บุกจับร้านอาหารดังสร้างบ้านพักรุกน้ำตกห้วยแก้ว เจ้าของโวยลั่นไม่ผิด!!

เจ้าหน้าที่บุกตรวจร้านอาหารริมน้ำตกห้วยแก้ว-สร้างบ้านพักรุกน้ำตกห้วยแก้ว เจ้าของโวยลั่นไม่ผิดกฏหมาย ขณะที่หัวหน้า อช.ดอยสุเทพ-ปุย ส่งเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหาทำป่าสงวนเสื่อมสภาพ

ช่วงบ่ายวันนี้ ( 25 เมษายน) นายกริชสยาม คงสตรี หัวหน้าอุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ป่าไม้ เจ้าหน้าที่อุทยาน และ ทหาร กว่า 30 คน นำกำลังเข้าตรวจสอบการก่อสร้างบ้านพัก ริมลำน้ำตกห้วยแก้ว บริเวณด้านหลังร้านอาหารเฮือนห้วยแก้ว ใกล้กับอนุสาวรีย์ครูบาเจ้าศรีวิชัย ถนนห้วยแก้ว ตำบลสุเทพ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ หลังได้รับการร้องเรียนจากประชาชนว่ามีการก่อสร้างรุกล้ำลำน้ำตกห้วยแก้ว

ขณะที่เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบพบนายชัยรัตน์ อินทรชำนาญ อายุ 63 ปีเจ้าของร้านอาหารเฮือนห้วยแก้ว ยืนรออยู่บริเวณจุดก่อสร้าง เมื่อเห็นเจ้าหน้าที่เข้ามาตรวจสอบนายชัยรัตน์ได้ตะโกนโวยวายและต่อว่าอย่างรุนแรง พร้อมถือเอกสารจำนวนมากมาแสดง โดยอ้างว่าการก่อสร้างดังกล่าวถูกต้องเพราะก่อสร้างบนที่ดินที่มีกรรมสิทธิ์ครอบครอง หรือ สค.1

ด้านนายกริชสยาม ระบุว่า จากการตรวจสอบพบมีการสร้างเสาและคานคอนกรีตรุกล้ำลงไปในลำน้ำตกห้วยแก้ว ซึ่งถือเป็นสายน้ำสำคัญที่หล่อเลี้ยงชาวเชียงใหม่ ใช้ในการผลิตน้ำประปา เมื่อตรวจสอบแผนที่ตามระวางของกรมที่ดินยังพบว่า สร้างเกินหลักหมุดโฉนด

เบื้องต้นได้ให้เจ้าหน้าที่แจ้งข้อหาผิด พ.ร.บ.ป่าไม้ 2484 มาตรา 54,55,72 ก่อสร้าง แผ้วถาง หรือ เข้าถือครอบครองป่าโดยไม่ได้รับอนุญาต พรบ.ป่าสงวนแห่งชาติ 2507 มาตรา 14,31 ยึดถือครอบครองทำประโยชน์หรืออยู่อาศัยในที่ดิน ก่อสร้าง แผ้วถาง ทำให้เสื่อมเสียแก่สภาพป่าสงวนแห่งชาติโดยไม่ได้รับอนุญาต

นายกริชสยาม กล่าวว่า แม้เจ้าของที่ดินจะอ้างว่ามีสิทธิ์การครอบครองตามเอกสารสิทธิ์ สค. 1 แต่ สค.1 ที่ระบุถึง ได้มีการออกเป็นโฉนดที่ดินเรียบร้อยแล้ว แต่สิ่งปลูกสร้างที่เกิดขึ้นสร้างเกินกว่าโฉนดที่ดิน และ ยังรุกเข้าไปในลำน้ำตกห้วยแก้ว เจ้าหน้าที่จึงต้องแจ้งความดำเนินคดีตามหน้าที่

หลังแจ้งข้อกล่าวหาให้นายชัยรัตน์ทราบ เจ้าหน้าที่อุทยานฯได้เชิญตัวไปที่สถานีตำรวจภูธรภูพิงคราชนิเวศน์ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย แต่นายชัยรัตน์ปฏิเสธเดินทางไปโรงพัก พร้อมตอบโต้ว่า จะแจ้งความกลับเจ้าหน้าที่ทั้งหมดด้วย เพราะมีหลายจุดที่ทำผิดกฏหมายสร้างรุกป่า รุกลำน้ำ แต่เจ้าหน้าที่กลับไม่ดำเนินการ เช่นกรณีบ้านพักของศาล

นายชัยรัตน์ กล่าวว่า ที่ดินที่ครอบครองมีทั้งหมด 9 ไร่เศษ มีโฉนดที่ดินถูกต้องตามกฎหมายและกำลังจะสร้างบ้านพักในจุดนี้ แต่กลับถูกเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบและล่าวหาว่าบุกรุก ซึ่งที่ผ่านมาก็ถูกเจ้าหน้าที่กลั่นแกล้งมาโดยตลอด แต่เมื่อต่อสู้ ศาลมีคำตัดสินให้ชนะคดีมาแล้ว

