เฮลั่น! สคบ. เตรียมใช้สัญญาเช่าซื้อรถแบบใหม่ ลดต้น-ลดดอก เริ่ม 1 ก.ค. นี้

สคบ. เตรียมใช้สัญญาเช่าซื้อรถแบบใหม่ ที่ช่วยลดเงินต้นและดอกเบี้ย เพื่อแก้ปัญหาการเอาเปรียบผู้บริโภค เริ่ม 1 ก.ค. นี้

สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค หรือ สคบ. เตรียมประกาศใช้กฎหมายใหม่ เรื่องให้ธุรกิจให้เช่าซื้อรถยนต์และรถจักรยานยนต์เป็นธุรกิจที่ควบคุมสัญญา พ.ศ.2561 ซึ่งจะมีผลบังคับใช้วันที่ 1 กรกฎาคม นี้ หลังที่ผ่านมาได้รับการร้องเรียนจากประชาชนว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม เนื่องจากสัญญาเช่าซื้อค่อนข้างเอารัดเอาเปรียบ

ซึ่งประกาศฉบับดังกล่าว ระบุว่า อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงต่อปี หมายความว่า อัตราดอกเบี้ย สําหรับสินเชื่อเช่าซื้อในลักษณะของการคิดดอกเบี้ยแบบลดต้นลดดอก เช่นเดียวกับการคํานวณดอกเบี้ย สินเชื่อเพื่อซื้อที่อยู่อาศัย โดยคิดดอกเบี้ยจากเงินต้นคงเหลือในแต่ละงวด

โดยข้อสัญญาที่กําหนดให้ผู้ให้เช่าซื้อคิดเบี้ยปรับในกรณีที่ผิดนัดชําระค่างวดตามสัญญาเช่าซื้อ เกินกว่าอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงต่อปี บวกร้อยละ 3 ต่อปี แต่ต้องไม่เกินอัตราร้อยละ 15 ต่อปี ส่วนกรณีที่ผู้เช่าซื้อจะขอชําระเงินค่าเช่าซื้อทั้งหมดในคราวเดียว โดยไม่ผ่อนชําระเป็นรายงวดตามสัญญาเช่าซื้อ เพื่อปิดบัญชีนั้น / ผู้ให้เช่าซื้อจะต้องให้ส่วนลดแก่ผู้เช่าซื้อ ในอัตราไม่น้อยกว่าร้อยละ50 ของดอกเบี้ยเช่าซื้อ ที่ยังไม่ถึงกําหนดชําระ

ขอบคุณภาพ https://auto.mthai.com/news/tips/56597.html

รวบแก๊งวัยรุ่น รุมยำ รปภ.คอนโดฯ-ลูกชายสาหัส

ชุดสืบสวน สน.ห้วยขวาง รวบวัยรุ่นเมาเบียร์ ยกพวกรุมทำร้าย รปภ.คอนโดมิเนียม และลูกชาย บาดเจ็บสาหัส เหตุฉุนโดนต่อว่าทิ้งขวดเบียร์ไม่ลงถัง

วันนี้(6 เม.ย.) พันตำรวจเอก นครินทร์ สุคนธวิท รองผู้บังคับการตำรวจนครบาล 1 และ พันตำรวจเอก กัมพล รัตนประทีป ผู้กำกับการสถานีตำรวจนครบาล (สน.)ห้วยขวาง ร่วมแถลงจับกุม นายน้ำเพชร ดอกกุหลาบ นายวุฒิชัย คำสวัสดิ์ และเยาวชนอายุ 18 ปี อีก 2 คน ที่ร่วมกันรุมทำร้าย นายอชิระ ปรีชากิจโกศล เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย (รปภ.) วัย 40 ปี และลูกชาย คือ นายศิริพงษ์ ปรีชากิจโกศล อายุ 18 ปี บาดเจ็บสาหัส เมื่อกลางดึกวันที่ 2 เมษายน ที่ผ่านมา

โดยก่อนเกิดเหตุ นายอชิระ และเพื่อน รปภ.ได้เข้าไปเตือนผู้ต้องหา ที่มานั่งดื่นเบียร์ใต้คอนโดมิเนียม แล้วไม่ยอมทิ้งขวดให้ลงถังขยะ แถมยังเตะจนแตก กระทั่งสองฝ่ายมีปากเสียงกัน และกลุ่มผู้ต้องหาได้แชตเรียกพรรคพวก ให้นำอาวุธบุกเข้าคอนโดฯมาทำร้ายฝ่าย รปภ. ซึ่งเมื่อมาถึงออฟฟิศ รปภ.ทางผู้ก่อเหตุเห็น 2 ผู้เสียหาย จึงตรงเข้าทำร้าย แล้วหลบหนีไป ต่อมา ชุดสืบสวนตรวจสอบกล้องวงจรปิด จนทราบว่าผู้ก่อเหตุ เป็นกลุ่มวัยรุ่นย่านห้วยขวาง จึงรวบรวมพยานหลักฐาน และขออนุมัติศาลออกหมายจับ กระทั่งจับกุมได้ดังกล่าว

