แนะหลีกเลี่ยง 10 อาหาร เสี่ยงโรคอาหารเป็นพิษ ยึดหลัก “สุก ร้อน สะอาด”

กรมควบคุมโรค ห่วงประชาชนป่วยโรคอาหารเป็นพิษช่วงเทศกาลสงกรานต์ หลังอากาศที่ร้อนอย่างต่อเนื่อง อาหารจะบูดเสียได้ง่าย แนะหลีกเลี่ยง 10 อาหารเสี่ยงโรคอาหารเป็นพิษ

วานนี้ (12 เมษายน 2561) นายแพทย์สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค กลาวว่า อุณหภูมิที่สูงขึ้นในช่วงฤดูร้อน ทำให้ประชาชนต่างเริ่มป่วยด้วยโรคจากอาหารและน้ำที่ปนเปื้อนเชื้อโรคมากขึ้น เนื่องจากเชื้อโรคที่ปนเปื้อนในอาหารอาจเพิ่มจำนวนขึ้นอย่างรวดเร็ว จึงทำให้อาหารบูดเสียได้ง่าย ประกอบกับใกล้เข้าสู่ช่วงเทศกาลสงกรานต์ ประชาชนมักจะซื้ออาหารหรือน้ำดื่มจากนอกบ้านมารับประทานร่วมกันเพื่อเฉลิมฉลองเทศกาล ซึ่งอาจมีเมนูอาหารที่เสี่ยงต่อการเกิดโรคระบบทางเดินอาหารหรือทำให้ป่วยด้วยโรคอาหารเป็นพิษได้

ข้อมูลสำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม – 9 เมษายน 2560 พบผู้ป่วยโรคอาหารเป็นพิษ 37,312 ราย ไม่พบรายผู้เสียชีวิต กลุ่มอายุที่พบมากที่สุด คือ 15 – 24 ปี รองลงมาอายุ 25 – 34 ปี และ 45 – 54ปี ซึ่งพบการกระจายทั่วทุกภูมิภาค โดยส่วนใหญ่กระจายอยู่ที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคเหนือ

เทศกาลสงกรานต์ ประชาชนจะเฉลิมฉลองด้วยเครื่องดื่มและรับประทานอาหารร่วมกันของคนในครอบครัว ทั้งนี้ อาหารที่ประชาชนควรระมักระวังเป็นพิเศษได้แก่ 1.ลาบ/ก้อยดิบ 2.ยำกุ้งเต้น 3.ยำหอยแครง/ยำทะเล 4.ข้าวผัดโรยเนื้อปู 5.อาหารหรือขนมที่มีส่วนประกอบของกะทิสด 6.ขนมจีน 7.ข้าวมันไก่ 8.ส้มตำ 9.สลัดผัก และ10.น้ำแข็งที่ผลิตไม่ได้มาตรฐาน

รวมถึงหลีกเลี่ยงการปรุงโดยวิธีลวกหรือพล่าสุกๆ ดิบๆ นอกจากนี้ อาหารกล่องควรแยกกับข้าวออกจากข้าว และควรรับประทานภายใน 2- 4 ชั่วโมงหลังจากปรุงเสร็จ และหากมีกลิ่นผิดปกติไม่ควรรับประทาน

สำหรับผู้เดินทางท่องเที่ยวในช่วงเทศกาล ควรเลือกร้านที่แน่ใจว่าสะอาดหรือมีเครื่องหมายรับรองความปลอดภัย เลือกรับประทานน้ำดื่ม หรือน้ำแข็งที่มีคุณภาพ สำหรับประชาชนทั่วไป ขอให้ยึดหลัก “สุก ร้อน สะอาด” รับประทานอาหารปรุงสุกใหม่ๆ ไม่มีแมลงวันตอม ล้างมือด้วยน้ำและสบู่บ่อยๆ ในส่วนอาหารที่ปรุงประกอบไว้นานแล้ว ขอให้สำรวจอาหารก่อน หากมีกลิ่น รส หรือรูปเปลี่ยนไป ไม่ควรรับประทานต่อ อาหารที่ไม่เปลี่ยนแปลงควรอุ่นอาหารให้ร้อนก่อนรับประทาน

“ประชาชนที่จะทำบุญ ตักบาตรในวันสงกรานต์ กรมควบคุมโรคขอเชิญชวนให้ตักบาตรด้วยอาหารที่ปรุง “สุก ร้อน สะอาด” รวมถึงถวายภัตตาหารที่ปรุงรสชาติให้ลดหวาน มัน เค็ม เพื่อลดความเสี่ยงแก่พระสงฆ์ต่อการเกิดโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) เช่น โรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน โรคหลอดเลือดหัวใจ หรือ ภาวะอ้วน เป็นต้น ประชาชนสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร. 1422” นายแพทย์สุวรรณชัย กล่าว

