นักท่องเที่ยวแห่สัมผัสอากาศหนาว 8 องศา บนดอยอินทนนท์

นักท่องเที่ยวพากันหลบร้อนขึ้นไปรับลมหนาวบนยอดดอยอินทนนท์ อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่ ที่อากาศยังคงหนาวเย็น เช้านี้อุณหภูมิอยู่ที่ 8 องศาเซลเซียส 

นายรุ่ง หิรัญวงษ์ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ กล่าวว่า แม้จะเข้าสู่ฤดูร้อน แต่อากาศบนดอยอินทนนท์ยังหนาวเย็น ทำให้มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาต่อเนื่อง ล่าสุดในวันนี้ ( 3 เม.ย.) มีนักท่องเที่ยวเข้าสู่ดอยอินทนนท์กว่า 2,617 คน

ในหลายพื้นที่ของจังหวัดเชียงใหม่ จะเริ่มร้อนขึ้นต่อเนื่องจากอุณหภูมิ แต่เช้าวันนี้ที่กิ่วแม่ปาน จุดชมวิวยอดนิยมของดอยอินทนนท์ เพื่อมาชมแสงแรกของพระอาทิตย์ แต่เช้านี้ท้องฟ้าเปิด นักท่องเที่ยวได้ชมแสงแรกของพระอาทิตย์ขึ้นที่จุดชมวิวกิ่วแม่ปาน

ส่วนสภาพอากาศตอนเช้า ยังหนาวเย็นต่ำสุดยอดดอยอินทนนท์อุณหภูมิวัดได้ 8 องศาเซลเซียส และกิ่วแม่ปาน 8 องศาเซลเซียส และที่ทำการอุทยาน 15 องศาเซลเซียส โดยเมื่อวานนี้ มียอดนักท่องเที่ยวชาวไทยและต่างประเทศที่ขึ้นมาท่องเที่ยวบนดอยอินทนนท์รวมทั้งหมด 2,617 คน ยานพาหนะ 830 คัน

สำหรับการท่องเที่ยวในช่วงฤดูร้อนนี้ทางอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ได้จัดเจ้าหน้าที่คอยอำนวยความสะดวกให้กับนักท่องเที่ยวตามสถานที่ท่องเที่ยวในจุดต่าง ๆ ไว้แล้ว

เอเย่นยาบ้าปล่อยโฮ! ก้มลงกราบย่า สำนึกผิดเมื่อสาย หลังถูกแก๊งยาบ้าซัดทอด

เอเย่นยาบ้าปล่อยโฮก้มลงกราบย่า สำนึกผิดเมื่อสาย หลังถูกแก๊งยาบ้าซัดทอด จนถูกตำรวจบุกจับ พบเป็นเครือข่ายลูกสมุนนางนาแล เวดา

ชุดปราบปรามยาเสพติด ตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ นำตัวนายเอกลักษณ์ เมืองตา อายุ 23 ปี ผู้ต้องหาเอเย่นค้ายาเสพติดรายใหญ่ ขยายผลเข้าค้นบ้านพักภายในอำเภอแม่ออน จังหวัดเชียงใหม่ หลังถูกจับกุมได้ เมื่อไปถึงก็พบพ่อ-แม่ และ ย่าของนายเอกลักษณ์อยู่ภายในบ้าน ซึ่งทั้งหมดอยู่ในอาการตกใจเพราะเห็นนายเอกลักษณ์ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมตัว ขณะที่นายเอกลักษณ์ถึงกับร้องไห้ออกมาก่อนจะก้มลงกราบพ่อแม่และย่า ด้วยความเสียใจและสำนึกผิด พร้อมบอกว่าหากพ้นโทษออกมาจะกลับตัวเป็นคนดี จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้นำตัวเข้าไปค้นภายในบ้านพัก แต่ไม่พบสิ่งผิดกฎหมายใด

ย้อนกลับไปเมื่อช่วงเช้ามืดวันเดียวกัน ชุดปราบปรามยาเสพติด ตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ ได้จับกุมตัวนายอโนชา ชินเนหันหา อายุ 28 ปี ชาวอำเภอสันทราย , นายศราวุฒิ เชตนุช อายุ 26 ปี ชาวอำเภอแม่ริม พร้อมของกลางยาบ้าจำนวน 100,000 เม็ด หลังเจ้าหน้าที่สืบทราบว่าจะมีเครือข่ายยาเสพติดลอบนำยาเสพติดจากชายแดนมาซุกซ่อนอยู่บริเวณริมถนน ทางเข้าหมู่บ้าน หมู่ 7 ตำบลเหมืองแก้ว อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ กระทั่งพบผู้ต้องหาทั้งสองมารับยาที่ซ่อนไว้ในพงหญ้าข้าง เจ้าหน้าที่ที่ซุ่มอยู่จึงแสดงตัวเข้าจับกุม

จากการสอบปากคำเบื้องต้นผู้ต้องหาทั้งสองคนสารภาพว่า มีนายใหญ่สั่งการให้มารับยาบ้าล็อตนี้ เพื่อนำไปส่งให้เอเย่นยาบ้าอีกกลุ่มในตัวเมืองเชียงใหม่ เนื่องจากขณะนี้ยาบ้าขาดตลาด

