตและจำหน่ายอาหารของดีวิถีชุมชน กรุงเทพมหานคร ร้านค้าของที่ระลึกชุมชนในบางกอก จุดถ่ายภาพ วิถีวัฒนธรรมชุมชนบางลำพู การแสดงทางวัฒนธรรม เวลา 18.00-21.00 น. ประกอบด้วย การแสดงดนตรีไทยจากดุริยประณีตชุมชนบางลำพู ละครนอก โขนสด และมีมัคคุเทศก์น้อยนำชมงาน

5. ลานคนเมือง หน้าศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร วันที่ 21-25 เมษายน จัดเป็นโซน “เสน่ห์วิถีถิ่น วิถีไทย” ตลาดประชารัฐร่วมใจ ของดีบ้านฉันจาก 4 ภาค สาธิตวิถีชีวิตชุมชน ประเพณีและวัฒนธรรมท้องถิ่น จำหน่ายสินค้าและอาหารพื้นนเมือง และกิจกรรมการแสดงพื้นบ้าน เวลา 18.00-21.30 น. ประกอบด้วย มหกรรมการแสดงพื้นบ้าน มหกรรมการแสดงพื้นบ้านนานาชาติ คอนเสิร์ตศิลปินแห่งชาติ เป็นต้น

6. รอบเกาะรัตนโกสินทร์ วันที่ 21-25 เมษายน มีกิจกรรม ประกอบด้วย นิทรรศการและการแสดงต่างคล้าย ใช่เลย นิทรรศการและมหกรรมการแสดงพื้นบ้านนานาชาติ ที่หอศิลป์ร่วมสมัยราชดำเนิน กิจกรรมไหว้พระเสริมสิริมงคล เยี่ยมยล ชมวัง พิพิธภัณฑ์ หอศิลป์ และศาสนสถาน เช่น วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม วัดสุทัศนเทพวราราม วันบางขุนพรหม วังปารุสกวัน พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร นิทรรศน์รัตนโกสินทร์ มิวเซียมสยาม พิพิธภัณฑ์บางลำพู เทวสถาน เป็นต้น

ประชาชนสามารถเข้าชมโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย และมีรถโดยสารให้บริการฟรี ทั้งนี้จะมีพิธีปล่อยขบวนรถในวันที่ 21 เมษายน เวลา 09.30 น. ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ผ่านสถานที่ต่าง ๆ รอบเกาะรัตนโกสินทร์ และสิ้นสุดที่วัดมหาธาตุยุวราชังสฤษฎิ์

7. โรงภาพยนตร์สกาล่า วันที่ 24-27 เมษายน กิจกรรมชมสุดยอดภาพยนตร์ไทยในสมัยรัชกาลที่ 9 และนิทรรศการ จำนวน 10 เรื่อง นอกจากนี้ จัดประกวดภาพถ่ายวัฒนธรรมไทยในสมัยรัชกาลที่ 10 เมษายนระหว่างเดือนจนถึงพฤษภาคมนี้ ทั้งนี้ ติดต่อสอบถามได้ที่สายด่วนวัฒนธรรม โทร 1765 หรือ www.m-culture.go.th