รวบ 2 พม่า ลักลอบเอายาบ้าเข้าเมือง พร้อมอาวุธปืน

ปส. สภ.แม่สอด จับชาวเมียนมา มีอาวุธปืนและยาบ้า ลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย

พ.ต.อ.ภาสกร กลั่นหวาน ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรแม่สอด จังหวัดตาก พ.ต.ท.เทพบดินทร์ โพธิศาสตร์ รอง ผกก.ป.สภ.แม่สอด สั่งการให้ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปราบปรามยาเสพติด(ปส.) สภ.แม่สอด นำโดย พ.ต.ต.ศรายุทธ ดีมั่น สารวัตรป้องกันปราบปราม ปฎิบัติหน้าที่หัวหน้าชุดปราบปรามยาเสพติด(ปส.)แม่สอด พร้อมกำลัง เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปราบปรามยาเสพติด สภ.แม่สอด – เจ้าหน้าที่ตำรวจกองกำกับการสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดตาก สืบสวน ทราบว่ามีการค้ายาเสพติดและเสพยา ที่บ้านวังแก้ว – ห้วยกะโหลก หมู่ 4 ต.แม่ปะ อ.แม่สอด จ.ตาก จึงนำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ปส.แม่สอด และตำรวจสืบจังหวัดตาก ร่วมกับ ทหารหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 14 แม่สอด – ฝ่ายปกครอง และ อาสาสมัคร (อส.) อ.แม่สอด เข้าทำการจับกุมนายอะบี้ ชาวเมียนมา อายุ 32 ปี กับนายลัคคะมา อายุ 35 ปี ชาวเมียนมาเช่นกัน

โดยจับกุมพร้อมยาเสพติด (ยาบ้า) จำนวน 113 เม็ด พร้อมอาวุธปืน ซึ่งทั้ง 2 คน ยังมีอาการเมายาบ้าอีกด้วย เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม ได้แจ้งข้อหามียาเสพติดประเภท 1 (ยาบ้า) ไว้ในครอบครอง โดยผิดกฎหมาย เสพยาเสพติดให้โทษ และมีอาวุธปืนผิดกฎหมายไว้ในครอบครอง รวมทั้งลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย ส่งพนักงานสอบสวน สภ.แม่สอด เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

รายงานข่าวแจ้งว่า พ.ต.อ.ภาสกร กลั่นหวาน ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรแม่สอด ได้สั่งการให้ชุดปราบปรามยาเสพติด (ปส.) สภ.แม่สอด ได้สืบสวนสอบสวน หาข่าวการลักลอบค้ายาเสพติด ตามแนวชายแดนไทย-เมียนมาร์ จากนั้นชุด ปส.ได้สืบสวน จนทราบเบาะแสของ ขบวนการค้ายาเสพติด จึงได้นำกำลังเข้าจับกุมตัว ทั้ง 2 คนได้ดังกล่าว

ชาวพิมายผวาแก๊งลักเด็ก ที่แท้เป็นเซลล์ขายผ้าใบ

ชาวพิมายผวาแก๊งลักเด็ก ที่แท้เป็นเซลล์ขายผ้าใบ ตำรวจจัดชุดสายตรวจเฝ้าระวังต่อเนื่อง

ความคืบหน้ากรณีชาวบ้าน บ้านยาง หมู่ 2 ตำบลธารละหลอด อำเภอพิมาย จังหวัดนครราชสีมา ขอความช่วยเหลือจากผู้ใหญ่บ้าน ให้ช่วยประกาศหอกระจายข่าวประจำหมู่บ้าน หลังจากได้มีกลุ่มคนแปลกหน้าจำนวน 2 คน ขับรถเก๋งยี่ห้อโตโยต้า สีน้ำเงิน ไม่ทราบหมายเลขทะเบียน เข้าไปในบ้าน ของนางทองพูน พูนสุข อายุ 57 ปี ในขณะที่นางทองพูน กำลังนั่งเล่นอยู่หน้าบ้านกับหลานสาววัย 2 ขวบ โดยบุคคลดังกล่าว แต่งกายดูภูมิฐาน และมีชายคนหนึ่งได้ลงจากรถเดินตรงมาหาตนเอง ก่อนตะโกนเรียกตนเองว่า มีธุระจะคุยด้วย ตนเองบอกว่า ไม่รู้จักแต่ชายคนดังกล่าว ยังคงเดินเข้ามาหาตนเองกับหลานสาว และสายตาจับจ้องไปที่หลานสาวของตนเอง ทำให้รู้สึกไม่ปลอดภัยนั้น

