ชื่นชม!! ‘น้องอองซาน’ นักไวโอลินรุ่นจิ๋ว เล่นดนตรีหาทุนให้โรงพยาบาล

‘น้องอองซาน’ นักไวโอลินรุ่นจิ๋วอายุ12ปี เล่นดนตรีหาทุนให้โรงพยาบาล ซื้อเครื่องมือทางการแพทย์

วันที่ 26เม.ย.2561 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่โรงพยาบาลชัยนาทนเรนทร จ.ชัยนาท นักไวโอลินรุ่นจิ๋วอายุ12ปีที่ชื่อ ‘น้องอองซาน’ หรือ “ด.ญ.ประณีตศิลป์ ธนาริยานุกูล” นักเรียนชั้นประถมศึกษาจาก อ.หันคา จ.ชัยนาท ได้ทำกิจกรรมจิตอาสาโดยเล่นไวโอลินเพื่อสร้างความเพลิดเพลิน และระดมเงินบริจาคจากผู้ป่วยและญาติที่มารอรับบริการ ด้วยชุดไทยอันสวยงามน่ารัก มีน้องชายวัย 8 ขวบที่ชื่อ “น้องจิมมี่”คอยถือกล่องรับบริจาคเดินตามอย่างน่าเอ็นดู

โดยเพลงส่วนใหญ่ที่น้องอองซานเลือกมาเล่นจะเป็นเพลงฮิตตามสมัยนิยม คอเพลงประกอบละครดัง ‘บุพเพสันนิวาส’ และเพลงไทยที่คุ้นหูฟังสบายหลากหลายเพลง เพื่อสร้างกำลังใจและความเพลิดเพลินให้กับผู้ป่วยและญาติๆ ซึ่งมีผู้ร่วมบริจาคสมทบทุนซื้อเครื่องมือแพทย์ให้กับโรงพยาบาลจำนวนมาก โดยทุกคนบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า น้องอองซาน ถือว่าเป้นตัวอย่างที่ดีของเด็กรุ่นใหม่ที่มีจิตอาสาทำเพื่อส่วนรวม เป็นที่น่ารักน่าชื่นชม และก้รู้สึกประทับใจี่มาโรงพยาบาลแล้วมีความบันเทิงช่วยทำให้หัวใจชุ่มชื่น มีกำลังใจต่อสู้กับโรคภัยได้ต่อไป

นายศักดิ์ชาย ธนาริยานุกลู คุณพ่อของน้องอองซานเปิดเผยกับทีมข่าวของเราว่า หลังจากปิดเทอม น้องอองซานก็มาปรึกาากับคุณพ่อว่าอยากใช้เวลาว่างช่วงปิดเทอม และความสามารถในการเล่นไวโอลินให้เป็นประโยชน์กับสังคม จึงปรึกาากันว่าจะทำอะไรดี จนลงตัวที่ว่าจะเดินสายเล่นดนตรีให้ผู้ป่วยตามโรงพยาบาลฟัง

เพื่อสร้างกำลังใจให้พวกเขาเหล่านั้น ซึ่งทุกๆที่ที่น้องอองวานไปเล่นดนตรี จะมีผู้ป่วยและญาติร่วมบริจาคเงินให้ทุกครั้ง แต่ความตั้งใจของน้องอองซาน ทำด้วยจิตอาสาไม่ต้องการค่าตอบแทน จึงมอบเงินที่มีผู้ร่วมบริจาคให้กับโรงพยาบาลที่ไปเล่นไวโอลิน โดยไม่รับเงินมาใช้ส่วนตัวแม้แต่บาทเดียว และคุณพ่อยังบอกอีกว่าถ้าหน่วยงานหรือสถาบันใดต้องการให้น้องอองซานไปทำกิจกรรมจิตอาสาแบบนี้ก็สามารถติดต่อมาได้ แต่ขอเน้นว่าถ้าขอให้เป็นงานเพื่อส่วนรวม

พายุถล่ม! ต้นไม้โค่นทับรถปลัดอำเภอเสียหายหลายคัน

เกิดพายุฤดูร้อนพัดถล่มในพื้นที่อำเภอแม่ริม จ.เชียงใหม่ ต้นไม้อายุกว่า 50 ปี ล้ม ทับโรงจอดรถของที่ว่าการอำเภอแม่ริม รถยนต์เสียหายหลายคัน

