สหภาพ ขสมก. ร้องนายกฯ เร่งแก้ไขปัญหาขององค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ

สหภาพ ขสมก. ร้องเรียนนายกฯ เร่งแก้ไขปัญหาขององค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ

วันที่ 24 เม.ย. 2561 นายวีระพงษ์ วงศ์แหวน ประธานสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ ได้เข้าร้องเรียนต่อ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี โดยเสนอให้เร่งแก้ไขปัญหาขององค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพตามที่มติประชุมเห็นชอบ เมื่อวันที่ 19 เม.ย. ที่ผ่านมา เพื่อองค์การสามารถบริหารจัดการงานให้และเพิ่มประสิทธิภาพในการบริการเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนและประเทศชาติ

นายวีระพงษ์ กล่าวว่า การมาวันนี้ต้องการเรียกร้องให้เร่งดำเนินการ ดังนี้

1.ให้รัฐบาลและผู้ที่้กี่ยวข้อง ปลดบอร์ดชุดเดิมและเร่งแต่งตั้งบอร์ดชุดใหม่

2.ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมสั่งการบรรจุแต่งตั้งพนักงานที่ผ่านการสอบคัดเลือกในตำแหน่งต่างๆ ให้เพียงพอต่อความต้องการของผู้ใช้บริการ

3.ให้พิจารณาเร่งสรรหาผู้อำนวยการ ขสมก. ตัวจริงมาบริหารงาน เนื่องด้วยปัจจุบัน ขสมก. ว่างเว้นผู้อำนวยการมาบริหารงานทำให้ไม่สามารถแก้ไขปัญหาขององค์การได้ตามนโยบาย

4.การปรับโครงสร้างไม่เป็นไปตามความเห็นของคณะทำงาน ซึ่งสหภาพแรงงานฯ ได้มีความเห็นให้มีการปรับปรุงหน่วยงานบางส่วนและยุบบางหน่วยงานที่ไม่จำเป็น

5.ให้รัฐบาลพิจารณารับผิดชอบหนี้สินของ ขสมก. ที่ขาดทุนตามนโยบาย และให้จัดสรรงบประมาณให้ ขสมก. ชดเชยส่วนต่างที่ขาดหายไปในการบริการเชิงสังคมที่เก็บราคาต่ำกว่าต้นทุน หากไม่สนันสนุนงบประมาณ เห็นควรให้ ขสมก.ประบอัตราค่าโดนสารให้เป็นไปตามต้นทุนที่แท้จริงได้

6.ให้รัฐบาลแก้ไขปัญหากรณีศาลปกครองกลางมีคำพิพากษาให้ ขสมก. ชดใช้ค่าเสียหายทางแพ่งให้กับบริษัท เบสท์ริน กรุ๊ป จำกัด กรณีไม่รับรถโดรสารเอ็นจีวีจำนวน 292 คัน และกรณีที่บริษัท สยาม สแตนดาร์ด เอนเนอจี้ จำกัด ฟ้อง ขสมก. ดำเนินการจัดหารถมิชอบ และศาลมีคำสั่งให้ทุเลาการบังคับเป็นการชั่วคราวจนกว่าศาลจะมีคำพิพากษาเป็นอย่างอื่น

โดยสหภาพแรงงานฯ เห็นควรให้มีคำสั่งเร่งแก้ไขปัญหา โดยให้ ขสมก. แต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นมาทำการอุทธรณ์ภายใน 30 วัน เพื่อให้เกิดความกระจ่างและหาคนรับผิดชอบให้เกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย

7.สหภาพแรงงานฯ ยืนยันให้ ขสมก. เดินรถในเส้นทางเดินรถจำนวน 138 เส้นทาง และให้ยกเลิกเส้นทางสายการเดินรถที่เป็นภาษาอังกฤษ การแบ่งโซนสี เพราะทำให้ประชาชนเกิดความสับสน ซึ่งเป็นมติคณะกรรมการปฏิรูปเส้นทางเห็นชอบให้มีการยกเลิกไปแล้ว

อย่างไรก็ตาม ขอให้นายกรัฐมนตรีเร่งดำเนินการพิจารณาสั่งการในการแก้ปัญหาดังกล่าว รวมถึงหากมีผลประการใดโปรดแจ้งสหภาพแรงงานฯ ให้ทราบภายใน 30 วัน

เปิดกรุขุมทรัพย์ ‘เจ้าแม่เมจิกสกิน’ โพสต์อวด รถหรู ของแบรนด์เนม เงินเป็นฟ่อน

หลังจากมีข่าวการกวาดล้าง ‘เมจิกสกิน’ ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางและอาหารเสริมผิดกฎหมาย ที่กำลังโด่งดังไปทั่วประเทศ ล่าสุดมีการย้อนดูทรัพย์สินของนางวรรณภา พวงสน หัวหน้าทีมและเจ้าของบริษัท เมจิก สกิน ที่ก่อนหน้านี้ มีการโพสต์ภาพทรัพย์สินทั้งรถหรู เงินสด รวมถึงของแบรนด์เนมเป็นจำนวนมาก

หลังจากเกิดกรณี การจับกุมเครือข่าย ‘เมจิกสกิน’ ซึ่งทำธุรกิจขายอาหารเสริมและเครื่องสำอาง ที่ตำรวจพบว่าใช้ อย. ปลอม , ติดเครื่องหมายการค้าผิดประเภท และ ผลิตอาหารเสริมไม่ได้คุณภาพ โดยได้มีการควบคุมตัว นางวรรณภา พวงสน อายุ 34 ปี หัวหน้าทีมและเจ้าของบริษัท เมจิก สกิน จำกัด และ นายกร พวงสน อายุ 37 ปี สามีของนางวรรณภาซึ่งเป็นผู้ดูแลการเงิน มาสอบสวนและทำการยื่นฝากขัง ก่อนจะอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราว

