กรมการขนส่งทางบกลงโทษแล้ว! แท็กซี่ไม่รับผู้โดยสาร

กรมการขนส่งทางบกลงโทษแล้ว! แท็กซี่ไม่รับผู้โดยสาร แนะประชาชน กรณีพบรถโดยสารสาธารณะให้บริการไม่ปลอดภัย เอาเปรียบ แจ้งเบาะแส

ตามที่มีการเผยแพร่คลิปผ่านเฟสบุ๊ค ชื่อ ไม่เป็นไรหรอก กรณีแท็กซี่ปฏิเสธไม่รับผู้โดยสาร บริเวณโลตัส ซอยสุขุมวิท 50 เมื่อคืนวันที่ 2 เม.ย. 61 เวลาประมาณ 22.40 น. นั้น

วานนี้ (3 เม.ย. 61) กรมการขนส่งทางบก โดย กองตรวจการขนส่งทางบก ดำเนินการติดตามผู้ขับรถแท็กซี่กระทำความผิดที่ปรากฏในคลิป โดยได้ดำเนินการลงโทษตามกฎหมายทันทีทุกราย ฐานปฏิเสธไม่รับผู้โดยสาร ตามพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ.2522 มาตรา 57 จัตวา ประกอบมาตรา 66/2 ปรับสูงสุดไม่เกิน 1,000 บาท

และส่งตัวเข้ารับการอบรมเพื่อสร้างจิตสำนึกและมาตรการให้บริการจำนวน 3 ชั่วโมง พร้อมบันทึกประวัติการกระทำผิดไว้ที่ศูนย์ข้อมูลประวัติผู้ขับรถสาธารณะ หากตรวจสอบพบการกระทำผิดซ้ำหรือได้รับการร้องเรียนปัญหาการให้บริการอีกในภายหลัง หรือความผิดที่ส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ดำเนินการลงโทษตามกฎหมายขั้นสูงสุด ถึงขั้นพักใช้หรือเพิกถอนใบอนุญาตขับรถสาธารณะทันที

ทั้งนี้ กรมการขนส่งทางบก ได้สั่งกำชับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการเข้มข้นตามมาตรการตรวจสอบการให้บริการรถโดยสารสาธารณะทุกประเภท เพิ่มเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่กวดขันจับกุมอย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันการฉวยโอกาสเอาเปรียบผู้โดยสาร สำหรับประชาชนผู้โดยสาร กรณีพบรถโดยสารสาธารณะให้บริการไม่ปลอดภัย เอาเปรียบ แจ้งเบาะแส ส่งข้อมูลร้องเรียนถึงกรมการขนส่งทางบกได้โดยตรงทุกช่องทาง เช่น หมายเลขทะเบียนรถ ชื่อ-นามสกุลผู้ขับรถ วันเวลาสถานที่เกิดเหตุ จะทำให้การติดตามแก้ไขประเด็นร้องเรียนเป็นไปด้วยความรวดเร็วยิ่งขึ้น

ช่องทางร้องเรียน

1.สายด่วน โทร.1584 ตลอด 24 ชั่วโมง

2.แอพพลิเคชั่น DLT GPS

3.แอพพลิเคชั่น Taxi OK

4.Line ID “1584dlt”

5.เว็บไซต์ http://ins.dlt.go.th/cmpweb/

6.E-Mail : dlt_1584complain@hotmail.com

7.Facebook https://www.facebook.com/dlt1584/

8.ศูนย์บริการข้อมูลภาครัฐ (GCC1111) ทำเนียบรัฐบาล สำนักนายกรัฐมนตรี

9.ส่งจดหมายหรือหนังสือร้องเรียนมายังกรมการขนส่งทางบก

10.เดินทางมาร้องเรียนด้วยตนเอง ที่ศูนย์คุ้มครองผู้โดยสารและรับเรื่องร้องเรียน กรมการขนส่งทางบก

ผู้จัดงานเยียวยา ผู้ได้รับบาดเจ็บ เหตุบอลลูนปลิวตกกระแทกหลังคาโกดัง

จบด้วยดี เหตุบอลลูน ปลิวตกกระแทกหลังคาโกดัง ล่าสุดผู้จัดงานเยียวยาผู้ได้รับบาดเจ็บ ยืนยันชดใช้ค่ารักษาพยาบาลทั้งหมดรวมถึงเงินค่าทำขวัญ