เบื้องต้น ผู้ต้องหารับสารภาพว่า ทำลงไปเพราะเมาสุรา ตำรวจจึงแจ้งข้อหา ร่วมกันบุกรุกเคหะสถานในเวลากลางคืนโดยมีอาวุธ และร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนได้รับอันตรายสาหัส ก่อนคุมตัวไปขอฝากขังต่อศาลอาญา พร้อมคัดค้านการประกันตัว

นอกจากนี้ ยังมีผู้ต้องหาเยาวชนอีก 4 คน ที่เข้ามอบตัวในเวลาต่อมา แต่ยังเหลือผู้ต้องหาอีก 5 คน ที่อยู่ระหว่างติดตามจับกุม ซึ่งตำรวจทราบเบาะแสหมดแล้ว และคาดว่าจะจับกุมได้โดยเร็ว

สั่งปิด! เนอสเซอรี่พี่เลี้ยงทำร้ายเด็ก10 เดือน พบไม่มีใบอนุญาต

นายอำเภอบางละมุง จ.ชลบุรี ลงพื้นที่ตรวจสอบสถานรับเลี้ยงเด็ก หลังเกิดเหตุพี่เลี้ยงทำร้ายเด็กวัย 10 ขวบ พร้อมสั่งปิดกิจการไม่มีกำหนด ขณะที่เพื่อนบ้าน ระบุเห็นคนในบ้านทำร้ายเด็กบ่อยครั้ง จนไม่ถูกกับชาวบ้านที่อยู่รอบข้าง

หลังจากที่โซเชียลมีเดียได้เผยแพร่คลิปเหตุการณ์พี่เลี้ยงทำร้ายเด็กวัย 10 เดือน ในสถานที่รับเลี้ยงเด็กแห่งหนึ่งใน ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี จนเกิดกระแสวิจารณ์ และเรียกร้องให้ตรวจสอบสถานรับเลี้ยงเด็กดังกล่าว ล่าสุด นายนริศ นิรามัยวงศ์ นายอำเภอบางละมุง พร้อมด้วยตำรวจและทหาร ลงพื้นที่ตรวจสอบและพูดคุยกับเจ้าของสถานรับเลี้ยงเด็กที่เป็นข่าว

เบื้องต้นทราบว่า สถานที่นี้ ชื่อว่าบ้านอุ่นลักษณ์ ตั้งอยู่เลขที่ 57/19 ซอยชัยพรวิถี 11 อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี มีลักษณะเป็นบ้านชั้นเดียว มีรั้วรอบขอบชิด พบนางสาวรสริน ริหัด หรือ ครูดาว อายุ 38 ปี เป็นเจ้าของ

ตรวจสอบภายใน พบว่ามีห้องขนาดใหญ่ 1 ห้อง ห้องน้ำ 1 ห้อง ห้องทำกิจกรรม 1 ห้อง แต่ไม่เป็นไปตามมาตรฐานการเปิดสถานที่รับเลี้ยงเด็ก และไม่มีการขออนุญาตเปิดอย่างถูกต้อง จึงสั่งให้ปิดให้บริการไปอย่างไม่มีกำหนด

ขณะที่ นางสาวรสริน เปิดเผยว่า บ้านอุ่นลักษณ์เปิดรับเลี้ยงเด็กมาประมาณ 4 ปี และย้ายมาอยู่บริเวณดังกล่าว ได้ประมาณ 2 ปี ปัจจุบันมีเด็กอยู่ในความดูแล 25-30 คน เบื้องต้นได้แจ้งผู้ปกครองให้ทราบว่า ขณะนี้ขอปิดทำการไปก่อน พร้อมกับขอโทษกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

ทั้งนี้ จากการสอบถามชาวบ้านบริเวณใกล้เคียงทราบว่า เจ้าของสถานรับเลี้ยงเด็กมีลักษณะท่าทางแปลกๆ มักจะตีและด่าทอเด็กเป็นประจำ จนไม่ถูกกับชาวบ้านในบริเวณนั้น