คสช. สวน วัฒนา หลังประกาศเลิกเกณฑ์ทหารหากชนะเลือกตั้ง ซัดแค่ลมปากหวังคะแนนเสียง

คสช. ขอชี้แจงหวังป้องการเข้าใจคลาดเคลื่อน หลัง  วัฒนา เมืองสุข เสนอ ยกเลิกเกณฑ์ทหาร -ลดขนาด-ย้ายหน่วยออกนอกเมือง หากชนะเลือกตั้ง 

รายงานข่าวแจ้งว่า วันนี้ (24 เม.ย. 2561) พล.ต.ปิยพงศ์ กลิ่นพันธุ์ ทีมโฆษก คสช.  ได้ออกมาแสดงความเห็นเพื่อชี้แจง หลังนายวัฒนา เมืองสุข แกนนำพรรคเพื่อไทย ได้โพสต์ข้อความแสดงความเห็นผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว  โจมตีการยึดอำนาจ และเสนอให้ ยกเลิกเกณฑ์ทหาร

ทหาร, ข่าวทหาร, เกณฑ์ทหาร, วัฒนา เมืองสุข, ข่าวสดวันนี้

เพราะเอาทหารไปปฏิวัติ ให้ใช้ระบบสมัครใจ ,การลดขนาดกองทัพลง และให้ย้ายหน่วยทหารออกนอกกรุงเทพฯ ว่า เพื่อป้องกันความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน เกี่ยวกับ การยกเลิกเกณฑ์ทหารเปลี่ยนเป็นการรับสมัคร, การลดขนาดกองทัพลง เพื่อให้มีกำลังพลเหมาะสมกับภารกิจ และ การย้ายหน่วยงานของกองทัพ ออกไปอยู่ตามหัวเมือง ขอชี้แจงดังนี้

คำว่าเกณฑ์ทหารเป็นภาษาพูดตามเนื้อความพระราชบัญญัติการรับราชการทหาร พ.ศ.2497 ว่าด้วยการตรวจเลือก ดังนั้นการยกเลิกเกณฑ์ทหารเปลี่ยนเป็นการรับสมัครก็ต้องไปดูกฏหมายดังกล่าวนี้ ว่าเอื้ออำนวยให้สามารถปฏิบัติได้หรือไม่ หรือต้องแก้ไขอย่างไรในปัจจุบันมียอดผู้สมัครโดยเฉลี่ย ในแต่ละปีประมาณร้อยละ42 ของความต้องการใช้กำลัง กล่าวโดยสรุป กองทัพยังคงดำเนินการตามที่กฏหมายระบุไว้

ส่วนการลดขนาดกองทัพ ได้มีแผนรองรับทั้งในระดับยุทธศาสตร์จนถึงเหล่าทัพอยู่แล้ว ทั้งนี้เป็นไปเพื่อตอบสนองภารกิจ ตามมาตรา 52 ของ รธน.พ.ศ.2560 ซึ่งต้องทำความเข้าใจด้วยว่า กองทัพมิได้มีภารกิจเพียงด้านความมั่นคงภายนอกเท่านั้น กองทัพยังมีภารกิจในการพัฒนาประเทศ รวมถึงการบรรเทาสาธารณภัย

นอกจากนั้นยังมีภารกิจตอบสนอง ภัยคุกคามรูปแบบใหม่ ซึ่งมี กอ.รมน.เป็นหน่วยงานขับเคลื่อน เป็นรูปแบบของความมั่นคงภายใน การผลิตและการเตรียม จำนวนกำลังพลในกองทัพ จึงมีความสำคัญ เพราะทหารไม่สามารถผลิต ได้ในระยะเวลาอันสั้นและต้องเป็นไป อย่างสอดคล้องกับภัยคุกคาม ที่หน่วยงานความมั่นคงทุกระดับ นับตั้งแต่สภาความมั่นคงลงมา ได้ประเมินไว้

การย้ายหน่วยงานกองทัพออกไปชานเมือง เป็นไปตามแผนงานที่กำหนด ส่วนใหญ่หน่วยที่ตั้งในกทม.จะเป็นหน่วยบัญชาการ ส่วนกลาง หรือมีภารกิจเฉพาะโดยตรง การย้ายที่ตั้งต้องใช้งบประมาณ มิใช่แค่ตัวทหาร หรืออาคารสถานที่ แต่หมายความรวมถึงครอบครัว และองค์ประกอบอื่นๆ ด้วย