จากกรณีที่เกิดอุบัติเหตุบอลลูน ตกกระแทกหลังคาโกดังกระจายสินค้าบริษัทแห่งหนึ่งในพื้นที่หนองขาม ม.11 ต.หนองขาม อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี หลังนำนักท่องเที่ยวบินขึ้นชมความงามของงานเทศกาลอาหารอร่อย โดยมีนักท่องเที่ยวเป็นครอบครัว พ่อแม่และลูก วัย 3 ปี รวมทั้งเจ้าหน้าที่ควบคุมบอลลูน จำนวน 1 คน

นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ยังพบผู้ได้รับบาดเจ็บอีกจำนวน 4 ราย ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ผู้ดึงเชือกบอลลูนไว้ ไม่ให้ลอยไปไกล ซึ่งก็ได้รับบาดเจ็บเช่นกัน แต่บาดเจ็บเล็กน้อยบริเวณแขนและข้อมือ ได้รับบาดเจ็บเช่นกัน เหตุเกิดเมื่อกลางดึก ของวันที่ 2 เมษายน 2561 เมื่อเวลา 16.30 น. วันที่ 3 เมษายน 2561 ที่ว่าการอำเภอศรีราชา ต.ศรีราชา อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี

นายนริศ ปาลกะวงศ์ ณ อยุธยา ปลัดอาวุโสอำเภอศรีราชา เปิดเผยว่า จากเหตุการณ์บอลลูนตกภายในงานเทศกาลอาหารอร่อย ในเขตพื้นที่ ม.11 ต.หนองขาม อ.ศรีราชา ทั้งนี้ทางอำเภอศรีราชา ก็ได้ทำการตรวจสอบข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น ประกอบกับการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.หนองขาม เพื่อหาสาเหตุที่เกิดขึ้น รวมทั้งจะได้ประสานไปยังผู้จัดงาน เพื่อให้การช่วยเหลือผู้ได้รับบาดเจ็บ ในขณะเดียวกัน ที่โรงพยาบาลสมิติเวช ศรีราชา ต.ศรีราชา อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี

นายโชคชัย ประทีปอุษานนท์ อายุ 54 ปี ในฐานะผู้จัดงานดังกล่าว ได้เข้าเยี่ยมและพูดคุยให้กำลังใจผู้ที่ได้รับบาดเจ็บทั้งครอบครัว พร้อมทั้งรับปากที่จะช่วยเหลือเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบให้ครอบคลุมในทุกด้าน ซึ่งในวันนี้ได้มอบเงินช่วยเหลือเยียวยาผู้ได้รับบาดเจ็บทั้งหมด 3 คน จำนวน 3 หมื่นบาทใน

เบื้องต้น นายโชคชัย กล่าวว่า จากกรณีดังกล่าว ทางผู้จัดงานก็ไม่ได้นิ่งนอนใจแต่อย่างใด พยายามติดตามและตรวจสอบผู้ได้รับบาดเจ็บทั้งหมด ตั้งแต่เกิดเหตุ จนถึงวันนี้ ก็ได้เดินทางเยี่ยมและเยี่ยวยาผู้ได้รับบาดเจ็บ ซึ่งเมื่อเห็นทั้ง 3 คน มีอาการดีขึ้น ตนก็ดีใจ ทั้งนี้สำหรับค่าใช้จ่ายทั้งหมดผู้จัดงานในครั้งนี้ยินดีและพร้อมที่จะให้ชดใช้ค่ารักษาพยาบาลทั้งหมดนี้ จนถึงวันที่ออกจากโรงพยาบาลเลยและยังจะมีการจ่ายค่าทำขวัญด้วยอีกก้อนหนึ่งในกรณีที่ได้รับบาดเจ็บในการขึ้นบอลลูนในครั้งนี้

พบศพหนุ่มใหญ่ ตายปริศนาบนหน้าผาน้ำตก ออกจากบ้านพร้อมเงินกว่า 4 หมื่น

พบศพหนุ่มใหญ่ หายออกจากบ้านพร้อมเงินสดติดตัว 4 หมื่นกว่าบาท ตรงบริเวณหน้าผาน้ำตกโตนปลิว ตำรวจตามหญิงที่อยู่คนสุดท้ายกับผู้ตายที่น้ำตกมาสอบสวน

วันที่ 3 เมษายน 2561 ที่น้ำตกโตนปลิว ต.ช่อง อ.นาโยง จ.ตรัง เจ้าหน้าที่ป่าไม้กว่า 20 นายและเจ้าหน้าที่กู้ภัยตรังและพัทลุง กว่า 60 คน พร้อมทั้งญาติๆ ได้ออกตามหานายอรรณนพ พุฒนวล อายุ 57 ปี อยู่บ้านเลขที่107/3 หมู่ที่ 3 ต.ท่าพญา อ.ปะเหลียน จ.ตรัง หลังจากที่ขับขี่รถจักรยานยนต์ออกจากบ้านมาตั้งแต่วันที่ 23 มีนาคม 2561 ที่ผ่านมา จนกระทั่งเมื่อวานนี้ (วันที่ 2 เมษายนนี้)

