จี้อธิบดีปศุสัตว์ลาออก ปมซื้อวัคซีนพิษสุนัขบ้าไม่โปร่งใส

เครือข่ายกลุ่มคนรักสัตว์รวมตัวกัน กดดันให้อธิบดีกรมปศุสัตว์ลาออกเพื่อรับผิดชอบ หลังไม่สามารถควบคุมสถานการณ์โรคพิษสุนัขบ้าได้ ขณะเดียวกันผลสอบทุจริตวัคซีนไม่มีความชัดเจน

นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม พร้อมกลุ่มคนรักสัตว์รวมตัวเรียกร้องให้นายสัตวแพทย์อภัย สุทธิสังข์ อธิบดีกรมปศุสัตว์และพวก ลาออกจากตำแหน่ง เพื่อรับผิดชอบต่อความผิดพลาดที่เกิดขึ้นกับการระบาดของโรคพิษสุนัขบ้า จนทำให้มีผู้เสียชีวิตถึง 8 ราย

โดยกำหนดให้ลาออกภายใน 7 วัน หากไม่ลาออก กลุ่มคนรักสัตว์ก็จะยกระดับการกดดันที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมเดินหน้าร้องคณะกรรมการ ป.ป.ช.,สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน และศาลอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบกลางให้ดำเนินการตรวจสอบ

นายอัจฉริยะ เปิดเผยว่า มีหลักฐานการรายงานข้อมูลอันเป็นเท็จจากท้องถิ่นเกี่ยวกับการฉีดวัคซีนให้กับหมาแมวในจังหวัดที่แพร่ระบาด เพื่อให้กรมปศุสัตว์นำข้อมูลไปชี้แจงกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ไม่ให้ประชาชนตื่นตระหนก แต่กลับเป็นการตกแต่งข้อมูลที่เป็นเท็จ โดยเรื่องทั้งหมด มีต้นตอมาจากการจัดซื้อวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าไม่โปร่งใส รวมทั้งยังปล่อยให้เกิดปัญหาวัคซีนด้อยคุณภาพ จนสำนักงานอาหารและยาเรียกเก็บคืนกว่าล้านโด๊ส ส่งผลให้วัคซีนขาดแคลน

ขณะที่ วันนี้ (25 เม.ย.) เครือข่ายคนรักสัตว์ จะเข้ายื่นหนังสือต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อเรียกร้องให้ปลดอธิบดีกรมปศุสัตว์และพวก

นักร้องหนุ่มแต่งกายคล้ายพระ โพสต์ขอโทษ ไม่ได้คิดลบหลู่ศาสนา

หนุ่มแต่งกายคล้ายพระ ขึ้นร้องเพลง-ซดเหล้าในบาตร โพสต์ขอโทษ ไม่ได้คิดลบหลู่ศาสนา

จากกรณที่มีการแชร์คลิปนักร้องหนุ่มแต่งกายเลียนแบบคล้ายพระสงฆ์ ขึ้นร้องเพลงบนเวทีงานเลี้ยงบวชนาคที่ จ.กำแพงเพชร อีกทั้งยังมีการดื่มเหล้าในบาตรพระพลาสติก โดยบอกว่าเป็นน้ำปานะ อย่างไม่แคร์ พร้อมโชว์ลีลาสุดเหวี่ยง ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น (ดราม่าสนั่น!! ชายแต่งกายคล้ายพระ ขึ้นร้องเพลงแถมซดเหล้าในบาตร)

ล่าสุด สมาชิกเฟซบุ๊ก Siriluk Phingam ได้เข้ามาคอมเม้นท์ใต้คลิปดังกล่าว โดยขอโทษกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมยอมรับผิด ไม่ได้คิดจะลบหลู่ศาสนาเลยแม้แต่น้อย

บอร์ดทอท. ชงทุบอาคาร 1 ดอนเมือง สร้างใหม่วงเงิน 3.4 หมื่นล้านบาท

ทอท.ปรับแผนพัฒนาดอนเมือง เฟส 3 วงเงิน 3.4 หมื่นล้าน จ่อเสนอบอร์ดพิจารณาวันนี้ ลุยทุบอาคารในประเทศหลังเก่า ใช้เป็นอาคาร 3 รองรับเที่ยวบินอินเตอร์ 

วันนี้(25 เม.ย.) บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะกรรมการ (บอร์ด ) ทอท. วันที่ 25 เม.ย.นี้ ท่าอากาศยานดอนเมือง จะเสนอแผนแม่บทพัฒนาท่าอากาศยานดอนเมือง ระยะที่ 3 (2563-2568) วงเงิน 3.4 หมื่นล้านบาท ซึ่งเป็นฉบับปรับปรุงจากแผนเดิมที่บอร์ด ทอท. เห็นชอบไปก่อนหน้านี้ ที่มีแผนจะพัฒนาอาคารภายในประเทศหลังเก่าที่ปิดให้บริการตั้งแต่ปี 49 ให้กลับมาใช้งานเป็นอาคาร 3 รองรับเที่ยวบินภายในประเทศ

ทั้งนี้ จากการพิจารณาเที่ยวบิน และผู้โดยสารในปัจจุบัน พบว่ามีอัตราการเติบโตสูงมากโดยปี 60 มีเที่ยวบินระหว่างประเทศเพิ่มขึ้น 14% ขณะที่ภายในประเทศเพิ่มขึ้น 1% ดังนั้นจึงต้องปรับแผนด้วยการพัฒนาอาคารผู้โดยสารหลังเก่าให้กลับมาใช้งานสำหรับรองรับเที่ยวบินระหว่างประเทศก่อน

โดยการปรับแผนครั้งนี้ ทอท.ตัดสินใจจะทุบอาคารผู้โดยสารหลังเก่า เพื่อก่อสร้างเป็นอาคารหลังใหม่เลย จากแผนเดิมเพียงการปรับปรุงและทาสี แต่เมื่อพิจารณาโครงสร้างแล้วพบว่าจะเกิดปัญหาเหมือนกับอาคาร 1 ที่ปัจจุบันมีทางเดินคับแคบ และแออัดมาก จึงต้องทุบทิ้งและสร้างใหม่ ใช้เวลาในการออกแบบอาคารหลังใหม่ ประมาณ 10 เดือน และก่อสร้างประมาณ 2 ปี คาดว่าจะเปิดให้บริการได้ในปี 64 รองรับผู้โดยสาร 40 ล้านคนต่อปี

อย่างไรก็ตาม ระหว่างการก่อสร้างอาคารหลังใหม่ เพื่อบรรเทาปัญหาแออัดของผู้โดยสารระหว่างประเทศ ทางสนามบินดอนเมืองจะดำเนินการตามแผนระยะสั้น เสนอบอร์ด ทอท. เพื่อเห็นชอบก่อสร้างอาคารหลังใหม่ วงเงินประมาณ 200 ล้านบาท บริเวณลานจอดรถข้างๆ อาคาร 1 เพื่อใช้เป็นจุดเช็คอินสำหรับกรุ๊ปทัวร์ แก้ปัญหาความแออัดในอาคาร 1 ที่มีกรุ๊ปทัวร์เช็คอินถึง 30-40% ของผู้โดยสารทั้งหมด ส่วนใหญ่เป็นทัวร์จีน ซึ่งอาคารดังกล่าวจะรองรับผู้โดยสารได้ 3,000 คนต่อชั่วโมง คาดว่าจะเร่งก่อสร้างแล้วเสร็จภายใน 6-8 เดือน