อย่างไรก็ตาม ในภาพรวมขอให้สาธารณชน ได้เข้าใจในภารกิจของกองทัพ ว่าเป็นไปเพื่อประโยชน์ของประเทศชาติ และประชาชน ขอขอบคุณในความปรารถนาดี ต่อข้อเสนอกองทัพจะนำไปเป็นข้อพิจารณา ในการกำหนดแผนในอนาคต ต่อไป

อัยการ สั่งฟ้อง ‘เปรมชัย’ ข้อหาครอบครองปืนแล้ว

รองผบ.ตร. เผย อัยการมีความเห็นสั่งฟ้อง “เปรมชัย” ครอบครองอาวุธปืนฯ โดยไม่ได้รับอนุญาตแล้ว

รายงานข่าวแจ้งว่า วันนี้ (24 เม.ย. 2561) พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. ได้ออกมาเปิดเผยถึงความคืบหน้าในคดี นายเปรมชัย กรรรณสูตร ฆ่าเสือดำ ว่า

เปรมชัย กรรณสูตร, เสือดำ, อิตาเลียนไทย, ทุ่งใหญ่นเรศวร, ชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร, ข่าวสดวันนี้

ในขณะนี้พนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญา 8 ได้ พิจารณามีความเห็นฟ้องผู้ต้องหา นายเปรมชัย กรรณสูตร ต่อศาลอาญา (รัชดา) แล้ว ในข้อหา “มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต”ตามประมวลกฏหมาย พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 มาตรา 4, 7, 72 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2501

มาตรา 3 , คำสั่งคณะปฎิรูปปกครองแผ่นดิน ฉบับที่ 44 ลงวันที่ 21 ตุลาคม พ.ศ.2519 , ประมวลกฏหมายอาญา มาตรา 32, 91 และพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฏหมายอาญา(ฉบับที่ 6) พ.ศ.2526 มาตรา 4

หลังจากกรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจ ปทส.ได้เข้าตรวจค้นพร้อมทั้งได้ตรวจยึดอาวุธปืน และเครื่องกระสุน จำนวนหนึ่ง จากบ้านพักซอยศูนย์วิจัย กรุงเทพมหานคร และพนักงานสอบสวน ของ ปทส.ได้แจ้งข้อหาและส่งสำนวนฟ้องต่อ อัยการ ในข้อหามีอาวุธปืนใว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต

จุดจบสายแข็งของจริง หญิงเมาหนักปีนหลังคาบ้าน ร่วงติดซอกแคบ 6 ชม.

หญิงสาวในฟิลิปปินส์เมาหนัก บุกปีนหลังคาบ้าน แต่พลาดท่าตกลงมาติดระหว่างช่องว่างของบ้าน 2 หลัง กู้ภัยโร่ช่วยเหลือแต่ต้องใช้เวลานานกว่า 6 ชั่วโมงจึงจะนำตัวออกมาได้สำเร็จ

วันที่ 23 เม.ย. 2561 เว็บไซต์ข่าวสารออนไลน์ต่างประเทศรายงาน เหตุการณ์ขณะที่หญิงสาวคนหนึ่งที่ไม่ถูกเปิดเผยชื่อ ในฟิลิปปินส์ ซึ่งอยู่ในอาการมึนเมาอย่างหนัก ตกลงไปในซอกแคบ ๆ โดยก่อนหน้านี้ชาวบ้านเล่าว่า หญิงสาวคนนี้ พยายามปีนขึ้นไปบนหลังคาบ้าน แต่พลาดท่าตกลงมาติดอยู่ตรงช่องว่างแคบ ๆ ระหว่างบ้าน 2 หลัง ไม่สามารถปีนขึ้นมาได้ จึงส่งเสียงร้องให้คนช่วย จนชาวบ้านต้องเรียกเจ้าหน้าที่กู้ภัยมาควบคุมสถานการณ์

ทั้งนี้เจ้าหน้าที่กู้ภัยเปิดเผยว่า หญิงสาวรายนี้อยู่ในอาการมึนเมาอย่างหนัก ทั้งดิ้นและพยายามต่อต้านการช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ จนทำให้การปฏิบัติหน้าที่เป็นไปอย่างยากลำบาก จนเวลาผ่านไปกว่า 6 ชั่วโมง เจ้าหน้าที่จึงใช้วิธีทุบทำลายกำแพงให้เกิดช่องว่าง เพื่อนำตัวออกมา โดยพบว่าเธอมีรอยแผลถลอกและฟกช้ำ แต่ไม่ได้รับบาดเจ็บร้ายแรงใด ๆ