เจ้าหน้าที่ สภ.นาโยง ได้ติดต่อเพื่อแจ้งให้ทราบว่าพบรถจักรยานยนต์ ของนายอรรณนพ พุฒนวล ถูกทิ้งไว้ที่ น้ำตกโตนปลิว โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจมาแจ้งให้ทราบ ให้ติดต่อกลับไปยัง ร.ต.ต.ภคพล นาคิน ตำรวจสายตรวจประจำตำบลช่อง อ.นาโยง เพื่อรับรถจักรยานยนต์คืน ญาติจึงมารู้ความจริงว่านายอรรณนพ หายออกจากบ้าน

นายอำพล ช่องพิทักษ์ เจ้าหน้าที่ป่าไม้ (สวมเสื้อสีน้ำเงิน) กล่าวว่า ตั้งแต่เช้าตรู่วันที่ 23 มีนาคมนี้ พบรถจักรยานยนต์จอดทิ้งไว้ ปิดคุณแจ ไม่ล็อคคอรถ จนกระทั่งวันที่ 24 มีนาคม ช่วงบ่าย เจ้าหน้าที่ป่าไม้ ก็ยังพบรถจักรยานยนต์คันดังกล่าวจอดทิ้งไว้ และแจ้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ ต.ช่อง มารับรถจักรยานยนต์ ไปเพื่อเก็บไว้ที่ สภ.นาโยง แต่ตำรวจสายตรวจ ต.ช่องไม่นำรถจักรยานยนต์ไปเก็บไว้ที่ สภ.นาโยง แต่ไปเก็บไว้ที่บ้าน ร.ต.ต.ภคพล นาคิน แทน และในวันนี้ญาติได้เดินทางมาพร้อมเจ้าหน้าที่กู้ภัยเพื่อขอความช่วยเพื่อค้นหานายอรรณนพที่หายสาบสูญ

นายสมยศ ลีสุรพงศ์ เจ้าของร้านจำหน่ายหม้อแบตเตอร์รี่ อ.ปะเหลียน กล่าวว่า นายอรรณพ เป็นพี่ชายของภรรยา ได้ออกจากบ้านเมื่อวันที่ 23 มีนาคมที่ผ่านมา เพิ่งมาทราบว่า พบรถจักรยานยนต์ถูกทิ้งไว้ที่ น้ำตกโตนปลิว ต.ช่อง อ.นาโยง โดยทางภรรยาของตนได้แจ้งความไว้ที่ สภ.ย่านตาขาว ว่านายอรรณนพ พี่ชายได้หายออกจากบ้านไปหลายวัน ปกติจะกลับบ้านทุกๆ วัน ญาติพี่น้องติดใจเจ้าหน้าที่ตำรวจ สายตรวจ ต.ช่อง ทำไม ไม่แจ้งให้ญาติทราบในวันที่มารับรถจักรยานยนต์เมื่อวันที่ 24 มีนาคม ทิ้งเรื่องจนมาถึงวันที่ 2 เมษายนที่ผ่านมานี้ เพิ่งจะทราบ ญาติๆ เองก็ออกตามหาอยู่หลายวัน

ตอนนี้ญาติทราบเพียงว่าออกมากับผู้หญิงคนหนึ่งจาก อ.ย่านตาขาว เพื่อออกมาเที่ยวกัน แล้วฝ่ายชายก็หายตัวไปพร้อมเงินสดติดกระเป๋าประมาณ 4 หมื่นกว่าบาท ซึ่งผู้สูญหาย ไม่มีครอบครัว มีอาการหลงๆ ลืมๆ ไปไหนมาไหนก็จะไปคนเดียวกลับนอนบ้านทุกๆ วัน และวันนี้ตนพร้อมด้วยญาติๆ ก็ออกตามหาขอความช่วยเหลือหน่วยกู้ภัยทั้งที่ จ.ตรังและพัทลุง เจ้าหน้าที่ป่าไม้มาระดมค้นหา หลังจากที่ชาวบ้านและเจ้าหน้าที่ป่าไม้ได้กลิ่นเห็นที่น้ำตกโตนปลิว ตอนนี้ค้นหามาหลายชั่วโมงก็ยังไม่พบ แต่จะขอให้ตำรวจตรวจภาพกล้องวงจรปิดเส้นทางต่างๆ ว่าเจอครั้งสุดท้ายที่ไหน

