สาวเล่าประสบการณ์เฉียดตาย เดินตกคูระบายน้ำ ถ.วิภาวดี ช่วงน้ำท่วม

เกือบตาย! สาวเล่าประสบการณ์เฉียดตาย เดินตกคูระบายน้ำ ถ.วิภาวดี ในช่วงน้ำท่วม เบื้องต้นเข้าลงบันทึกประจำวันแล้ว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในโลกออนไลน์ได้มีการแชร์เรื่องราวประสบการสุดเสี่ยง ของผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ Pai Sriprapai ซึ่งได้โพสต์เล่าถึงนาทีเฉียดตายจากการเดินบนฟุตปาธริมถนนวิภาวดี โดยมีข้อความระบุว่า “เราเลิกงานหกโมงเย็นฝนตกหนักมาก เลยรอแฟนอยู่ที่ทำงาน แต่รถกลับติดมากๆ เช่นกัน แถมน้ำก็ท่วมถนน

เราเลยเดินออกมาเดินย้อนถนนไปหาแฟน ตอนเดินมาก็มีหลายคนที่เดินตามมาด้วย จนมาถึงที่เกิดเหตุ ตามภาพถ้าเป็นในตอนกลางวันและระดับน้ำขนาดนี้คงไม่เกิดอะไรขึ้น แต่เมื่อคืน น้ำเน่าๆ ดำๆ ท่วมเลยขอบขาวแดงนั่นขึ้นมาอีก เรากำลังโทรคุยกับแฟนว่ารถอยู่ตรงไหน แต่พอเราก้าวขึ้นฟุตบาทตรงนั้น เราเข้าใจว่าเส้นสีแดงนั้น เป็นขอบที่แบ่งระหว่างฟุตปาธกับถนน เราเลยก้าวต่อไปในส่วนที่คงเป็นฟุตปาธ

แต่ไม่ใช่ เราจมลงไปทั้งตัว ลึกแค่ไหนตอนนั้นเราไม่รู้ รู้แค่ว่าเราหยั่งขาไม่ถึง ทั้งโทรศัพท์ รองเท้าถูกปล่อยจากมือ
ที่สำคัญ คือ “เราว่ายน้ำไม่เป็น”

ตอนนั้นมันเป็นอะไรที่น่ากลัวมาก แต่อาจจะยังไม่ถึงคราวตาย ขาเราไปเตะเอาขอบผนัง เลยถีบตัวขึ้นมาได้ เอามือเกาะขอบขาวแดงนั่นและพยุงตัวขึ้นมา พร้อมกับได้ยินเสียง ป้ากระเป๋ารถเมล์ตะโกนมีคนจมน้ำ

ตอนนั้นมีพี่ผู้ชายเสื้อดำคนหนึ่งเข้ามาช่วย คงเป็นใครสักคนที่รถติดอยู่ตรงนี้ แล้วก็มีพี่ตำรวจอีกสองคนเข้ามาช่วย ให้เรายืมโทรศัพท์เพื่อโทรหาแฟน และพาไปส่งที่รถ ที่ติดอยู่อีกไม่ไกลนัก

หลายคนคงคิดว่ามันน่าตลกที่เดินไปตกแบบนั้น แต่ไม่เลย ตอนที่เราขึ้นมามีน้องนักศึกษาอีกคนกำลังจะเดินลงไปตรงนั้นเหมือนกันรึป่าวเราไม่แน่ใจ แต่พี่ตำรวจรีบห้ามเอาไว้ก่อน

เราอาจจะเรียกว่าโชคดีที่โทรศัพท์หาย และของบางส่วนใช้งานไม่ได้อีก วันนี้เรากลับไปถ่ายที่เกิดเหตุมาเตือน ถ้าวันไหนน้ำไม่ท่วมก็ดีไป แต่หากท่วมแบบเมื่อคืนอีก อาจจะมีคนไม่รู้เหมือนเราตกลงไปอีกก็ได้

ตอนนี้เราไปหาหมอแล้ว เบื้องต้นภายนอกไม่บาดเจ็บอะไร แต่น้ำเน่าขนาดนั้น คงต้องดูอาการต่อ

