ชลบุรีอ่วม! พายุฤดูร้อนถล่มพัดเสาไฟฟ้าและรถเก๋งเสียหายหลายคัน

พายุฤดูร้อนพัดเสาไฟฟ้าภายในวัดเนินตองหักกิ่งไม้และยังพลัดกิ่งไม้หักล้มทับอาคาร และรถเก๋งผู้อำนวยการโรงเรียนหลังคายุบกระจกหน้า-หลังแตกเคราะห์

เมื่อวันที่ 25 เม.ย. ที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากนางขนิษฐา สุทธิปรีชา ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดเนินตองว่าเกิดลมกรรโชกแรง จากฤทธิ์พายุฤดูร้อน ได้สร้างความเสียหายให้แก่วัดและโรงเรียนวัดเนินตอง ม.2 ต.หนองขาม อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี เป็นวงกว้าง จากการเข้าสำรวจความเสียหาย หลังเกิดเหตุพายุฤดูร้อนพัดถล่มในช่วงบ่าย

พบว่าต้นไม้พญาสัตบรรณ หักหล่นลงมาทับรถเก๋ง อีซูซุ สีบรอนซ์ หมายเลขทะเบียน กฉ-4664 ชลบุรี ของนางขนิษฐา สุทธิปรีชา ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดเนินตอง จนหลังคายุบกระจก หน้า-หลังแตก และยังพบกิ่งพญาสัตบรรณ หักลงมาทับอาคารเรียน ได้รับความเสียหายหลังคาแตกกะสีและกระเบื้องถูกลมพัดได้รับความเสียหาย

ขณะที่เสาไฟฟ้าภายในวัดเนินตองถูกลมพายุพลัดหักโค่นและ กิ่งต้นสักทอง หักลงมาหวิดทับศูนย์พัฒนาเด็กเล็กและในเวลา 16.00 น. ผู้สื่อข่าวยังได้รับแจ้งจากประชาชนว่าเกิดพายุโซนร้อนพัดถล่มในพื้นที่ถนนสายโรงกรองน้ำ-ถนนตัดใหม่ ม.4ต.หนองขาม อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี ส่งผลทำให้ต้นไม้ขนาดใหญ่ล้มทับรถยนต์ยี่ห้ออีซูซุสีเทาของนายชาญ บัวทอง อายุ57ปี เสียหายเล็กน้อย

โดยนายชาญ กล่าวว่า มีฝนตกและลมกรรโชกแรงเห็นต้นไม้โยกไปมากำลังจะล้มตนจึงรีบนำบุตรหลานหลบพายุฝนเข้าไปในบ้าน นอกจากนี้เสาไฟฟ้าแรงสูงถูกลมพายุพัดจนทำให้เสาไฟฟ้าแรงสูง และเสาไฟฟ้าแรงต่ำล้มลงจำนวนหลายต้น ขวางทางเข้าบ้านของตนเอง ส่งผลทำให้กระแสไฟฟ้าในพื้นที่ดับ เจ้าหน้าที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคเร่งสำรวจความเสียหายและรีบ ดำเนินการซ่อมแซมจ่ายกระแสไฟฟ้าให้กับประชาชนที่ได้รับผลกระทบ

ส่วนต้นไม้ล้มขวางถนนและเสาไฟฟ้าล้มจำนวนหลายต้น ด้านเจ้าหน้าที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคอำเภอศรีราชา อยู่ระหว่างตรวจสอบจำนวนหม้อแปลงที่ได้รับผลกระทบไฟยังดับอยู่บางส่วน และจะเร่งแก้ไขระบบไฟฟ้าและจ่ายไฟให้กับบ้านเรือนประชาชน ส่วนสาเหตุเบื้องต้นเกิดจากมีลมพายุหมุนและเกิดฝนตกอย่างแรงจนทำให้เสาไฟฟ้าล้มและเกิดความเสียหายดังกล่าว

กสม. มีมติทำหนังสือด่วนถึงผู้ว่ากรุงเทพฯ กรณีรื้อชุมชนป้อมมหากาฬ

กสม. มีมติให้ทำหนังสือด่วนที่สุดถึงผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กรณีไล่รื้อชุมชนป้อมมหากาฬ

วันที่ 25 เมษายน 2561 ที่ประชุมคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ด้านการคุ้มครองและมาตรฐานการคุ้มครองสิทธิมนุษยชน ครั้งที่ 14/2561 ได้พิจารณาความคืบหน้ากรณี ชุมชนป้อมมหากาฬ โดยมีข้อเสนอแนะมาตรการหรือแนวทางที่เหมาะสมกรณีชุมชนป้อมมหากาฬ (รายงานผลการพิจารณาที่ 814/2560 ลงวันที่ 18 กรกฎาคม 2560)ไปยังคณะรัฐมนตรี และกรุงเทพมหานคร