ชาวบ้านผวา!! เป็ดปักกิ่งที่เลี้ยงไว้ตายยกเล้า หวั่นไข้หวัดนกระบาด

ชาวบ้านผวาหวั่นไข้หวัดนกระบาด หลังเป็ดปักกิ่งที่เลี้ยงไว้กว่า 20 ตัว ตายยกเล้า

วันนี้ (25 เม.ย.61) ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากนายจำลอง ซาทรง อายุ 80 ปี อยู่บ้านเลขที่ 72/2 ม.2 ต.บ่อพลอย อ.บ่อไร่ จ.ตราด เจ้าของเล้าเป็ดปักกิ่ง ที่บ้านแห่งหนึ่ง ไม่มีเลขที่ ม.1 ต.หนองขาม อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี ว่าเป็นปักกิ่งที่เลี้ยงไว้กว่า 20 ตัว ตายยกเล้าโดยไม่ทราบสาเหตุ ทำให้เกิดการหวั่นวิตกของเจ้าของเล้าเป็ด ว่าอาจเป็นโรคไข้หวัดนกหรือเปล่า

ต่อมานายจำลอง เจ้าของเล้าเป็ด ได้พาผู้สื่อข่าวเดินดูซากเป็ด ที่นอนตายเกลื่อนคาคอก ซึ่งเป็ดที่ตายนั้นเป็นเป็ดพันธุ์ปักกิ่งตัวสีขาว ประมาณ 20 ตัว ซึ่งผู้เลี้ยงได้นำซากเป็ดปักกิ่งที่ตายแล้ว มาวางเรียงเป็นกลุ่มเพื่อรอให้เจ้าหน้าที่สาธารณสุข ข จังหวัดชลบุรี เข้ามาตรวจสอบ เพื่อหาสาเหตุการตายของเป็ดปักกิ่ง ว่าตายด้วยสาเหตุอะไร

จากการสอบถามนายจำลอง ได้เล่าว่า สำหรับเป็ดปักกิ่ง ภายในเล้าดังกล่าว ตนได้เลี้ยงไว้มาประมาณ 2 ปีกว่าแล้ว โดยเลี้ยงไว้เพื่อขายให้กับลูกค้าที่มาสั่งจองไว้ จนกระทั่งเมื่อวานนี้ช่วงเย็น ตนยังนำอาหารมาให้เป็ดกินอยู่เลย ต่อมาในช่วงสายวันนี้ตนได้เดินทางมาที่เล้าเป็ด เพื่อที่จะให้อาหารตามปกติ แต่เมื่อมาถึงก็พบว่าเป็ดที่เลี้ยงไว้กว่า 20 ตัวนอนตายไม่ทราบสาเหตุ ซึ่งตนอยากจะฝากถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เข้ามาตรวจสอบหาสาเหตุที่แท้จริงของการตายของเป็ดเหล่านี้ทีเนื่องจากตนกลัวว่าเป็ดเหล่านี้อาจจะเป็นไข้หวัดนกตาย

‘หมอแสง’ เผยเตรียมขายสูตรยาต้านมะเร็งให้ต่างชาติ

‘หมอแสง’ เตรียมขายสูตรยาต้านมะเร็งให้ต่างชาติ หลังกรมการแพทยฺแผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ออกมาระบุยาหมอแสง ไม่สามารถยับยั้งเซลล์มะเร็งได้

ภายหลังกรมการแพทยฺแผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ออกมาระบุว่า ยาของนายแสงชัย แหเลิศตระกูล หรือหมอแสง ไม่ยับยั้งเซลล์มะเร็ง นายแสงชัย เปิดใจกับจส. 100 ยืนยันว่า จะขายสูตรยาให้กับต่างประเทศแล้ว หลังไม่ได้รับการรับรองจากกรมการแพทย์กแผนไทยและการแพทย์ทางเลือก เพราะการนำทดลองนั้น ก็เป็นเพียงการวิจัยในหลอดทดลอง ส่วนจะเลิกแจกยาหรือไม่นั้น จะมีการพิจารณาอีกครั้ง เนื่องจากถูกตำหนิจากหลายฝ่ายว่ายังหน้าด้านแจกยาอีก ส่วนตัวอยากให้มีการตรวจสอบสมุนไพรเบญจอำมฤตบ้าง

ส่วนการลงพื้นที่ ใน3จังหวัดชายแดนภาคใต้ ในวันที่ 2 พ.ค.นี้ ยังคงเดินทางไปตามเดิม โดยจะไปแจกยาที่หน้าเรือนจำนราธิวาส โดยผู้ที่เป็นมะเร็ง ขอให้ไปที่สถาบันมะเร็งแห่งชาติก่อน หากเขาให้มารับยาได้ที่หมอแสงก็ให้มา สำหรับการผลิตยาหมอแสงอยู่ที่ 4 แสนเม็ดต่อเดือน

ข้อมูลจาก จส.100