กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศ ประจำวันที่ 27 เมษายน 2561

บริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคเหนือ ภาคตะวันออก ภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น

กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ประจำวันที่ 27 เมษายน 2561 บริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคเหนือ ภาคตะวันออก ภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น โดยมีลักษณะของพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และฟ้าผ่า

ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากพายุฤดูร้อนที่จะเกิดขึ้น โดยหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้งใต้ต้นไม้ใหญ่ และป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรง รวมถึงระวังอันตรายจากฟ้าผ่า สำหรับเกษตรกรควรเตรียมการป้องกันและระวังความเสียหายที่จะเกิดต่อผลผลิตทางการเกษตรไว้ด้วย

สำหรับภาคใต้ฝั่งตะวันตกจะมีฝนเพิ่มขึ้น และมีฝนตกหนักบางแห่ง ขอให้ประชาชนระวังอันตรายจากฝนที่ตกหนักไว้ด้วย ส่วนบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร

พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยตั้งแต่เวลา 06:00 วันนี้ ถึง 06:00 วันพรุ่งนี้.

  • ภาคเหนือ มีพายุฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรง

ส่วนมากบริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง สุโขทัย กำแพงเพชร และตาก
อุณหภูมิต่ำสุด 21-25 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 33-36 องศาเซลเซียส
ลมใต้ ความเร็ว 10-25 กม./ชม.

  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีพายุฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรง

ส่วนมากบริเวณจังหวัดเลย ชัยภูมิ ขอนแก่น นครราชสีมา บุรีรัมย์ และสุรินทร์
อุณหภูมิต่ำสุด 23-24 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 31-36 องศาเซลเซียส
ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-25 กม./ชม.

  • ภาคกลาง มีพายุฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรง

ส่วนมากบริเวณจังหวัดราชบุรี กาญจนบุรี สุพรรณบุรี อุทัยธานี ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา และนครปฐม
อุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-36 องศาเซลเซียส
ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-25 กม./ชม.

  • ภาคตะวันออก มีพายุฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรง

ส่วนมากบริเวณจังหวัดฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด
อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 31-35 องศาเซลเซียส
ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.
ทะเลมีคลื่นต่ำกว่า 1 เมตร

  • ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง

บริเวณจังหวัดนครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส
อุณหภูมิต่ำสุด 22-26 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 33-35 องศาเซลเซียส
ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม./ชม.
ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร

  • ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง

บริเวณจังหวัดภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล
อุณหภูมิต่ำสุด 21-25 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส
ลมตะวันออก ความเร็ว 10-30 กม./ชม.
ทะเลมีคลื่นต่ำกว่า 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร

  • กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรง

อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 33-35 องศาเซลเซียส
ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-25 กม./ชม.

‘ครูแขก’ ร้องขอความเป็นธรรม ปมตกเป็นแพะคดีระเบิดสมานเมตตาแมนชั่น

‘ครูแขก’ ร้องขอความเป็นธรรมศูนย์ ศยธ.มูลนิธิต่อต้านการทุจริตคอรัปชั่น จากกรณีสมานเมตตาแมนชั่น ปี 53 เพื่อให้ช่วยดำเนินการเรื่องชดใช้เยียวยา

เมื่อวันที่ 26 เม.ย. ที่ผ่านมา ที่ศูนย์ช่วยเหลือผู้ไม่ได้รับความเป็นธรรมจากกระบวนการยุติธรรมหรือศูนย์แพะ (ศยธ ) อาคารเลขที่ 439 ชั้น 1 ภายในหมู่บ้านเมืองทองธานี ถนนบอนด์สตรีท ต.บางพูด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี นางอัมพร ใจก้อน หรือครูแขก อายุ 59 ปี อยู่บ้านเลขที่ 78/1 หมู่5 ต.หนองควาย อ.หางดง จ.เชียงใหม่ ผู้ต้องหาในคดีวางระเบิด

หลังจากถูกจับกุมในข้อหาร่วมกันมีหรือประกอบวัตถุระเบิด และร่วมกันทำให้เกิดระเบิด ทำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย เหตุเกิดที่สมานเมตตาแมนชั่น อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี ปี 2553 และ ระเบิดรถจักรยานยนต์ ในพื้นที่เขตมีนบุรี ปี 2557 เดินทางมาพร้อมกับน.ส.เบญจรัตน์ มีเทียน ทนายความ เพื่อร้องขอความเป็นธรรม กับ นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ รองประธาน ศยธ. และ นายณัชพล สุพัฒนะ หรือ มาร์ค พิทบูล ที่ปรึกษา ศยธ. เพื่อให้ช่วยดำเนินการเรื่องชดใช้เยียวยา พร้อมดำเนินคดีทางแพ่งและอาญากับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจและผู้ที่เกี่ยวข้อง หลังจากศาลชั้นต้น-ศาลอุทธรณ์ ยกฟ้องทั้ง 2 คดี ถือว่าคดีถึงที่สุดแล้ว ทำให้ขาดอิสรภาพในการดำเนินชีวิต

