บุกยึดทรัพย์ ทนายชนเผ่าชื่อดังค้ายาเสพติด

ตำรวจภูธรภาค 5 บุกค้นยึดทรัพย์ สองทนายความชนเผ่าชื่อดัง ลักลอบค้ายาเสพติด มูลค่าทรัพย์สินกว่า 12 ล้านบาท

​ชุดสืบสวน และชุดปราบปรามยาเสพติด ตำรวจภูธรภาค 5 และเจ้าหน้าที่ ปปส.ภาค 5 นำกำลังเข้าตรวจค้นและอายัดทรัพย์สินภายในบ้านเลขที่ 299/28 หมู่บ้านศิริพร วิวล่า โครงการ 7 ตำบลสันทรายน้อย อำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเป็นบ้านของ นายเอกราช พิทักษ์ไพร อายุ 29 ปี อาชีพทนายความ ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดเชียงราย ในความผิดฐาน” ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต”

ขณะเจ้าหน้าที่บุกเข้าตรวจค้นนายเอกราช พร้อมภรรยา ไหวตัวทันขับรถยนต์หลบหนีไปก่อนที่เจ้าหน้าที่จะเดินทางไปถึง

​การตรวจค้นและเข้ายึดทรัพย์ครั้งนี้ เป็นการขยายผลหลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนภาค 5 ทำการจับกุมตัว นางสาวชญาดา ชัยแว่นแคว้น อายุ 29 ปี ทนายความสาว พร้อมด้วยของกลางยาไอซ์ จำนวน 32 กระสอบ ซุกในรถกระบะที่ดัดแปลงเป็นรถห้องเย็น โดยจับกุมได้บริเวณถนน สายเทิง -เชียงราย เมื่อวันที่29 พฤษภาคมที่ผ่านมา

​จากการสืบสวนทราบว่านางสาวชญาดา และนายเอกราช มีความสัมพันธ์ฉันชู้สาวกัน โดยนายเอกราชนั้นแต่งงานมีภรรยาและลูกแล้ว ทั้งนายเอกราชและนางสาวชญาดา ก็มีอาชีพเป็นทนายความ และมักรับว่าความให้กับกลุ่มชนเผ่าที่ถูกดำเนินคดีในข้อหายาเสพติด จนมีความสนิทชิดเชื้อกันเป็นอย่างดี

​ทั้งนี้คาดว่านายเอกราชน่าจะเข้ามายุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดได้ประมาณ4 – 5 ปีแล้ว เนื่องจากถูกลูกความที่รับว่าความชักชวนให้เข้าสู่ขบวนการจนมีฐานะร่ำรวยและมีทรัพย์สินจำนวนมาก

ขณะเดียวกัน ยังพบว่าผู้ต้องหารายนี้มีการวางแผนลำเลียงยาเสพติดเป็นอย่างดี โดยจะมีแผนที่เส้นทางตั้งแต่ภาคเหนือสู่ภาคใต้ ซึ่งจะมีการบันทึกตำแหน่งของด่านตรวจยาเสพติดไว้ทุกจุดเพื่อหลบเลี่ยง

​นอกจากนี้ยังพบว่ามีการสั่งซื้อเครื่องกระสุนปืนสงครามจำนวนกว่า 900 นัดมาทางไปรษณีย์ด้วย เบื้องต้นเจ้าหน้าจะได้ตรวจสอบว่า ผู้ต้องหาสั่งซื้ออาวุธปืนดังกล่าวมาเพื่อวัตถุประสงค์ใด ส่วนมูลค่าทรัพย์สินที่ตรวจยึดได้ในครั้งนี้คาดว่าไม่ต่ำกว่า 12 ล้านบาท

สหรัฐฯ เล็งลดอายุวีซ่าชาวจีน ปมป้องกันฉก ‘ทรัพย์สินทางปัญญา’

สหรัฐฯ เตรียมลดอายุวีซ่าบางประเภทที่มอบให้บุคคลสัญชาติจีน เริ่มต้น 11 มิ.ย.นี้ เพื่อปกป้องทรัพย์สินทางปัญญา และยังไม่ยกเลิกเก็บภาษี 25% สินค้าจากจีน

ทำเนียบขาวเปิดเผยเมื่อวันอังคาร ว่า รัฐบาลมีแผนจะลดระยะเวลาการพำนักในประเทศให้แก่บุคคลสัญชาติจีนที่ขอวีซ่าบางประเภท ซึ่งเป็นไปตามยุทธศาสตร์ป้องกันการขโมยทรัพย์สินทางปัญญาของสหรัฐฯ

โดยกระทรวงต่างประเทศสหรัฐฯ จะเริ่มดำเนินการเรื่องนี้ตั้งแต่วันที่ 11 มิถุนายนเป็นต้นไป เพื่อขยายมาตรการด้านความมั่นคงครอบคลุมถึงการยื่นขอวีซ่าของชาวจีน ซึ่งความเปลี่ยนแปลงนี้เกิดขึ้นจากความพยายามของรัฐบาลภายใต้การนำของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ในการปราบปรามการขโมยทรัพย์สินทางปัญญาโดยจีน

เอกสารรัฐบาลสหรัฐฯ ที่เผยแพร่เมื่อเดือนธันวาคม ระบุว่า เจ้าหน้าที่จะพิจารณาจำกัดระยะเวลาพำนักในสหรัฐฯ สำหรับนักศึกษาจากบางประเทศที่เรียนด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดยนี่เป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์ด้านความมั่นคงแห่งชาติ เพื่อป้องกันทรัพย์สินทางปัญญาถูกแทรกแซงจากประเทศคู่แข่ง