โดยทางด้าน พ.ต.อ.เอนก ศรีกิจรัตน์ ผกก.สภ.พิมาย ได้สั่งการให้ชุดสืบสวนสอบสวน ลงพื้นที่หาข่าว ติดตามกลุ่มคนที่ต้องสงสัยว่า น่าจะเป็นกลุ่มคนที่ไม่หวังดีและเตรียมที่จะก่อเหตุร้ายนั้น ล่าสุด ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้ติดตามสืบสวนจนทราบว่า กลุ่มคนดังกล่าว เป็นเซลล์แมน ขายผ้าใบของบริษัทแห่งหนึ่ง โดยได้เร่ขายผ้าใบ ไปตามหมู่บ้าน ในระหว่างที่กลุ่มชายดังกล่าวได้ขับรถผ่านมา เห็นคุณยายนั่งอยู่หน้าบ้าน จึงต้องการที่จะเข้าไปเสนอขายผ้าใบ แต่คุณยายตกใจ อีกทั้งกรณีที่ผู้ใหญ่บ้าน อ้างว่ามีคนร้าย เข้ามาตกทอง ชาวบ้านในพื้นที่ ได้ทองปลอมไป จำนวนหนึ่ง

ทั้งนี้ จากการสืบสวนสอบสวน ของทางเจ้าหน้าที่ตำรวจทราบว่า เหตุการณ์ดังกล่าว ไม่ได้เกิดขึ้นจริง เป็นเพียงข่าวลือ ที่เล่าต่อๆ กันมา จึงทำให้ ผู้ใหญ่บ้านเองเข้าใจ และได้ประกาศแจ้งเตือนให้ชาวบ้านระมัดระวังตัวดังกล่าว แต่อย่างไรก็ตาม ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ก็ฝากแจ้งถึงประชาชนในพื้นที่ พร้อมจัดชุดสายตรวจ วิ่งตรวจความสงบเรียบร้อยในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันเหตุร้ายที่จะเกิดขึ้นในพื้นที่ดังกล่าว

เตือน! ติดมือถือมีผลต่อสุขภาพ เสี่ยงโรคอ้วน

กระทรวงสาธารณสุข เตือน เล่นโทรศัพท์มือถือตลอดเวลาเสี่ยงมีผลต่อสุขภาพ อาการทางสายตา และโรคอ้วน แนะเล่นกีฬาผ่อนคลาย

แพทย์หญิงพรรณพิมล วิปุลากร รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข และโฆษกกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า ในยุคที่โทรศัพท์สมาร์ทโฟน กลายเป็นสิ่งจำเป็นในการติดต่อสื่อสาร แต่บางกลุ่มมีพฤติกรรมติดอยู่กับการเล่นโทรศัพท์มือถือตลอดเวลา เช่น พกติดตัว ต้องวางไว้ใกล้ตัวเสมอ คอยเช็กข้อความจากโซเชียลมีเดีย หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูบ่อยแม้ไม่มีเรื่องด่วน หรือในแต่ละวันใช้เวลาพูดคุยกับผู้คนผ่านโทรศัพท์ในโลกออนไลน์มากกว่าพูดคุยกับคนรอบข้าง ซึ่งพฤติกรรมเหล่านี้ จะถูกวินิจฉัยว่าเป็นอาการติดโทรศัพท์มือถือ และบางรายอาจมีอาการเครียด ตัวสั่น เหงื่อออก คลื่นไส้ หากไม่มีโทรศัพท์มือถืออยู่กับตัว โทรศัพท์เเบตหมด หรือว่าอยู่ในที่ไร้สัญญาณ

อาการติดโทรศัพท์มือถือจะส่งผลต่อการปฏิสัมพันธ์กับคนรอบข้างและสังคม โดยเฉพาะด้านสุขภาพร่างกาย อาทิ นิ้วล็อก เกิดจากการใช้นิ้วกด จิ้ม สไลด์ หน้าจอเป็นระยะเวลานาน อาการทางสายตา ที่เกิดจากเพ่งสายตาจ้องหน้าจอเล็กๆ ที่มีแสงจ้านานเกินไป อาการปวดเมื่อยคอ บ่า ไหล่ จากการก้มหน้า ค้อมตัวลง ส่งผล เลือดไหลเวียนไม่สะดวก หากเล่นนานๆ อาจมีอาการปวดศีรษะตามมา รวมไปถึงหมอนรองกระดูกเสื่อมสภาพก่อนวัยอันควร และโรคอ้วน แม้พฤติกรรมจะไม่ส่งผลโดยตรง แต่การนั่งทั้งวันโดยไม่ลุกเดินไปไหน เป็นปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดโรคอ้วนและโรคเรื่อรังอื่นๆได้

อย่างไรก็ตาม แนวทางการเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้สมาร์ทโฟนด้วยตนเอง มีหลายวิธี เช่น กำหนดช่วงเวลาในการใช้โซเชียลมีเดียในแต่ละวัน หรือหากิจกรรม งานอดิเรก เล่นกีฬากิจกรรมผ่อนคลายในครอบครัวทดแทนเวลาในการใช้อุปกรณ์สื่อสารทุกชนิด