เตือน! เลี่ยงดื่มเหล้าช่วงอากาศร้อนจัด เสี่ยง “ฮีทสโตรก” ช็อก เสียชีวิตได้

กระทรวงสาธารณสุข เตือนประชาชนหลีกเลี่ยงการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ฉลองสงกรานต์ช่วงกลางวัน เสี่ยงเป็นโรคฮีทสโตรกจากสภาพอากาศร้อน ช็อก เสียชีวิตได้

วานนี้ (12 เมษายน 2561) นายแพทย์โอภาส การย์กวินพงศ์ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข และโฆษกกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ว่า ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ สภาพอากาศที่ร้อนจะทำให้อุณหภูมิร่างกายสูงขึ้น และหากดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ท่ามกลางอากาศร้อนจัด จะมีความเสี่ยงเป็นโรคลมแดด โรคลมร้อน หรือฮีทสโตรก อาจเกิดอาการช็อกและเสียชีวิตได้หากไม่ได้รับการดูแลทันท่วงที

จึงขอแนะนำประชาชนให้หลีกเลี่ยงการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในตอนกลางวัน เนื่องจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จะมีผลให้หลอดเลือดที่บริเวณผิวหนังขยายตัว ทำให้เกิดการระบายความร้อนออก มีการปรับเปลี่ยนอัตราและการหมุนเวียนของโลหิต ปัสสาวะบ่อย ทำให้สูญเสียน้ำและเกลือแร่สูงกว่าผู้ที่ไม่ได้ดื่ม โดยเฉพาะผู้สูงอายุ ผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ คนอ้วน หรือผู้ที่พักผ่อนไม่เพียงพอ จะยิ่งมีความเสี่ยงมากขึ้น

นายแพทย์โอภาสกล่าวต่อว่า ในการป้องกันโรคฮีทสโตรก ทำได้โดยการดื่มน้ำสะอาดให้มาก ๆ และบ่อย ๆ เนื่องจากน้ำจะเป็นตัวควบคุมอุณหภูมิของร่างกายให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ วิธีการสังเกตว่าร่างกายได้รับน้ำเหมาะสมเพียงพอหรือไม่ สามารถสังเกตง่ายๆ จากสีของน้ำปัสสาวะ หากมีสีเหลืองจางๆ แสดงว่าได้รับน้ำเพียงพอ แต่ถ้ามีสีเหลืองเข้มคล้ายน้ำชา และปัสสาวะออกน้อยแสดงว่าได้รับน้ำไม่เพียงพอ จะต้องดื่มน้ำให้มาก ๆ

หากพบผู้มีอาการฮีทสโตรก มีอาการตัวร้อนจัดขึ้นเรื่อย ๆ แต่ไม่มีเหงื่อออก กระหายน้ำมาก วิงเวียน ปวดศีรษะ มึนงง คลื่นไส้ หายใจเร็ว อาเจียน ให้รีบนำเข้าที่ร่ม อากาศถ่ายเทสะดวก ให้นอนราบยกเท้าทั้งสองข้างขึ้นสูงเพื่อเพิ่มการไหลเวียน ถอดเสื้อผ้าให้เหลือน้อยชิ้น คลายชุดชั้นใน และใช้ผ้าชุบน้ำเย็น น้ำแข็งประคบตามซอกคอ หน้าผาก รักแร้ ขาหนีบ ร่วมกับใช้พัดลมเป่า เพื่อระบายความร้อน ลดอุณหภูมิร่างกายให้เร็วที่สุด หากไม่หมดสติให้ดื่มน้ำเปล่ามาก ๆ และส่งผู้ป่วยไปที่โรงพยาบาล หรือโทรสายด่วน 1669

งดงาม ! อยุธยาแต่งชุดไทยทำบุญเมืองวันปีใหม่ไทย

ประชาชนชาว​อยุธยาพร้อมใจกันแต่งกายด้วยชุดไทย เดินทางมาทำบุญในโอกาสวันปีใหม่ไทย ที่วัดพระศรีสรรเพชญ์

วันที่ 13 เม.ย.ที่โบราณสถานวัดพระศรีสรรเพชญ์ ภายในอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา นายสุจินต์ ไชยชุมศักดิ์ ผวจ.พระนครศรีอยุธยา นำข้าราชการ ประชาชน ชาวจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ร่วมกันทำบุญ 668ปี แผ่นดินกรุงศรีอยุธยา โดยมีพระสงฆ์ทรงสมณศักดิ์ สวดเจริญพระพุทธมนต์

จากนั้นพระสงฆ์ 99 รูป ออกเดินรับบิณฑบาต ประชาชนกว่า 1000 คนร่วมในพิธี ต่าง แต่งกายด้วยชุดไทย และผ้าไทยอย่างสวยงาม เป็นการทำบุญวันสงกรานต์หรือวันปีใหม่ไทย และในเดือนเมษายนเป็นเดือนที่มีการสถาปนาแผ่นดินกรุงศรีอยุธยา เป็นราชธานี ครบรอบ668 ปี จึงได้จัดพิธีทำบุญเมืองเพื่อความเป็นศิริมงคล และอุทิศส่วนกุศลให้กับบูรพกษัตริในแผ่นดินกรุงศรีอยุธยา