มีคำกล่าวที่ว่า การพูดได้แค่ 2 ภาษานั้นเชยไปแล้วสำหรับยุคนี้ เพราะปัจจุบันการเรียนภาษาที่ 3 เป็นการช่วยเพิ่มโอกาสในด้านต่าง ๆ มากมาย ทั้งการทำงาน ไปจนถึงประโยชน์ทางด้านธุรกิจ ทำให้ทางการไทยหลายองค์กรออกนโยบายมาเพื่อส่งเสริมให้แรงงานฝึกทักษะภาษาที่ 3 เพราะยังเป็นทักษะที่แรงงานไทยยังขาดอยู่
ในช่วงที่ผ่านมาเรียกได้ว่ารัฐบาลไทยพยายามกระตุ้นให้ประชาชน เล็งเห็นความสำคัญของการเรียนภาษาหลังการเข้าสู่ประชาคมอาเซียนอย่างเป็นทางการ นอกจากนี้คนไทยมีความตื่นตัว และให้ความสนใจในการเดินทางไปทำงานต่างประเทศ ซึ่งมีผู้คนมากมายไขว้คว้าโอกาสนี้ เนื่องจากการทำงานในต่างแดนนั้นมีค่าจ้างค่าตอบแทนที่สูง และเพิ่มโอกาสในด้านอื่น ๆ อีกมากมาย
ทว่าตลาดแรงงานที่ส่งออกไปยังต่างประเทศ ย่อมต้องการแรงงานที่มีทักษะสูงเนื่องจากมีการแข่งขันที่สูง โดยทักษะหนึ่งที่ถูกพูดถึงมากนั้นคือทักษะทางด้าน ‘ภาษา’ ที่ถือว่าแรงงานไทยยังขาดทักษะนี้อยู่มาก พูดง่าย ๆ ว่าใครที่มีคุณบัติพิเศษนี้ย่อมได้เปรียบกว่าคนที่ไม่มีอย่างแน่นอน
ถือได้ว่าประเทศไทยได้มีข้อตกลงร่วมกันในประชาคมอาเซียนเพื่อเคลื่อนย้ายแรงงานอย่างเสรี 8 อาชีพ ได้แก่ วิศวกร พยาบาล สถาปนิก นักสํารวจ นักบัญชี ทันตแพทย์ แพทย์ และการบริการ การท่องเที่ยว แต่อาชีพอื่นๆ ก็ต้องเตรียมความพร้อมทั้งทางด้านภาษาและวัฒนธรรม เพื่อการทํางานร่วมกันอย่างไม่ติดขัด ซึ่งแรงงานไทยยังมีปัญหาเรื่องการขาดทักษะฝีมือแรงงาน ทักษะภาษา ทั้งที่ในแต่ละปี มีแรงงานไทยเดินทางไปทำงานต่างประเทศในแต่ละปีเป็นจำนวนกว่า 60,000 คน
ทั้งนี้ในไทยเองประสบปัญหาการขาดแคลนแรงงานเนื่องจากไปกระจุกตัวอยู่ในกลุ่มงานที่ถูกมองตามค่านิยม ซึ่งทำให้เอกชนอาจหันไปจ้างงานกับลูกจ้างในอาเซียนที่มีค่าแรงถูกกว่าและมีความขยันมากกว่า ครั้นจะย้ายไปทำงานในประเทศอื่นก็ติดเรื่องภาษาอยู่ดี เพราะฉะนั้นถือว่าภาษาอังกฤษ และภาษาที่ 3 เป็นการเตรียมความพร้อมด้านภาษาให้แรงงานอีกหนึ่งวิธี
ด้วยสาเหตุนี้เองทำให้กระทรวงแรงงานได้เล็งเห็นความสำคัญของการเรียนภาษาที่ 3 โดยเร่งฝึกภาษาให้แรงงานไทย ต้องรู้อย่างน้อย 2 ภาษาเพื่อทำลายอุปสรรคต่าง ๆ ที่เกิดจาก ‘กำแพงของภาษา’ ในระหว่างการทำงานให้หมดไป

ทางด้าน นายสุทธิ สุโกศล อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน (กพร.) กล่าวว่า การพัฒนาทักษะในด้านภาษา นอกจากจะเป็นการเพิ่มขีดความสามารถให้กับแรงงานไทย มีศักยภาพในการแข่งขันสูงขึ้นแล้ว ยังเพิ่มโอกาสในการทำงาน การเลื่อนระดับ การขึ้นเงินเดือน หรือได้รับคัดเลือกให้ติดต่อประสานงานด้านธุรกิจกับสถานประกอบกิจการในต่างประเทศ ทำให้มีโอกาสที่จะประสบความสำเร็จในตำแหน่งหน้าที่มากขึ้น
นอกจากนี้กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน (กพร.)ได้เล็งเห็นความสำคัญของการเรียนภาษาที่ 3 และจัดฝึกอบรมภาษาต่างประเทศโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายแก่ประชาชน เพื่อตอบสนองความต้องการของตลาดแรงงาน ทั้งภาษาอังกฤษ ภาษาเกาหลี ภาษาญี่ปุ่น ภาษาจีน ภาษาท้องถิ่น และภาษาของประเทศเพื่อนบ้าน อาทิ ภาษาพม่า ภาษากัมพูชา เพื่อรองรับการเป็นประชาคมอาเซียน และเขตเศรษฐกิจพิเศษ โดยเนื้อหาในการอบรมเน้นให้ผู้เข้าอบรมสามารถสื่อสารกับชาวต่างชาติ ใช้สื่อสารในการทำงานและชีวิตประจำวันได้
