ยุคนี้ไม่ต้องใช้! ส.ค.นี้ เลิกใช้สำเนาบัตรปชช.-ทะเบียนบ้านยืนยันตัวตน

คณะกรรมการขับเคลื่อนการปฎิรูปเพื่อรองรับการปรับเปลี่ยนตามนโยบายไทยแลนด์4.0 เตรียมยกเลิกใช้ สำเนาบัตรประชาชน และทะเบียนบ้าน เดือน ส.ค.นี้

รายงานข่าวแจ้งว่า การประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนการปฎิรูป เพื่อรองรับการปรับเปลี่ยนตามนโยบายไทยแลนด์4.0 ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักาาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธาน วันนี้ (30 เม.ย. 2561) ได้รับทราบความก้าวหน้าการดำเนินการในสองประเด็นคือ การปฎิรูประบบราชการ มีความก้าวหน้า 3 ด้าน คือ

บัตรประชาชน, สำเนาบัตรประชาชน, ข่าวสดวันนี้

1.การปรับปรุงประสิทธิภาพบริการภาครัฐ โดยเตรียมดำเนินการเพิ่มเติมใน 3 เรื่อง ประกอบด้วยธุรกิจ

1.1.พาณิชย์นาวี ให้บริหารแบบวันสตอปเซอร์วิส ด้านแรงงานทางทะเล การพัฒนาระบบอีเซอร์วิส การบริการ และจัดทำหลักสูตรกลางด้านพาณิชย์นาวีให้กบสถาบันการศึกษา

2.1 ด้านใบอนุญาติการเกษตร ซึ่งจะปรับปรุงการอนุญาติครอบครองสารเคมี เพื่อนำมาใช้คลุกเมล็ดพันธ์พืช เพื่อป้องกันและกำจัดศัตรูพืช ตลอดจน สร้างแอปพริเคชั่น ตรวจสอบข้อมูลขึ้นทะเบียน และการต่ออายุใบสำคัญต่างๆ และ

3.1การบริหารจัดการคิวโรงพยาบาลเพื่อให้มีระบบ คิวกลาง สำหรับนัดเข้ารับการรักษา ระบบแจ้งเตือนก่อนวันนัด แจ้งขั้นตอนการรับบริการตั้งแต่ต้นจนจบ

2.ด้านการพัฒนาและรังสรรค์นวัตกรรมในรูปใหม่

และ 3 ด้านการเป็นรัฐบาลดิจิทัล โดยสำนักงานรัฐบาลอิเล็กทอรนิกส์ องค์การมหาชน จะระบุตำแหน่งให้บริการ ประชาชน ประมาณ 4 หมื่นจุด ในเดือน พ.ค. ยกเลิกสำเนาบัตรประชาชน สำเนาทะเบียนบ้าน จากหน่วยงานผู้ให้บริการ พร้อมเปิดใช้แอปพริเคชั่น บอกข้อมูลบริการ ในเดือ นส.ค. จากนั้นในเดือน ต.ค. เริ่มยกเลิกสำเนาหนังสือรับรองนิติบุคคล เป็นต้น

ที่ประชุมรับทราบความคืบหน้าปฎิรูปกฎหมาย ที่ได้มีการตั้งคณะอนุกรรมการ ที่เกี่ยวข้องเพื่อเร่งรัดปรับปรุง หรือยกเลิกกฎหมายที่เป็นอุปสรรคต่อการประกอบอาชีพ และดำเนินธุรกิจประชาชน จำนวน 10 คณะพิจารณากฎหมาย 27 เรื่อง

เตือนระวังอันตราย! ฝนถล่ม 62 จังหวัดทั่วประเทศ

ประเทศไทยยังคงมีฝนฟ้าคะนองต่อเนื่องหลายพื้นที่ ขอให้ประชาชนระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสม

กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศ ลักษณะอากาศทั่วไป  24 ชั่วโมงข้างหน้า บริเวณประเทศไทยยังคงมีฝนฟ้าคะนองต่อเนื่องหลายพื้นที่ กับมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออก ภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล และภาคใต้ ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสมไว้ด้วย สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันมีกำลังปานกลาง ชาวเรือบริเวณทะเลอันดามันควรเพิ่มความระมัดระวังในการเดินเรือ

ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา หย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงปกคลุมทะเลอันดามันตอนบน มีแนวโน้มเคลื่อนเข้าใกล้อ่าวมะตะบัน ประเทศเมียนมา ในช่วงวันนี้ 30 เมษายน – 2 พฤษภาคม 2561 ประกอบกับมีลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้พัดปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณประเทศไทยยังคงมีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้นต่อเนื่องหลายพื้นที่ กับมีฝนตกหนักบางแห่ง

พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยตั้งแต่เวลา 12:00 วันนี้ ถึง 12:00 วันพรุ่งนี้.