พรุ่งนี้จะไปขอดูภาพ CCTV และจะไปลงบันทึกประจำวันค่ะ

สุดท้ายนี้ ต้องขอขอบคุณพี่ผู้ชายเสื้อดำคนนั้นด้วยนะคะ พี่ๆ ตำรวจอีกสองคน รวมถึงคุณป้ากระเป๋ารถเมล์ด้วยที่ช่วย ตอนนั้นหนูตกใจทำอะไรไม่ถูก ถ้าไม่ได้ทุกท่านหนูคงแย่กว่านี้

ล่าสุดทางเจ้าของโพสต์ได้เดินทางไปลงบันทึกประจำวันแล้ว พร้อมเดินทางไปที่สำนักงานเขตจตุจักร เพื่อติดตามความคืบหน้าถึงเรื่องดังกล่าว

ขอบคุณ Pai Sriprapai

โปรดเกล้าฯ รัชธิรวิศว์ วรคุณพิสิฐ พ้น ผู้พิพากษาสมทบศาลแรงงาน

ราชกิจจานุเบกาา ออกประกาศให้ “รัชธิรวิศว์ วรคุณพิสิฐ” พ้น ผู้พิพากษาสมทบศาลแรงงาน หลังขาดการปฏิบัติหน้าที่ตามที่กําหนดถึงสามครั้งติดต่อกัน โดยไม่มีเหตุอันสมควร

เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา ออกประกาศประกาศสํานักนายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 27 เมษายน 2561 ที่ผ่านมา เพื่อเผยแพร่เรื่อง ให้ผู้พิพากษาสมทบในศาลแรงงานพ้นจากตําแหน่ง

ด้วยสํานักงานศาลยุติธรรมได้มีคําสั่งให้ นายรัชธิรวิศว์ วรคุณพิสิฐ พ้นจากตําแหน่ง ผู้พิพากษาสมทบในศาลแรงงานกลาง ฝ่ายนายจ้าง ตั้งแต่วันที่ 22 มกราคม 2561 เนื่องจาก ขาดการปฏิบัติหน้าที่ตามที่กําหนดถึงสามครั้งติดต่อกัน โดยไม่มีเหตุอันสมควร

ตามมาตรา 15 (6) แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 แก้ไขเพิ่มเติมโดย พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2550 และสํานัก เลขาธิการคณะรัฐมนตรีได้นําความกราบบังคมทูลพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้พ้นจากตําแหน่งต่อไปแล้ว

บัดนี้ ได้มีพระราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้บุคคลดังกล่าว พ้นจากตําแหน่ง ผู้พิพากษาสมทบในศาลแรงงานกลาง ฝ่ายนายจ้าง ตั้งแต่วันที่ 22 มกราคม 2561

ประกาศ ณ วันที่ 9 เมษายน พ.ศ.2561

เจ้าอาวาสสุดงง!! ชาวบ้านขอนำไก่มาปล่อยนึกว่า 2 ตัว แต่มาเกือบ 200 ตัว

เจ้าอาวาสวัดเขาบายศรีขำไม่ออกเมื่อชาวบ้านขอนำไก่มาปล่อยวัดนึกว่าแค่ 2 ตัวปล่อยมาเกือบ 200 ตัว

วันนี้ 30 เม.ย.61 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พระอนันต์ ปภงกโร เจ้าอาวาสวัดเขาบายศรี ต.พลูตาหลวง อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ได้กล่าวถึงกรณีที่มีชาวบ้านมาขอปล่อยไก่ที่วัดโดยขับรถเข้ามาขอเจ้าอาวาสว่าขอนำไก่มาปล่อยที่วัด ตนก็นึกว่าจะนำมาถวายปล่อยในวัดเพียง 2 ตัว

แต่เมื่อถึงวัดกลับขนใส่รถสิบล้อมาจำนวน 2 คัน ขาด 4 ตัว ครบ 200 ตัว เมื่อเห็นดังนั้นก็ไม่รู้ทำไงก็ได้รับเลี้ยงไว้ แต่ไก่ที่ได้เป็นไก่ไข่ตัวผู้ซึ่งอยู่แต่ในกรงแต่เล็กทำให้ไม่สามารถหาอาหารกินเป็นทางพระในวัดก็พยายามนำอาหารไปฝังในดินเพื่อไก่จะได้ออกกำลังบ้าง และก็ได้ให้พระในวัดช่วยกันเลี้ยงไว้อยู่กับสุนัขและหมูในวัด