ต่อมาเจ้าหน้าที่จึงขยายผลติดตามจับกุมตัวนายเอกลักษณ์ เมืองตา อายุ 23 ปี, นางสาวชญานิช สังขวรรณะ อายุ 21 ปี และนายทรงเกียรติ กาญจนมนัส อายุ 27 ปี ขณะทั้งสามคนขับขี่รถกระบะ ยี่ห้อฟอร์ต สีส้ม ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน มารับยาบ้าที่จุดนัดหมายบริเวณใกล้โรงพยาบาลสันทราย แต่ผู้ต้องหาไหวตัวทันและขับรถหลบหนีดอยสะเก็ดไปจนถึงบริเวณริมถนนสายเชียงใหม่-ดอยสะเก็ด ตำบลเชิงดอย อำเภอดอยสะเก็ด ตำรวจจึงตัดสินใจยิงยางรถจนรถเสียหลัก จนสามารถจับกุมตัวได้ทั้งสามคนได้

พ.ต.อ.ทรงกริช ออนตระไคร้ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ ระบุว่า เครือข่ายยานี้มีนายบอม ลาย ซึ่งเป็นผู้ต้องหาที่มีหมายจับในคดียาเสพติดหลายหมายในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ โดยมีนางนาแล เวดา เป็นหัวหน้าแก๊งที่สั่งการอยู่ประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งนางนาแล เคยถูกตำรวจยึดทรัพย์มากกว่า 20 ล้านบาท เพราะพัวพันกับการค้ายาเสพติดในประเทศไทยกว่า 10 คดี

เตือนระวัง! หนุ่มแสบตระเวนเช่า-ดาวน์แบคโฮขนใส่เทรลเลอร์ขายประเทศเพื่อนบ้าน

จับหนุ่มใหญ่สุดแสบ ตระเวนเช่า-ผ่อน รถแบคโฮ เชิดไปขายประเทศเพื่อนบ้าน ผู้เสียหายแจ้งความเกือบ 10 ราย มูลค่าความเสียหายไม่ต่ำกว่า 30 ล้านบาท ตำรวจอยู่ระหว่างขยายกุมออกหมายจับเพื่อนร่วมแก๊ง

นายพงศกร หินแปง อายุ 43 ปี ถูกตำรวจกองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด จับกุมคาบ้านพักในอำเภอสารภี จังหวัดเชียงใหม่ ตามหมายจับของศาลและนำตัวมาสอบสวนขยายผลที่สถานีตำรวจภูธรสารภี จังหวัดเชียงใหม่ โดยมีผู้เสียหายหลายราย มารอชี้ตัว

ผู้เสียหายทั้งหมดถูกนายพงศกรหลอกเช่ารถแบคโฮ อ้างนำไปขุดดิน แต่กลับนำไปขายและแลกยาบ้าในประเทศเพื่อนบ้านนับสิบคัน สร้างความเดือดร้อนให้กับเจ้าของรถ รวมมูลค่ากว่า 30 ล้านบาท ซึ่งผู้ต้องหาร่วมกับเพื่อนร่วมขบวนการ ก่อเหตุมาหลายจังหวัด ทั้ง ปทุมธานี สุราษฎร์ธานี เชียงใหม่ และ อุดรธานี

พ.ต.อ.ปิยะพันธ์ ภัทรพงศ์สินธุ์ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ เผยพฤติกรรมของผู้ต้องหาว่าจะตระเวนหลอกเช่า หรือ ดาวน์รถแบคโฮ สิบล้อ อ้างว่าจะนำไปรับจ้างขุดดิน จากนั้นจะใช้กลอุบายว่า วันนี้จะหยุดงานให้คนขับไม่ต้องมาทำงาน

จากนั้นก็จะให้เพื่อนร่วมขบวนการ นำรถเทรลเลอร์มาขนรถแบคโฮนำไปทางภาคตะวันออก ส่งขายประเทศเพื่อนบ้าน หากติดพื้นที่ภาคเหนือก็จะส่งไปแลกยาบ้าในประเทศเพื่อนบ้าน ทำให้เจ้าของรถ ได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างมาก ก่อนหน้านี้ผู้ต้องหาเคยถูกจับกุมมาแล้ว แต่ก็จะประกันตัวออกไปและกลับมาก่อเหตุซ้ำอีก ซึ่งครั้งนี้พนักงานสอบสวนแจ้งข้อหายักยอกทรัพย์และคัดค้านการประกันตัว

ที่ผ่านมาเจ้าของรถแบ็คโฮถึงกับมีการนำภาพนายพงศกรที่มีหมายจับ ไปติดประกาศตามหาตัวนายพงศกรตามต้นไม้ในพื้นที่อำเภอสารภีจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อให้ชาวบ้าน ช่วยชี้เบาะแสมาแล้ว ตั้งรางวัลนำจับถึง 1 หมื่นบาท ล่าสุดหลังจับกุมได้ ทางผู้เสียหาย ได้มอบเงินสด ให้กับตำรวจ 4 หมื่นบาท เพื่อเป็นขวัญกำลังใจ