ข่าวดี! เว้นค่าผ่านทางมอเตอร์เวย์ สาย 7 และ 9 สงกรานต์นี้

ข่าวดี! คมนาคม เว้นค่าผ่านทางมอเตอร์เวย์ สาย 7 และ 9 ช่วงสงกรานต์ระหว่างวันที่ 11-18 เม.ย.นี้

วันที่ 3 เมษายน 2561 นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนที่เดินทางกลับภูมิลำเนาในช่วงเทศกาล สงกรานต์ อีกทั้งยังเป็นการระบายการจราจรไม่ให้มีการหนาแน่นในการเดินทางออกต่างจังหวัด ทางกระทรวงคมนาคมจึงได้มีมาตรการด้านโครงข่ายคมนาคม

อาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม

โดยยกเว้นการจัดเก็บค่าธรรมเนียมผ่านทางของทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 7 กรุงเทพ-ชลบุรี และหมายเลข 9 ถนนสายวงแหวนรอบนอกกรุงเทพ-ตอนบางปะอิน-บางพลี ทางพิเศษบูรพาวิถี บางนา-ชลบุรี ทางเชื่อมต่อทางพิเศษกาญจนภิเษก ซึ่งจะเริ่มตั้งแต่เวลา 00.01 น. วันที่ 11 เมษายน 2561-24.00 น. ของวันที่ 18 เมษายน 2561 เป็นต้น

เภสัชฯ ม.รังสิต เผยข้อมูล หลังวิจัยสเปรย์ฉีดพ่นในช่องปาก สกัดจาก ‘กัญชา’

เภสัชฯ ม.รังสิต วิจัยตำรับสเปรย์ฉีดพ่นในช่องปากจากสารสกัดกัญชา ด้าน ดร.อาทิตย์  แนะ คสช.ใช้  ม.44 ปลดล็อค “ กัญชา ” จะได้กองหนุนอีกเพียบ!

วันนี้ ( 3 เม.ย. 61) ที่ มหาวิทยาลัยรังสิต คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต วิจัยและพัฒนาตำรับสเปรย์ฉีดพ่นในช่องปากจากสารสกัดกัญชา สำเร็จแล้ว ขณะนี้กำลังอยู่ในระหว่างขั้นตอนการหารือกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เพื่อเตรียมข้อมูลสำหรับการขอขึ้นทะเบียนต่อไป

โดย ดร.อาทิตย์ อุไรรัตน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยรังสิต กล่าวว่า คณบดีและคณาจารย์ นักวิจัย คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต ได้วิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ตัวอย่างซึ่งสกัดจากกัญชา โดยกระบวนการสกัดสารสำคัญใช้ตัวทำละลายและเทคนิคพิเศษที่ทันสมัย จนได้สารสกัดเพื่อนำมาใช้เตรียม “ตำรับสเปรย์ฉีดพ่นในช่องปากจากสารสกัดกัญชา (Formulation Development of Oromucosal Spray from Cannabis Extract)”

ทั้งนี้เพื่อเป็นทางเลือกให้กับผู้ป่วย โดยเน้นไปที่การบำบัดรักษาอาการปวดปลายประสาทในโรคปลอกประสาทอักเสบ (Multiple Sclerosis) และอาการปวดจากโรคมะเร็ง ลดอาการคลื่นไส้อาเจียนในผู้ป่วยมะเร็งที่ได้รับยาเคมีบำบัด เป็นการช่วยเพิ่มคุณภาพชีวิตให้กับผู้ป่วยอีกทางหนึ่ง

สำหรับผลิตภัณฑ์นี้มุ่งเน้นไปที่การบำบัดอาการปวดจากโรคมะเร็ง ซึ่งมีอุบัติการณ์การเกิดโรคในประเทศไทยค่อนข้างมาก เพื่อลดอาการข้างเคียงเมื่อได้รับยาเคมีบำบัด นับว่าเป็นการช่วยเพิ่มคุณภาพชีวิตให้กับผู้ป่วยอีกทางหนึ่ง ซึ่งขณะนี้กำลังอยู่ในระหว่างขั้นตอนการหารือกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เพื่อเตรียมข้อมูลสำหรับการขอขึ้นทะเบียนต่อไป ขณะนี้อยู่ในการทดลองในหนูทดลอง คาดว่าใช้เวลา 3-4 เดือน เพื่อคำนวนโดสยา ก่อนนำไปใช้ในมนุษย์

ดร.อาทิตย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า เสนอให้คสช.ใช้ ม.44 เพื่อปลดล็อกข้อกฎหมายให้สามารถนำ “กัญชา” มาใช้ในทางการแพทย์ได้ เนื่องจากการวิจัยดังกล่าวเป็นความหวังของผู้ป่วยมะเร็ง ขณะเดียวกัน คสช. จะได้กองหนุนอีกเพียบ

ทั้งนี้ นักวิจัย กล่าวว่า เหตุผลที่เลือกเป็นสเปรย์ฉีดพ่นในช่องปาก เนื่องจากเมื่อเราฉีดพ่นสเปรย์เข้าไปสัมผัสกับเยื่อบุในช่องปาก ตัวยาสามารถดูดซึมได้ทันที ซึ่งแตกต่างจากยารับประทาน หากเราทานยาลง ตัวยาหรือสารสำคัญจะถูกสารในร่างกายทำลายได้ ดังนั้น ข้อดีที่เด่นชัดของยารูปแบบนี้คือ ตัวยาจะไม่ถูกทำลายที่ตับและออกฤทธิ์ได้เร็วกว่า