อาจารย์วรพงษ์ เดชะศาศวัต
ส่วนทางด้าน อาจารย์วรพงษ์ เดชะศาศวัต รองอธิการบดีสายงานวิทยาลัยจีน มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิต ได้ให้ความเห็นต่อความสำคัญของทักษะการเรียนภาษาที่ 3 ว่ามีประโยชน์อย่างมากมายเพราะถ้าเรารู้แต่ภาษาไทย เวลาที่เราไปติดต่อธุรกิจหรือการค้าที่ต่างประเทศ อาจเกิดอุปสรรค หรือความยากลำบากเพราะฉะนั้นการได้ภาษาที่มากกว่ามีความจำอย่างมาก
โดยภาษาที่ 3 จะช่วยให่เราได้เปรียบในด้านการทำงานมากกว่าผู้ที่ได้เพียงแค่ 1 หรือ 2 ภาษาอย่างแน่นอน เพราะภาษาเป็นเหมือนสื่อกลางที่เชื่อมโยง ให้คนต่างเชื้อชาติเข้าถึงศิลปะวัฒนธรรม และทำให้เกิดความรู้สึกที่ดีและใกล้ชิดต่อกันมากขึ้น รวมถึงสร้างเสน่ห์ต่อชาวต่างชาติที่เราสื่อสารด้วย และเกิดความสะดวกในการเจรจาต่อรองในเรื่องต่าง ๆ ยกตัวอย่างเช่น เมื่อชาวต่างชาติที่เดินทางมาในประเทศไทย ที่กล่าวคำทักทายกับคนไทย เป็นภาษาไทย และยกมือไหว้ ย่อมสร้างความรู้สึกที่ดีแก่คนไทยมากกว่าการพูดภาษาบ้านเกิดของตนเองนั่นเอง
ขอบคุณเว็บไซต์ Tutor Me
ส่วนในด้านการท่องเที่ยว ประเทศไทยมีแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงระดับโลก ที่ชาวต่างชาติเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวและพำนักอยู่ในประเทศไทยเป็นเวลานานหลายเดือน ปีหนึ่ง ๆ มากถึงหลักหลายแสนคน แม้ว่าภาษาอังกฤษจะเป็นภาษากลางที่สามารถสื่อสารเพื่ออำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยวได้ในระดับหนึ่ง แต่ยังมีนักท่องเที่ยวชาวจีนอีกเป็นจำนวนมากที่หลั่งไหลกันเข้ามาเที่ยวในไทยและไม่สามารถพูดภาษาอังกฤษได้ ภาษาจีน จึงเป็นภาษาที่ 3 ที่มาแรงมากในขณะนี้ รวมถึงกลุ่มคนชาติอื่น ๆ ที่มีแนวคิดแบบชาตินิยมและไม่นิยมพูดภาษาอังกฤษอีกหลายชาติเช่นกัน การพูดภาษาอื่น ๆ ได้จึงเปิดโอกาสในด้านการทำงานด้านการท่องเที่ยวอีกทาง
Tutor Me
แม้ภาษาจะไม่ใช่องค์ความรู้ที่แท้จริง แต่การเรียนภาษาใหม่ ๆ นั้นจะนำไปสู่องค์ความรู้ที่กว้างขึ้นอย่างมากมายมหาศาล นอกจากด้านสังคม การทำงาน การเรียนแล้ว คุณหนูดี-วนิษา เคยได้แนะเคล็ดลับกลไกของสมองผ่านเว็บไซต์ ‘กรุงเทพธุรกิจ’ พร้อมทั้งยกงานวิจัยทางด้านสมองและภาษาศาสตร์พบว่า หลังจากมนุษย์เรียน ‘ภาษาที่3’ เป็นต้นไป สมองจะเริ่มปรับเข้าสู่โหมด “ภาษาสากล” กล่าวคือสมองจะเริ่มสร้างความเข้าใจโครงสร้างรวม ๆ ของสิ่งที่เรียกว่า ‘ภาษา’ มนุษย์จะเข้าใจ “โครงสร้างที่แตกต่าง” ของหลายภาษา บางคนเรียกสิ่งนี้ว่า Universal Language Platform หรือ แพลตฟอร์มสำหรับภาษาสากล ซึ่งจะทำให้สมองเปิดรับภาษาต่อ ๆ ไปได้ง่ายขึ้น
อย่างไรก็ตาม การเรียนภาษาในยุคดิจิตอลแบบนี้ก็ไม่ใช่เรื่องยาก และไม่จำเป็นต้องใช้ทุนเยอะอย่างเช่นสมัยก่อนแล้ว เพราะผู้คนนิยมเลือกเรียนภาษาใหม่ ๆ ผ่านทางออนไลน์ ไปจนถึงการเรียนด้วยตัวเองผ่านทางอินเทอร์เน็ต เพราะสะดวก เลือกเวลาเรียนเองได้ สามารถเรียนที่ใดก็ได้ และมีค่าใช้จ่ายที่ต่ำกว่าการเรียนในสถาบันกวดวิชา โดยคอลัมน์ M-Trilingual เป็นสื่อกลาง ให้ข้อมูลเกี่ยวกันการเรียนภาษาต่าง ๆ อย่างเจาะลึก สามารถติดตาม อัพเดท การเรียนภาษาได้ทุกเดือนที่ News.mthai.com