เกษตรกรปลูกมะละกอ ‘เรดเลดี้’ สร้างรายได้เดือนละ 250,000 บาท

เกษตรจังหวัดตรัง เผย เกษตรกรชาวตรังประสบความสำเร็จจากการส่งเสริมการเกษตรการปลูกมะละกอพันธุ์เรดเลดี้ มีรายได้โดยเฉลี่ยต่อเดือนในช่วงมีผลผลิตออกจำหน่าย ประมาณเดือนละ 250,000 บาท

นายสมชาย บริพันธุ์ เกษตรจังหวัดตรัง เปิดเผยว่า เกษตรกรชาวตรัง ที่ประสบความสำเร็จจากการส่งเสริมการเกษตรการปลูกมะละกอพันธุ์เรดเลดี้ คือ นายสมจิตร ศรีทอง เกษตรกรชาวตรัง อาศัยอยู่บ้านเลขที่ 28 หมู่ที่ 4 บ้านทุ่งสมอ ตำบลควนเมา อำเภอรัษฎา จังหวัดตรัง ใช้พื้นที่ประมาณ 2.5 ไร่ ปลูกมะละกอพันธุ์เรดเลดี้ จำนวน 260 ต้น แซมด้วย ฝรั่งพันธุ์แป้นสีทอง พันธุ์กิมจู และอีก 2 สายพันธุ์ และพื้นที่ว่างแซมด้วยพริกพันธุ์เดือยไก่ ซึ่งราคาในช่วงนี้อยู่ที่กิโลกรัมละ 70 บาท นับเป็นการใช้พื้นที่ให้เกิดประโยชน์อย่างสูงสุด

ล่าสุดได้ขยายพื้นที่ปลูกมะละกอพันธุ์เรดเลดี้ จำนวน 400 ต้น อายุ 4 เดือน โดยเก็บผลผลิตไปแล้ว จำนวน 3 รุ่น ๆ ที่กำลังติดผลเป็นรุ่นที่ 4 และจะเก็บเกี่ยวผลผลิตไป จำนวนอีก 6 รุ่น รวม 10 รุ่น ต้นสูงประมาณ 5 เมตร ยากในการเก็บเกี่ยวผลผลิต จะตัดต้นให้เหลือ ประมาณ 60 – 80 เซนติเมตร เพื่อให้แตกกิ่งและเลี้ยงกิ่งใหม่เพื่อเก็บผลผลิตต่อไป เป็นการทำสาว เป็นการลดต้นทุนในการซื้อต้นพันธุ์มาปลูกใหม่ ผลผลิตขายส่ง กิโลกรัมละ 25 – 35 บาท มีตลาดเช่น ตลาดจังหวัดภูเก็ต มีแม่ค้ามารับซื้อถึงแหล่งผลิต เป็นการผลิตแบบปลอดภัยจากสารพิษ มีรายได้โดยเฉลี่ยต่อเดือนในช่วงมีผลผลิตออกจำหน่าย ประมาณเดือนละ 250,000 บาท

ที่มา สวท.ตรัง

เปิดใจ! อดีตผู้อำนวยการโรงเรียน ลาออกมาปั่นจักรยานทั่วไทย

อดีตผู้อำนวยการโรงเรียนลาออกจากข้าราชการ ปั่นจักรยานทั่วไทย เผยโชว์ความแข็งแรงของร่างกาย และเป่าขลุ่ยแลกเงิน

วันที่ 20 พ.ค. 61 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าที่ลานเอนกประสงค์ 100 ปี สมเด็จย่าเทศบาล ต.ท่ายาง อ.ทุ่งใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช มีนายชูชาติ พรหมพันธุ์ อายุ 63 ปี กำลังโชว์ความฟิต ความแข็งแรงของร่างกาน และโชว์เป่าขลุ่ยให้ประชาชนที่มาออกกำลังกายได้รับฟังท่ามกลางความฮือฮาเนื่องจากถึงแม้นายชูชาติ อายุจะเข้าสู่วัยเกษียณแล้ว แต่ยังร่างกายแข็งแรง สามารถเอาหัวปักพื้นเท้าชี้ฟ้าได้เป็นเวลานาน จากนั้นนายชูชาติ โชว์การเป่าขลุ่ยเพลงอย่างไพเราะเพราะพริ้งให้ผู้คนได้รับฟัง โดยมีชาวบ้านมอบเงินเพื่อแลกกับการได้รับฟังเพลงจากขลุ่ย และชมความสามารถ