และเมื่อเวลา 13.30น เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัย จังหวัดตรังและจังหวัดพัทลุง พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ศูนย์ศึกษาธรรมชาติสัตว์ป่าเขาช่อง กว่า 60 คนเดินค้นปูพรหมตามกลิ่นที่โชยออกมาตามกระแสลม เจ้าหน้าที่ได้เดินตามกลิ่นถึงชั้นสูงสุดของน้ำตกโตนปลิว พบร่างของนายอรรณนพ พุฒนวล นอนหายไม่มีเสื้อผ้าบนหน้าผาน้ำตกโตนปลิว ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.นาโยง นำโดย พ.ต.อ.ชัยโรจน์ โพธิปฐม ผกก.สภ.นาโยง พร้อมด้วยพนักงานสอบสวน ร.ต.อ.สุวิทย์ เพ่งเล็ง ร้อยเวรสอบสวน สภ.นาโยง เข้าตรวจสอบถึงจุดสูงสุดของน้ำตก ด้วยสภาพเขาที่สูงชั้นเส้นทางเดินด้วยความยากลำบาก

เจ้าหน้าที่กู้ภัยต้องนำร่างผู้เสียเสียชีวิตโดยวิธีหามนำล่างมาสูงลานจอดรถ โดยมีแพทย์เวรโรงพยาบาลนาโยง มาทำการชันสูตรพลิกศพ ในเบื้องต้นแพทย์เวร ให้รายละเอียดในเบื้องต้น ยังชี้ชัดไม่ได้ว่า ผู้ตายเสียชีวิตจากการถูกทำร้าย หรือเสียชีวิตตามธรรมชาติ เพราะจากการตรวจสอบสภาพร่างกายที่เห็น คือร่างกายผิวหนังเน่าจนหนอนขึ้นเต็มร่างกายแล้ว แต่ยังไม่พบว่าร่องรอยการถูกทุบตีหรือทำร้าย กระดูกก็ไม่หัก แต่ทั้งนี้จะต้องนำศพไปทำการชันสูตรพลิกศพที่โรงพยาบาลมหาวิทยาลัย สงขลานครินทร์ จ.สงขลา เพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริงอีกครั้ง

ส่วนทางด้าน พ.ต.อ.ชัยโรจน์ โพธิปฐม ผกก.สภ.นาโยง ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจออกติดตามหญิงที่ไปกับผู้ตายเป็นคนสุดท้าย ทราบว่าอยู่ในพื้นที่ ต.ย่านตาขาว อ.ย่านตาขาว จ.ตรัง ที่มาด้วยกันที่น้ำตกแห่งนี้ มาทำการสอบสวน เพราะเชื่อว่าหญิงคนดังกล่าวอยู่กับผู้ตายเป็นคนสุดท้าย ส่วนที่ญาติของผู้ตายให้ข้อมูลว่าผู้ตายมีเงินสดติดตัว 4 หมื่นกว่าบาท เพราะถูกหวยเมื่อวันที่ 16 มีนาคม 2561 ที่ผ่านมา

ผู้ตายเองมีอาการจิตเวทย์แต่กินยาเป็นประจำ อยู่คนเดียวไม่ทำร้ายใคร กลับไปนอนที่บ้านเป็นประจำ โดยอาศัยอยู่ด้วยกันกับพ่อวัย 80 กว่าปี ส่วนหญิงที่มาด้วยกันก็มีอาการคล้ายๆ กัน ทั้ง 2 รู้จักกัน แล้วชวนกันมาเที่ยวน้ำตกด้วยกัน ตั้งแต่วันที่ 23 มีนาคมที่ผ่านมา จนมาทราบว่าพบรถอยู่น้ำตกโตนปลิว จึงขอกำลังเจ้าหน้าที่กู้ภัยมาทำการค้นหาในวันนี้จนพบศพ

ส่วนญาติของผู้ตายติดใจ เจ้าหน้าที่ตำรวจ ตำบลช่อง มารับรถจักรยายยนต์ จากเจ้าหน้าที่เจ้าหน้าที่ศูนย์ศึกษาธรรมชาติสัตว์ป่าเขาช่อง เมื่อวันที่ 24 มีนาคม แต่ไม่แจ้งให้ญาติๆ ทราบ กลับนำรถจักรยานยนต์ไปเก็บไว้ที่บ้านตนเอง ไม่นำไปเก็บไว้ที่ สภ.นาโยง เพราะหากนำไปเก็บที่ สภ.นาโยง เมื่อทราบเรื่องก็จะได้ออกติดตาม จนมาทราบเรื่องเมื่อวานนี้ และมาค้นหากันวันนี้จนพบศพนายอรรณนพ พุฒนวล