เจ้าหน้าที่กระทรวงต่างประเทศสหรัฐฯ ชี้ว่า กระบวนการยื่นขอวีซ่ายังไม่เปลี่ยนแปลง แต่จะมีการจำกัดระยะเวลาพำนักสำหรับชาวจีนบางรายซึ่งจะพิจารณาเป็นรายกรณี

สำนักข่าว AP รายงานเป็นที่แรกว่า นักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษาชาวจีนอาจจะได้วีซ่าระยะเวลา 1 ปี หากศึกษาในสาขาหุ่นยนต์ การบิน และการผลิตขั้นสูง

ขณะเดียวกัน รัฐบาลสหรัฐฯ ยังคงพิจารณาเก็บภาษี ร้อยละ 25 จากสินค้าที่นำเข้าจากจีน เนื่องจากสหรัฐฯ มองว่าจีนดำเนินการค้าอย่างไม่เป็นธรรม โดยสหรัฐฯ จะเปิดเผยรายชื่อสินค้าจากจีนทั้งหมดที่จะถูกเก็บภาษีภายในวันที่ 15 มิถุนายนนี้

ด้านกระทรวงพาณิชย์จีน ออกแถลงการณ์ว่า ท่าทีดังกล่าวขัดแย้งกับสิ่งที่ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องร่วมกันในการประชุมก่อนหน้านี้ที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี.

เละตุ้มเป๊ะ! จอดรถริมถนน เจอคนหัวร้อนปล่อยลมยาง ละเลงสี ‘ห้ามจอด’ เละทั้งคัน

เจ้าของรถลมแทบจับ ขับรถมาจอดรถริมถนนใกล้สนามบินในอังกฤษ เจอคนหัวร้อนปล่อยลมยาง ละเลงสี ‘ห้ามจอด’ ใส่รถ หลังเกิดปัญหาจอดรถกีกขวางทางเข้าออกที่อยู่อาศัย ชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก

เมื่อวันที่ 29 พ.ค. 2561 เว็บไซต์ข่าวสารออนไลน์ ‘เมโทร’ รายงานเรื่องราว กรณีรถเก๋งที่จอดริมถนนในวันหยุดประจำปีธนาคาร ใกล้สนามบินแมนเชสเตอร์ ในอังกฤษ ถูกปล่อยลมยางและละเลงสีเป็นคำว่า “ห้ามจอด” ทำให้รถคันดังกล่าวเกิดความเสียหายทั้งคัน

Lownorth Road
Credit: Twitter/GMPWythenshawe

รายงานระบุว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจกล่าวว่า รถยนต์สีแดงที่ถูกทาและสาดสีใส่ 2 คันจอดอยู่บนถนนห่างออกมาจากสนามบินแมนเชสเตอร์ราว ๆ 500 ม. โดยรถหนึ่งในนั้นได้รับความเสียหายเป็นรถที่เจ้าของขับมาจอดเพราะมาเยี่ยมเพื่อนที่บ้านในระแวกใกล้เคียง

ทั้งนี้ปัญหาเรื่องที่จอดรถกลายเป็นปัญหาใหญ่ ที่ชาวบ้านบริเวณรอบสนามบินออกมาร้องเรียนเป็นเวลานานหลายเดือน มีชาวบ้านร้องเรียนว่า รถบางคันนำรถมาจอดทิ้งไว้นานหลายวัน ไปจนถึงหลายสัปดาห์ ทำให้กีดขวางทางเข้าออกของชาวบ้าน สร้างความเดือดร้อนมาเป็นเวลายาวนาน

ภายหลังสำนักงานตำรวจไวท์เด้นชอร์วได้ทวีตข้อความพร้อมแนบรูปภาพรถที่ถูกทำลายได้รับความเสียหาย และกล่าวถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่า..

“รถที่จอดไว้ริมถนนโลว์นอร์ทในวันหยุดประจำปีธนาคารได้รับความเสียหายอย่างมาก พวกเขาปล่อยลมยางรถและใช้สีทาบนตัวรถว่า ‘ห้ามจอด’ ซึ่งเป็นพฤติกรรมที่ไม่สามารถยอมรับได้และเราจะดำเนินการกับผู้ที่สร้างความเสียหายครั้งนี้ทุกคน”

อย่างไรก็ตาม ปัญหาดังกล่าว มีความคล้ายคลึงกับคดีดังที่เกิดขึ้นในประเทศไทยกรณี ‘ป้าทุบรถ’ โดยเป็นปัญหาการจอดรถกีกขวางทางเข้าออกที่อยู่อาศัย และความเดือดร้อนจากการมีตลาดมาตั้งอยู่ล้อมรอบบ้าน จนนำไปสู่กระบวนการฟ้องร้องทางกฏหมาย ท้ายที่สุดศาลพิพากษาให้รื้อถอน 5 ตลาดสดคดีป้าทุบรถภายใน 60 วัน จ่ายเงิน ชดใช้เยียวยา ตั้งแต่ปี 2553 ถึงปัจจุบัน กว่า 3.6 แสนบาท ดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี พร้อมดูแลไม่ให้มีการวางแผงลอยขายของให้เกิดความเดือดร้อนรำคาญ

ที่มา metro.co.uk

Cr. GMP Wythenshawe