การศึกษาวิจัยเพื่อทดสอบฤทธิ์ของสารกัญชาต่อมะเร็งทั้งในหลอดทดลองและสัตว์ทดลอง มีการตีพิมพ์เผยแพร่ในหลายประเทศ นอกจากนี้สารสกัดกัญชา, สาร ∆9-THC และสาร CBD ยังได้รับการยอมรับทางการแพทย์เพื่อนำมาใช้ลดอาการปวด

อาการคลื่นไส้อาเจียน อาการแพ้จากการได้รับยาเคมีบำบัด ได้มีการจดทะเบียนและอนุญาตให้ใช้ได้ในหลายประเทศ โดยสเปรย์ฉีดพ่นในช่องปากจากสารสกัดกัญชา มีองค์ประกอบของสาร ∆9-THC และสาร CBD ซึ่งอาจมีผลลดมะเร็งได้ จึงต้องมีการศึกษาเพิ่มเติมต่อไป

อย่างไรก็ตาม คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต ได้ทำการศึกษาวิจัยผลของสาร ∆9-THC  จากกัญชาต่อเซลล์มะเร็งทางเดินน้ำดีในหลอดทดลอง ผลการวิจัยสรุปว่าสาร ∆9-THC มีฤทธิ์ลดการเจริญเติบโตและลดการลุกลามของเซลล์มะเร็งทางเดินน้ำดี

ซึ่งใช้เป็นข้อมูลในการศึกษาฤทธิ์ของสาร ∆9-THC ต่อการยับยั้งมะเร็งทางเดินน้ำดีในสัตว์ทดลองและในมนุษย์ต่อไป การวิจัยนี้ได้เผยแพร่ตีพิมพ์ในวารสารวิชาการต่างประเทศ เมื่อปี ค.ศ. 2009 จึงได้มีการดำเนินการอย่างต่อเนื่องเพื่อศึกษาฤทธิ์และการพัฒนาตำรับของสาร ∆9-THC จากกัญชา

ตรวจราชเทวีอพาร์ตเมนต์ หลังเกิดไฟไหม้ คาด 1 เดือนรู้ผล

วสท.ตรวจสอบราชเทวีอพาร์ตเมนต์ หลังเกิดเพลิงไหม้ คาดใช้เวลาตรวจสอบอย่างน้อย 1 เดือน

รศ.ดร.ธเนศ วีระศิริ นายกวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย เข้าตรวจสอบอาคารราชเทวีอพาร์ตเมนต์ ที่เกิดเหตุเพลิงไหม้เมื่อกลางดึกที่ผ่านมา โดยระบุว่า จากการตรวจสอบเป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก คาดว่าจุดต้นเพลิงอยู่ที่บริเวณห้องชาร์ป หรือห้องเก็บสายไฟที่ชั้น5 ของอาคาร เพราะพบควันไฟขึ้นไปที่พื้นตั้งแต่ชั้น 6 ขึ้นไป

ราชเทวีอพาร์ตเมนต์,เพลิงไหม้

เบื้องต้นได้ตรวจเรื่องการรับน้ำหนัก และโครงสร้างว่าจะสามารถใช้อาคารต่อได้อีกหรือไม่ คาดว่าต้องให้ระยะเวลาตรวจสอบอย่างน้อยประมาณ 1 เดือน ส่วนการตรวจสอบสายไฟ พบว่า ภายจุดเกิดเหตุละลายไปหมดแล้ว ไม่สามารถชี้ได้ว่าบริเวณจุดเกิดเหตุเป็นสายไฟเสื่อมสภาพหรือไม่ นอกจากนี้ยังพบที่นอนใยมะพร้าว ตั้งขวางที่ทางเดินหน้าห้องชาร์ป ที่บริเวณชั้น12 ด้วย

นอกจากนี้ พบว่าประตูของห้องชาร์ปถูกเปิดไว้ แต่ไม่สามารถทราบได้ว่าประตูดังกล่าวเปิด ก่อนหรือหลังเกิดเหตุ ซึ่งการที่ประตูดังกล่าวถูกเปิด ทำให้ควันไฟที่เกิดขึ้นในช่องชาร์ป เข้ามาภายในตัวอาคารบริเวณชั้น 12 แทนที่ควันจะไปออกที่ชั้นดาดฟ้า ซึ่งควันดังกล่าวทำให้ผู้ประสบเหตุเจอควันและกลับไปในห้อง เป็นอุปสรรคในการหลบหนีออกมา

ทั้งนี้ อาคารที่มีลักษณะนี้ในเขตราชเทวีมีจำนวน 314 อาคาร ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้แจ้งให้ผู้ประกอบการณ์ทุกรายส่งหนังสือการตรวจสอบการป้องอัคคีภัยมาที่เกิดเหตุแล้ว แต่ขณะนี้มีผู้ประกอบการณ์บางรายยังไม่ได้ส่งรายงานมาที่เขต