เมจิกสกิน
ขุมทรัพย์ ‘เจ้าแม่เมจิกสกิน’

จากการตรวจสอบเฟซบุ๊กส่วนตัวของ นางวรรณภา ในช่วงที่ผ่านมา มีการโพสต์ขายสินค้าในเครือ ทั้งอาหารเสริมและเครื่องสำอาง นอกจากนี้ยังมีการโพสต์ถึงชีวิตความเป็นอยู่ที่เผยให้เห็นถึง กรุกระเป๋าแบรนด์เนมเป็นจำนวนมาก เงินสดมหาศาล รวมถึงรถหรูราคาแพง ที่คาดว่าน่าเป็นรถยนต์ในครอบครองของนางวรรณภา

เมื่อย้อนกลับไปก่อนหน้านี้ เรื่องราวข่าวโด่งดังของแบรนด์ ‘เมจิกสกิน’ เริ่มมาจากเมื่อวันที่ 15 มี.ค. ที่ผ่านมา มีผู้เสียหายเข้าร้องทุกข์ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจบุกทลาย บริษัท เมจิกสกิน ซึ่งผลิตสินค้าเครื่องสำอางและอาหารเสริมยี่ห้อดังหลายประเภท ได้แก่ Apple Slim, Slim Milk, Snow Milk, Fern, เมจิก สกิน, ชิโนบิ, ตรีชฎา และ Mezzo

โดยก่อนหน้านี้มีดาราและเน็ตไอดอล ได้ร่วมรีวิวสินค้าในเครือบริษัทเมจิก สกิน กระทั่งล่าสุดตำรวจได้ออกหมายเรียกดาราและเน็ตไอดอลจำนวน 56 คน ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการรีวิวสินค้าของบริษัทเมจิก สกิน มาให้ข้อมูล ในวันที่ 24 เม.ย.2561 ซึ่งหากพบว่า บุคคลใดมีการกระทำในลักษณะชักจูงหรือโน้มน้าวในลักษณะชวนเชื่อ ก็อาจมีความผิดตามกฎหมาย

เกาหลีเหนือ-ใต้ จ่อหารือระหว่าง 2 ประเทศ ศุกร์นี้

เกาหลีเหนือและเกาหลีใต้เตรียมพร้อมสู่การประชุมสุดยอดระหว่างผู้นำ 2 ประเทศ ที่จะมีขึ้นในวันศุกร์นี้

นายชเว ฮย็อน ซู โฆษกกระทรวงกลาโหมเกาหลีใต้ เปิดเผยว่า ได้ระงับการกระจายเสียงโฆษณาชวนเชื่อบริเวณชายแดนระหว่างเกาหลีใต้และเกาหลีเหนือตั้งแต่เมื่อวานนี้ เพื่อสร้างบรรยากาศแห่งสันติภาพก่อนหน้าการประชุมสุดยอดระหว่าง 2 ผู้นำเกาหลี ซึ่งจะมีขึ้นในวันศุกร์นี้ นับเป็นการหารือกันครั้งแรกของผู้นำ 2 เกาหลีในรอบ 11 ปี

ขณะนี้ยังไม่มีความชัดเจนว่า การกระจายเสียงโฆษณาชวนเชื่อดังกล่าวจะเกิดขึ้นอีกหรือไม่ ภายหลังการหารือระหว่างนายมูน แจ อิน ประธานาธิบดีเกาหลีใต้ และนายคิม จอง อึน ผู้นำสูงสุดเกาหลีเหนือ

นายควอน ฮย็อก กี เจ้าหน้าที่ระดับสูงของทำเนียบประธานาธิบดีเกาหลีใต้ ระบุในงานแถลงข่าวว่า การประชุมสุดยอดระหว่างสองผู้นำเกาหลีจะเริ่มต้นตั้งแต่ช่วงเช้าวันศุกร์ โดยทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องให้มีพิธีต้อนรับ และงานเลี้ยง นอกเหนือจากการประชุมร่วมกัน ขณะที่ทั้งสองฝ่ายจะแลกเปลี่ยนรายชื่อผู้แทนและเจ้าหน้าที่ที่เข้าร่วมการประชุมในเร็วๆ นี้

นอกจากนี้ สื่อมวลชนเกาหลีใต้ยังได้รับอนุญาตให้รายงานข่าวการประชุม ซึ่งรวมถึงการรายงานสดที่หมู่บ้านปันมุนจอมในเขตปลอดทหารฝั่งเกาหลีเหนือ

ในระหว่างการประชุมร่วมกับที่ปรึกษาระดับสูงเมื่อวานนี้ ประธานาธิบดีมูน แจ อิน ของเกาหลีใต้ แสดงความยินดีที่เกาหลีเหนือตัดสินใจระงับการทดสอบขีปนาวุธและอาวุธนิวเคลียร์ พร้อมระบุว่า นี่เป็นจุดเริ่มต้นสำคัญที่จะนำไปสู่การปลดอาวุธนิวเคลียร์ในคาบสมุทรเกาหลี

ทั่วโลกต่างจับตาการประชุมครั้งนี้ ซึ่งเกิดขึ้นก่อนหน้าที่นายคิม ผู้นำสูงสุดเกาหลีเหนือจะร่วมประชุมสุดยอดกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ที่คาดว่าจะจัดขึ้นในเดือนพฤษภาคม หรือมิถุนายนนี้