ซึ่งผู้อำนวยการสำนักการโยธา กรุงเทพมหานคร ส่งหนังสือลงวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2561 แจ้งผลดำเนินการกรณีชุมชนป้อมมหากาฬ โดยยืนยันข้อกฎหมายที่ไม่สามารถดำเนินการตามข้อเสนอแนะของ กสม. ที่เสนอต่อคณะรัฐมนตรี และผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ให้ดำเนินการปรับปรุงวางผังตามแนวคิดชุมชนของแผนแม่บท เพื่อการอนุรักษ์และพัฒนาชุมชนบ้านไม้โบราณในรูปแบบพิพิธภัณฑ์มีชีวิต (Living Museum) และควรพิจารณาปรับปรุงแก้ไขพระราชบัญญัติว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ. 2530 ให้สอดคล้องกับหลักการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560

ในขณะเดียวกัน เมื่อ กสม. ส่งข้อเสนอแนะมาตรการหรือแนวทางที่เหมาะสมกรณีชุมชนป้อมมหากาฬดังกล่าว ให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาแล้ว เลขาธิการคณะรัฐมนตรีได้มีหนังสือ ลงวันที่ 26 มีนาคม 2561 แจ้ง กสม. ว่า คณะรัฐมนตรีได้ประชุมปรึกษาเมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2561 ลงมติรับทราบรายงานข้อเสนอแนะของ กสม. ในเรื่องดังกล่าว และให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งรัดดำเนินการให้แล้วเสร็จและแจ้งผลการดำเนินการให้สำนักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรีทราบโดยด่วนภายในวันที่ 30 เมษายน 2561

อนึ่ง ขณะนี้กรุงเทพมหานคร กำลังดำเนินการรื้อถอนบ้านในชุมชนป้อมมหากาฬในส่วนที่เหลือ ที่ประชุม กสม. จึงมีมติให้ทำหนังสือด่วนที่สุดถึงผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เพื่อพิจารณาดำเนินการกรณีชุมชนป้อมมหากาฬให้สอดคล้องกับมติคณะรัฐมนตรีและข้อเสนอแนะของ กสม.

แม่เด็กหญิง 14 ปี ร่ำไห้ ร้องสื่อลูกสาวถูกคนเก็บเงินกู้ข่มขืน

แม่เด็กหญิง อายุ 14 ปีร่ำไห้ ร้องสื่อปล่อยลูกไว้คนเดียวถูกคนเก็บเงินกู้นอกระบบ ดอดเข้ามาข่มขืน หวั่นเกรงจะมาก่อเหตุซ้ำร้องให้มูลนิธิปวีณา เข้ามาช่วยเหลือ อยากให้ตำรวจจับตัวได้โดยเร็ว

วันนี้ (25 เม.ย.61 )ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่บริเวณตลาดหนองมน ถนนสันติเกษม ตำบลแสนสุข อำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี ในบ้านเลขที่ 204 หลังได้รับการร้องเรียนมีเด็กหญิงวัย 14 ปี ถูกละเมิดทางเพศ ที่ได้มีการแจ้งความไว้ที่สถานีตำรวจแสนสุขไว้แล้ว แต่หวั่นเกรงคดีไม่คืบ
โดยมาถึงได้พบกับเด็กหญิงเอ นามสมมุติ อายุ 14 ปี อยู่ในอาการซึมเศร้าเล่าว่าวันที่ 5 เมษายน 2561 ตนกำลังนั่งเล่นคอมพิวเตอร์ ได้มีนายกีรติ หรือปลื้ม คำมี อายุ 20 ปี ซึ่งเป็นคนเก็บเงินกู้นอกระบบ ได้เดินเข้ามาหาและชวนคุย จากนั้นอยู่ๆก็ดึงเข้าห้องนอนแล้วตรงเข้ากอดปลุกปล้ำ ตนพยายามที่จะขัดขืน แต่สู้แรงไม่ไหว ทำให้ถูกข่มขืนจนสำเร็จ

ตอนแรกไม่กล้าบอกแม่ แต่เกรงว่าจะดอดเข้ามาหาอีกจึงได้ตัดสินใจให้แม่พาไปแจ้งความที่สถานีตำรวจแสนสุข ในวันที่ 23 เมษายน ที่ผ่านมาด้านนางบี อายุ 43 ปี ผู้เป็นแม่เล่าว่า ได้รู้จักกับนายปลื้มมาประมาณ 2 เดือน เนื่องจากจะมาเก็บดอกเงินกู้กับตนวันละ 200 บาท วันเกิดเหตุตนไม่อยู่บ้าน ออกไปวิ่งจักรยานยนต์รับจ้าง ไม่คิดว่าจะเข้ามาข่มขืนลูกสาวตนที่ยังเป็นเด็ก อายุไม่ถึง 15 ปี จึงจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด แต่ก็หวั่นกลัวว่าจะย้อนมาอีก เลยต้องการให้ทางมูลนิธิปวีณาเพื่อเด็กและสตรี เข้ามาดูแลช่วยเหลือ พร้อมให้ให้ตำรวจคอยเวียนมาดูแลจับคนก่อเหตุมาลงโทษให้ได้