ช่วงเย็นวันนี้ (26 เม.ย.61) เกิดพายุฤดูร้อนพัดถล่มในพื้นที่อำเภอแม่ริม จ.เชียงใหม่ ความรุนแรงจากลมพายุที่พัดต่อเนื่องนานกว่า 20 นาที ทำให้ต้นมะกอกขนาดใหญ่ อายุกว่า 50 ปี โค่นล้มแบบถอนราก ล้มทับโรงจอดรถของที่ว่าการอำเภอแม่ริม ทับรถยนต์ของปลัดอำเภอและเจ้าหน้าที่เสมียนตราเสียหายรวม 4 คัน เป็นรถยนต์เก๋ง 2 คัน รถกระบะ 1 คัน สภาพรถถูกลำต้นทับหลังคากระแทกลงมาทับตัวรถจนยุบไปครึ่งคัน ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นสร้างความแตกตื่นให้กับเจ้าหน้าที่ที่กำลังทำงานอยู่ ต่างพากันวิ่งออกมาสำรวจรถของตัวเอง นอกจากนี้ต้นมะกอกยังล้มไปถูกบ้านพักของเจ้าหน้าที่ที่ดินอำเภอ ได้รับความเสียบางส่วน

หลังเกิดเหตุนายบุญญฤทธิ์ ณิปวณิชย์ ปลัดอำเภอแม่ริม เข้าสำรวจความเสียหาย พร้อมประสานรถเครนขนาดใหญ่มาช่วยยกต้นไม้ออก ขณะเดียวกันได้มอบเงินช่วยเหลือจากสมาพันธ์ปลัดอำเภอแห่งประเทศไทยช่วยเหลือเจ้าของรถที่ไม่มีประกันรายละ 5,000 บาท พร้อมแจ้งเตือนประชาชนในอเภอแม่ริมให้สำรวจความมั่นคงแข็งแรงของที่อยู่อาศัย เตรียมรับมือพายุฤดูร้อนที่จะเกิดขึ้นอีกหลังจากนี้

ขณะที่ศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคเหนือ มีประกาศฉบับที่ 1 ( 10/2561) เตือน 25-27 เม.ย. ภาคเหนือจะเกิดพายุฤดูร้อน พายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง ฟ้าผ่า และ ลูกเห็บตกบางพื้นที่ โดยในวันที่ 27 เม.ย. จะเกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง เชียงราย พะเยา และ ตาก ให้ประชาชนระวังอันตรายจากพายุฤดูร้อนในช่วงเวลาดังกล่าว โดยหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ และ ป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรง

หวิดประชาทัณฑ์! ทำแแผนสองคนร้ายฆ่าชิงทรัพย์นายช่างโยธา

ทำแผนประกอบคำรับสารภาพ สองคนร้ายฆ่าชิงทรัพย์นายช่างโยธาก่อนมัดศพอำพรางอ้างแอบได้เสียเมีย

เมื่อเวลา 15.00 น.วันที่ 26 เม.ย.61 ที่ สภ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี พล.ต.ท.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข รอง ผบช.ภ.1 พล.ต.ต.สุศักดิ์ ปรักกมะกุล ผบก.ภ.จว.นนทบุรี พ.ต.อ.สุรพจน์ รอดบำรุง ผกก.สภ.บางใหญ่ พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ โมรานนท์ ผกก.สส.ภ.จว.นนทบุรี พ.ต.ท.สายชล โพธิ์ขอม รอง ผกก.สส.สภ.บางใหญ่ พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน ภูธรจังหวัดนนทบุรี และสืบสวน สภ.บางใหญ่ ได้ร่วมกันจับกุมตัว 1. นายอุดม ยารัมย์ อายุ 29 ปี (เสื้อสีน้ำเงิน) ที่อยู่ 90/65 หมู่ที่ 9 ตำบลกระทุ่มล้ม อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม

และ 2. นายธนากร บุญทะมาตร อายุ 27 ปี (เสื้อเชิ้ต) ที่อยู่ 50 หมู่ที่ 1 ตำบลวังนำเขียว อำเภอกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม พร้อมด้วยของกลาง 1.รถยนต์เก๋ง ยี่ห้อ ฮอนด้า ซิตี สีบอร์นทอง หมายเลขทะเบียน ภฐ-3466 กรุงเทพฯ จำนวน ๑ คัน 2.กระเป๋าเงินพร้อมเอกสารบัตรประจ าตัวข้าราชการบ านาญ ของนาย กนก จันทร์ไทย 3.บัตรเอทีเอ็ม ธนาคารกรุงไทย ของนายกนก จันทร์ไทย โดยกล่าวหาว่า ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา และร่วมกันลักทรัพย์หรือรับของโจร

สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 23 เมษายน 61 เวลา 18.00 น. พบศพนายกนก จันทร์ไทย อายุ 61 ปี อดีตนายช่างโยธาหัวหน้าระบายน้ำเขตบางพลัด นอนเสียชีวิตอยู่ในห้องนอนที่บ้านเลขที่ 42/4 ซอยไทยร่มเกล้า หมู่ที่ 9 ตำบลบางม่วง อำเภอบางใหญ่ จังหวัดนนทบุรี ซึ่งเป็นบ้านเดี่ยวชั้นเดียว สภาพศพถูกมัดมือด้วยผ้าขาวม้า มัดขาด้วยเชือกรัดของเป็นยางยืด มัดคอและปากด้วยผ้าม่าน และศพถูกห่อด้วยผ้าห่ม อยู่บริเวณซอกหัวเตียงนอน

ตรวจสอบทรัพย์สินของผู้ตายพบว่า มีรถยนต์ , บัตรเอทีเอ็ม และเอกสารของผู้ตายได้สูญหายไปต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวน ได้ทำการสืบสวนทราบว่าคนร้ายที่ก่อเหตุดังกล่าว คือ นายอุดม ยารัมย์ และนายธนากร บุญทะมาตร และทราบว่าหลบหนีไปที่ อำเภอสังขะ จังหวัดสุรินทร์ จึงได้ติดตามไปจับกุมตัว พร้อมกับตรวจยึดของกลางดังกล่าวได้จากกลุ่มผู้ต้องหา

จากการสอบสวนผู้ต้องหาทั้งสอง ให้การรับสารภาพว่าได้ร่วมกันฆ่านายกนกฯ จริง โดยผู้ตายกับกลุ่มผู้ต้องหารู้จักกันมาก่อน เนื่องจากเคยทำงานอยู่ด้วยกัน ซึ่งในวันเกิดเหตุผู้ตาย กับกลุ่มผู้ต้องหา ดื่มสุราด้วยกันที่บ้านเกิดเหตุและมีปากเสียงทะเลาะวิวาทกัน กลุ่มผู้ต้องหาได้รุมทำร้ายผู้ตาย จนถึงแก่ความตาย แล้วได้ขับรถยนต์ของผู้ตายหลบหนีไป จนกระทั่งถูกจับกุมได้ในเวลาต่อมา

เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งสองเดินทางไปที่บ้านเกิดเหตุเพื่อทำแผนประกอบคำรับสารภาพ คือที่ด้านหน้าห้องรับแขกที่เป็นจุดที่ทั้งสามนั่งดื่มสุรากันจนมีปากเสียงกัน รวมทั้งได้ทำร้ายผู้เสียชีวิตก่อนที่จะนำร่างผู้เสียชีวิตมัดอำพรางศพ จุดที่สองเป็นจุดด้านหลังหัวเตียงนอนที่ผู้ต้องหามัดศพด้วยผ้าห่มและนำไปซ่อนไว้ด้านหลังหัวเตียง

นายอุดม ยารัมย์ อายุ 29 ปี (เสื้อสีน้ำเงินคนลงมือฆ่า) ทราบว่าเมื่อคืนวันที่ 10 เม.ย.61 ตนและนายธนากร ได้เดินทางมาดื่มสุราที่บ้านผู้เสียชีวิต หลังจากดื่มสุราตนได้ไปนอนที่เตียงพับ ผู้เสียชีวิตได้มาทำร้ายตนโดยการใช้เท้ากระทืบที่ท้อง แล้วกระชากตนขึ้นมาและต่อยที่ท้องตน ตนได้ต่อยคืนต่อสู้กันอยู่พักหนึ่งจนผู้เสียชีวิตล้มลงและสลบไป ตนจึงกลับมานั่งดื่มสุรากับเพื่อนต่อ

หลังจากนั่นตอนเช้าตนทราบว่าผู้เสียชีวิตได้เสียชีวิตไปแล้วตนและเพื่อนจึงได้ช่วยกันมัดคอ มมัดมือและเท้าผู้เสียชีวิต และเอาผ้าห่มพันร่างผู้เสียชีวิตลากเข้าในห้องนอนและซุกไว้ที่หัวเตียง ส่วนสาเหตุ นั้นตนทำงานกับผู้เสียชีวิตมาก่อนทำมาประมาณ 2-3 ปี วันเกิดเหตุตนทะเลาะกับผู้เสียชีวิตเรื่องภรรยาของตน เพราะผู้เสียชีวิตเคยมีสัมพันธ์กับภรรยาตน ก่อนเกิดเหตุผู้เสียชีวิตได้พูดกับตนว่า “กูให้มึงไปทำงานมึงไม่ไปกลัวกูจะเอาเมียมึงอีกไง” ตนจึงโมโหจรมีเรื่องชกต่อยกัน

จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งสอง ส่งสภ.บางใหญ่ เพื่อดำเนินคดีและจะนำตัวส่งฝากขังศาลแขวงจังหวัดนนทบุรีต่อไป