นายชูชาติ เปิดเผยว่า ตนเป็นอดีตข้าราชกการครูบำนาญ ตำแหน่งก่อนเกษียณ เป็นอดีต ผอ.โรงเรียน ตนรับราชการครูมานาน 24 ปี สอนนักเรียนมา 8 โรงเรียนในพื้นที่ 5 อำเภอของ จ.เชียงใหม่ ส่วนบ้านเกิดของตนอยู่ใน อ.ลำทับ จ.กระบี่ ก่อนหน้านี้ตนเดินทางด้วยการปั่นจักรยานโบราณมาจาก จ.เชียงใหม่ ตั้งแต่เดือนมีนาคมปีที่ผ่านมา วันนี้มาพักที่ อ.ทุ่งใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช ก่อนจะเดินทางต่อไปให้ทั่วประเทศ

โดยจะปั่นจักรยานไปเรื่อยๆ ค่ำที่ไหน นอนที่นั่น ตนมีสุขภาพแข็งแรง เพราะไม่กินเหล้า ไม่สูบบุหรี่ ชอบออกกำลังกาย ทำให้มีสุขภาพพร่างกายแข็งแรง ส่วนค่าอาหารแต่ละวันได้จากโชว์เป่าขลุ่ย และโชว์ความแข็งแรงของร่างกาย แลกเป็นเงิน มีรายได้พอกินพอใช้ และยังเหลือส่งกลับบ้านให้ภรรยาใช้จ่าย

นายชูชาติ กล่าวอีกว่า ตนเคยปั่นทั่วอาเซียนมาแล้ว และกำลังเตรียมตัวจะปั่นไปประเทศอินเดียในปี 2563 ส่วนแรงจูงใจที่ทำให้ตนชอบปั่นจักรยาน เพราะตอนเป็นเด็กไม่มีจักรยาน เหมือนเพื่อนๆ ตนขี่แต่วัว ควาย พอโตขึ้นมีเงินซื้อจักรยานจึงติดใจ ตนรับราชการครูเมื่อปี 2519 และมาลาออกเมื่อปี 2549 หลังลาออก มือปั่นจักรยานไปทั่วไทย และทั่วเอเชียมาแล้ว และจะปั่นต่อไปจนตัวตาย นายชูชาติ กล่าวอย่างมีความสุขท่ามกลางความทึ่งของผู้ที่มาพบเห็นและรับฟัง

นายกฯ ขอบคุณ ‘บอย ปกรณ์’ ชวนดูละครน้ำดี

นายกรัฐมนตรี ขอบคุณ ‘บอย ปกรณ์’ ที่นึกถึง พร้อมให้กำลังใจทีมงานละครมาตุภูมิแห่งหัวใจ เชิญชวนประชาชนดูละครน้ำดี ปลูกฝังความรักชาติ อดทนและเสียสละ

พลโท สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ขอบคุณบอย ปกรณ์ ฉัตรบริรักษ์ โพสข้อความลงอินสตาร์แกรม (IG) เชิญชวนให้ นายกรัฐมนตรี ชมละครเรื่อง มาตุภูมิแห่งหัวใจ เมื่อมีเวลาว่างจากการปฏิบัติภารกิจเพื่อชาติ พร้อมทั้งชื่นชมและให้กำลังใจทีมงานทุกคนที่ได้เลือกบทละครดี ๆ และร่วมกันสร้างสรรค์เป็นผลงานให้ประชาชนได้ชม

ทั้งนี้นายกรัฐมนตรี ฝากเชิญชวนคนไทยชมละครเรื่องดังกล่าว เพราะนอกจากจะได้รับความบันเทิงแล้ว เนื้อหาสาระที่นำเสนอยังปลูกฝังความรักชาติรักแผ่นดินของคนไทย รวมทั้งยังสะท้อนถึงภารกิจที่สำคัญของอาชีพทหาร หรือรั้วของชาติ ที่ต้องมีความอดทน เสียสละ ไม่เฉพาะแต่ตัวเองเท่านั้น แต่รวมไปถึงครอบครัวและคนรอบข้างของทหารทุกนายที่ต้องเสียสละร่วมกันด้วย