โดยมอบเอกสารหลักฐานสำคัญต่างๆจำนวนหนึ่งให้ทางศูนย์เพื่อเป็นข้อมูลในการดำเนินการเรียกร้องกับทางเจ้าหน้าที่รัฐ ให้ออกมารับผิดชอบที่ดำเนินการด้านคดีผิดพลาด ซึ่งทางด้านครูแขกกล่าวว่าหลังจากทางเจ้าถูกทางหน้าที่เข้าจับกุมที่บ้านในจ.เชียงใหม่ เมื่อปี 57 ในข้อหาร้ายแรงนี้ ซึ่งตนรู้สึกเสียใจมาก ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องในคดีที่เกิดขี้นทั้งสองคดี และได้ต่อสู้มาตลอด จนกระทั้งศาลยกฟ้อง

เนื่องจากพยานหลักฐานของทางเจ้าหน้าที่นั้นไม่สามารถเชื่อมโยงในการกระทำความผิดและไม่ปรากฎว่าจำเลยได้กระทำความผิด กระทั่งต้องมาเป็นแพะในคดีนี้ จึงอยากให้ทางเจ้าหน้าที่ออกมาแสดงความรับผิดชอบ ออกมาขอโทษที่ทำงานผิดพลาด ส่วนในเรื่องการชดใช้เยียวยาได้มอบเรื่องให้ทางศูนย์แพะดำเนินการต่อไป

อุทาหรณ์! พ่อเฒ่าเช็ดปืนไม่เอากระสุนออกลั่นเจาะทะลุอกดับ

พ่อเฒ่า 77 ปี เช็ดปืนลูกซองแต่ไม่ได้เอาลูกออก ลั่นเจาะทะลุหน้าอกเสียชีวิต

วันที่ 26 เม.ย. ที่ผ่านมา ร.ต.อ.วรวุฒิ คำตาสุข ร้อยเวรสอบสวน สถานีตำรวจภูธรสรรคบุรี พร้อมด้วยอาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญูและแพทย์เวร เข้าชัณสูตรศพนายเลื่อม โพธิ์หร่าย อายุ77ปี ซึ่งนอนเสียชีวิตอยู่บนแคร่ ใต้ถุนบ้านเลขที่3/1หมู่ที่12 ต.ดงคอน อ.สรรคบุรี จ.ชัยนาท หลังจากรับแจ้งจากญาติว่าได้ยินเสียงปืนและพบนายเลื่อมนอนจมกองเลือดอยู่

เบื้องต้นพบรอยกระสุนเจาะเข้าที่หน้าอกด้านซ้ายจำนวน2-3รู และบนเพดานยังพบรอยกระสุนแบบเดียวกันอีก6รูโดยมีหัวกระสุนทรงกลมตกอยู่บนแคร่1ลูกข้างศพนายเลื่อมมีปืนลูกซองยาวไทยประดิษฐ์ เบอร์12ตั้งอยู่ ใกล้ๆกันพบผ้าสำหรับเช็ดปืนตกอยู่ เบื้องต้นไม่พบร่องรอยการต่อสู้หรือรื้อค้นทรัพย์สิน

สอบสวนนางสุธิดา โพธิ์หร่าย อายุ50ปี ลูกสะใภ้ให้การว่า ในยามว่างนายเลื่อมมักจะเอาปืนกระบอกดังกล่าวออกมาเช็ดอยู่เป็นประจำ และก่อนหน้านี้ช่วงสัปดาห์ที่แล้วนายเลื่อมก็เคยเช็ดปืนแล้วเกิดลั่นมาแล้วรอบหนึ่ง ซึ่งครั้งนั้นโชคดีที่ไม่ถูกใครมีเพียงพื้นบ้านได้รับความเสียหาย แต่ครั้งนี้ตนออกไปธุระนอกบ้านได้เพียงครู่เดียวก็ได้ยินเสียงปืนดังขึ้น จึงรีบกลับมาดูว่าเกิดอะไรขึ้นอีก แต่ครั้งนี้พบว่ากระสุนเจาะทะลุหน้าอกนายเลื่อมเสียชีวิตเสียแล้ว

ด้านเจ้าหน้าที่สัณนิษฐานว่านายเลื่อมคงเอาปืนออกมาเช็ดเหมื่อนเช่นเคย โดยไม่ได้เอาลูกปืนออกก่อน เพราะคิดว่าคงไม่เป็นไร แม้จะเคยลั่นมาก่อน แต่คงเกิดความผิดพลาดบางอย่างทำให้ปืนเกิดลั่น วิถีกระสุนเจาะผ่านขั้วหัวใจจนทำให้นายเลื่อนเสียชีวิตทันทีดังกล่าว

จึงฝากเตือนผู้ที่ต้องทำงานเกี่ยวเนื่องกับอาวุธปืน การจับปืนทุกครั้งต้องยึดถือหลักความปลอดภัยอย่างเคร่งครัดทุกครั้ง คือต้องระลึกเสมอว่าปืนทุกกระบอกมีกระสุน และต้องเอากระสุนออกทุกครั้งก่อนทำการเช็ดล้าง หลังเลิกใช้งาน หรือก่อนนำเข้าเก็บรักษาเพื่อไม่ให้เกิดเหตุการปืนลั่นและสูญเสีย