เภสัชฯ ม.รังสิต วิจัยตำรับสเปรย์ฉีดพ่นในช่องปากจากสารสกัดกัญชา ด้าน ดร.อาทิตย์ แนะ คสช.ใช้ ม.44 ปลดล็อค “ กัญชา ” จะได้กองหนุนอีกเพียบ!
วันนี้ ( 3 เม.ย. 61) ที่ มหาวิทยาลัยรังสิต คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต วิจัยและพัฒนาตำรับสเปรย์ฉีดพ่นในช่องปากจากสารสกัดกัญชา สำเร็จแล้ว ขณะนี้กำลังอยู่ในระหว่างขั้นตอนการหารือกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เพื่อเตรียมข้อมูลสำหรับการขอขึ้นทะเบียนต่อไป
โดย ดร.อาทิตย์ อุไรรัตน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยรังสิต กล่าวว่า คณบดีและคณาจารย์ นักวิจัย คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต ได้วิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ตัวอย่างซึ่งสกัดจากกัญชา โดยกระบวนการสกัดสารสำคัญใช้ตัวทำละลายและเทคนิคพิเศษที่ทันสมัย จนได้สารสกัดเพื่อนำมาใช้เตรียม “ตำรับสเปรย์ฉีดพ่นในช่องปากจากสารสกัดกัญชา (Formulation Development of Oromucosal Spray from Cannabis Extract)”
ทั้งนี้เพื่อเป็นทางเลือกให้กับผู้ป่วย โดยเน้นไปที่การบำบัดรักษาอาการปวดปลายประสาทในโรคปลอกประสาทอักเสบ (Multiple Sclerosis) และอาการปวดจากโรคมะเร็ง ลดอาการคลื่นไส้อาเจียนในผู้ป่วยมะเร็งที่ได้รับยาเคมีบำบัด เป็นการช่วยเพิ่มคุณภาพชีวิตให้กับผู้ป่วยอีกทางหนึ่ง

สำหรับผลิตภัณฑ์นี้มุ่งเน้นไปที่การบำบัดอาการปวดจากโรคมะเร็ง ซึ่งมีอุบัติการณ์การเกิดโรคในประเทศไทยค่อนข้างมาก เพื่อลดอาการข้างเคียงเมื่อได้รับยาเคมีบำบัด นับว่าเป็นการช่วยเพิ่มคุณภาพชีวิตให้กับผู้ป่วยอีกทางหนึ่ง ซึ่งขณะนี้กำลังอยู่ในระหว่างขั้นตอนการหารือกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เพื่อเตรียมข้อมูลสำหรับการขอขึ้นทะเบียนต่อไป ขณะนี้อยู่ในการทดลองในหนูทดลอง คาดว่าใช้เวลา 3-4 เดือน เพื่อคำนวนโดสยา ก่อนนำไปใช้ในมนุษย์
ดร.อาทิตย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า เสนอให้คสช.ใช้ ม.44 เพื่อปลดล็อกข้อกฎหมายให้สามารถนำ “กัญชา” มาใช้ในทางการแพทย์ได้ เนื่องจากการวิจัยดังกล่าวเป็นความหวังของผู้ป่วยมะเร็ง ขณะเดียวกัน คสช. จะได้กองหนุนอีกเพียบ
ทั้งนี้ นักวิจัย กล่าวว่า เหตุผลที่เลือกเป็นสเปรย์ฉีดพ่นในช่องปาก เนื่องจากเมื่อเราฉีดพ่นสเปรย์เข้าไปสัมผัสกับเยื่อบุในช่องปาก ตัวยาสามารถดูดซึมได้ทันที ซึ่งแตกต่างจากยารับประทาน หากเราทานยาลง ตัวยาหรือสารสำคัญจะถูกสารในร่างกายทำลายได้ ดังนั้น ข้อดีที่เด่นชัดของยารูปแบบนี้คือ ตัวยาจะไม่ถูกทำลายที่ตับและออกฤทธิ์ได้เร็วกว่า
การศึกษาวิจัยเพื่อทดสอบฤทธิ์ของสารกัญชาต่อมะเร็งทั้งในหลอดทดลองและสัตว์ทดลอง มีการตีพิมพ์เผยแพร่ในหลายประเทศ นอกจากนี้สารสกัดกัญชา, สาร ∆9-THC และสาร CBD ยังได้รับการยอมรับทางการแพทย์เพื่อนำมาใช้ลดอาการปวด
อาการคลื่นไส้อาเจียน อาการแพ้จากการได้รับยาเคมีบำบัด ได้มีการจดทะเบียนและอนุญาตให้ใช้ได้ในหลายประเทศ โดยสเปรย์ฉีดพ่นในช่องปากจากสารสกัดกัญชา มีองค์ประกอบของสาร ∆9-THC และสาร CBD ซึ่งอาจมีผลลดมะเร็งได้ จึงต้องมีการศึกษาเพิ่มเติมต่อไป
อย่างไรก็ตาม คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต ได้ทำการศึกษาวิจัยผลของสาร ∆9-THC จากกัญชาต่อเซลล์มะเร็งทางเดินน้ำดีในหลอดทดลอง ผลการวิจัยสรุปว่าสาร ∆9-THC มีฤทธิ์ลดการเจริญเติบโตและลดการลุกลามของเซลล์มะเร็งทางเดินน้ำดี
ซึ่งใช้เป็นข้อมูลในการศึกษาฤทธิ์ของสาร ∆9-THC ต่อการยับยั้งมะเร็งทางเดินน้ำดีในสัตว์ทดลองและในมนุษย์ต่อไป การวิจัยนี้ได้เผยแพร่ตีพิมพ์ในวารสารวิชาการต่างประเทศ เมื่อปี ค.ศ. 2009 จึงได้มีการดำเนินการอย่างต่อเนื่องเพื่อศึกษาฤทธิ์และการพัฒนาตำรับของสาร ∆9-THC จากกัญชา