  • ภาคเหนือ มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง

ส่วนมากบริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง สุโขทัย ตาก
กำแพงเพชร พิจิตร และพิษณุโลก
อุณหภูมิต่ำสุด 21-23 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 30-37 องศาเซลเซียส
ลมใต้ ความเร็ว 10-25 กม./ชม.

  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดอุดรธานี

หนองคาย สกลนคร ขอนแก่น กาฬสินธุ์ มหาสารคาม ร้อยเอ็ด ยโสธร อำนาจเจริญ
อุบลราชธานี ศรีสะเกษ สุรินทร์ บุรีรัมย์ นครราชสีมา และชัยภูมิ
อุณหภูมิต่ำสุด 23-24 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 28-30 องศาเซลเซียส
ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-25 กม./ชม.

  • ภาคกลาง มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง

บริเวณจังหวัดนครสวรรค์ อุทัยธานี ชัยนาท พระนครศรีอยุธยา สุพรรณบุรี
กาญจนบุรี ราชบุรี นครปฐม สมุทรสงคราม และสมุทรสาคร
อุณหภูมิต่ำสุด 22-24 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 30-31 องศาเซลเซียส
ลมใต้ ความเร็ว 10-25 กม./ชม.

  • ภาคตะวันออก มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง

บริเวณจังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง
จันทบุรี และตราด
อุณหภูมิต่ำสุด 23-24 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 28-30 องศาเซลเซียส
ลมใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.
ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูง 1-2 เมตร

  • ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง

บริเวณจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช
พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส
อุณหภูมิต่ำสุด 21-25 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 30-34 องศาเซลเซียส
ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม/ชม.
ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร

  • ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง

บริเวณจังหวัดระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล
อุณหภูมิต่ำสุด 21-24 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส
ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-35 กม./ชม.
ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

  • กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 80 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง

อุณหภูมิต่ำสุด 23-24 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 29-31 องศาเซลเซียส
ลมใต้ ความเร็ว 10-25 กม./ชม.

กสทช.เรียกทรูฯ แจงเพิ่มเติม หลังทำข้อมูลลูกค้ารั่ว

กสทช. มีคำสั่งให้ตัวแทนบริษัททรูฯ เข้าพบเพื่อชี้แจงถึงความชัดเจนเพิ่มเติม กรณีทำข้อมูลลูกค้าเครือข่ายทรูมูฟเอช รั่วไหลสู่บุคคลภายนอก จำนวน 11,400 เลขหมาย

หลังจากที่ บริษัท ทรูมูฟเอช ส่งเอกสารชี้แจง เลขาธิการ กสทช.เมื่อปลายสัปดาห์ที่แล้ว แต่ไม่มีความชัดเจน / ล่าสุดเลขาธิการ กสทช. สั่งให้ตัวแทนบริษัท เดินทางมาพบและชี้แจงต่อคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง ในวันนี้ (30 เม.ย.) เกี่ยวกับมาตรการจัดเก็บข้อมูลและการเยียวยาลูกค้าที่ได้รับผลกระทบในกลุ่ม 11,400 เลขหมาย เนื่องจากขณะนี้มีลูกค้าที่ได้รับผลกระทบร้องเรียนมาที่ กสทช.

ปัญหาข้อมูลหลุด ยังทำให้หนึ่งในกรรมการ กสทช.เสนอว่า อาจต้องให้บริษัทได้รับโทษ เนื่องจากข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้า เป็นเรื่องสำคัญที่ต้องได้รับความคุ้มครอง และการจัดเก็บข้อมูลควรเป็นบริษัท ทรูฯ ที่ได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการ ไม่ใช่บริษัทอื่นที่ทำธุรกิจร่วมกัน

ขณะที่ บริษัททรูฯ ได้ลงบันทึกประจำวันต่อความเสียหายที่เกิดขึ้น และทยอยส่ง SMS แจ้งถึงลูกค้ากลุ่มที่ได้รับผลกระทบตั้งแต่วันที่ 20 เมษายนที่ผ่านมา พร้อมระบุว่า ยินดีดูแล และเยียวยาความเสียหายให้ลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น