กรมสุขภาพจิตใช้เปลือกไข่-ถั่วเน่าทำ ‘แคลเซียมสมุนไพร’ ใช้รักษาคนติดเหล้า

รพ.สวนปรุง กรมสุขภาพจิต ประสบผลสำเร็จวิจัยและพัฒนายา “แคลแอคทีฟพลัส” แคลเซียมสมุนไพร ตำรับพิเศษ ทำจากเปลือกไข่และถั่วเน่าพื้นเมืองซึ่งมีวิตามินเค 2 ชนิดเอ็มเค 7 สูง ใช้รักษาผู้ป่วยติดเหล้าที่มีปัญหาแคลเซียมในเลือดต่ำ ซึ่งพบได้ทุก 1 ใน 2 คน ป้องกันโรคกระดูกพรุนและช่วยในกระบวนการแข็งตัวของเลือด ผลการวิจัยพบว่าสามารถดูดซึมแคลเซียมได้ดี ปลอดภัย ขณะนี้ใช้รักษาผู้ป่วยในรพ.สวนปรุงแล้ว คาดว่าจะขยายผลใช้ในโรงพยาบาลทั่วประเทศในปีนี้ เพื่อใช้รักษาผู้ป่วยติดเหล้าที่ปัจจุบันคาดว่ามีมากถึง 900,000 คนทั่วประเทศ สามารถใช้กับผู้ป่วยทั่วไปที่มีปัญหาแคลเซียมต่ำได้

นาวาอากาศตรีนายแพทย์บุญเรือง ไตรเรืองวรวัฒน์ อธิบดีกรมสุขภาพจิต เปิดเผยว่า ขณะนี้กรมสุขภาพจิตได้เร่งเพิ่มการเข้าถึงบริการรักษาฟื้นฟูผู้ที่ติดเหล้าเรื้อรังเพื่อป้องกันการป่วยทางจิต เนื่องจากฤทธิ์ของแอลกอฮอล์จะเข้าไปกดการทำงานของสมอง ทำให้สมองเสียสมดุล ทำงานผิดปกติ ผลสำรวจล่าสุดของกรมสุขภาพจิตในปี 2556 พบประชาชน อายุ 18 ปีขึ้นไป ติดเหล้า (Alcohol dependence )ร้อยละ 1.8 คาดทั่วประเทศมีประมาณ 900,000 คน โดยอยู่ในภาคเหนือมากที่สุด ร้อยละ 3.5 รองลงมาคือ กทม. ร้อยละ 2.9 ในปีนี้กรมสุขภาพจิตตั้งเป้าจะเพิ่มการเข้าถึงบริการผู้ติดเหล้าจากเดิมไม่ต่ำกว่าร้อยละ 1 ที่ผ่านมาตั้งแต่ พ.ศ.2556 จนถึงขณะนี้มีผู้ป่วยได้รับการรักษาสะสมรวม 172,937 คน โดยมีโรงพยาบาล(รพ.)สวนปรุง จ.เชียงใหม่ ซึ่งเป็นศูนย์เชี่ยวชาญโรคติดสุราระดับชาติของกรมสุขภาพจิตเป็นหน่วยงานหลักในการวิจัยและพัฒนามาตรฐานแนวทางการดูแลรักษาผู้ป่วยเป็นการเฉพาะ

ขณะที่ผู้ป่วยประเภทนี้ต้องได้รับการดูแลครอบคลุมทั้งโรคทางกายและทางจิตใจ เนื่องจากอวัยวะภายในถูกแอลกอฮอล์ทำลาย จนการทำงานสูญเสียหน้าที่ เช่น ตับแข็ง เลือดออกง่ายหยุดยาก แผลในกระเพาะอาหาร กระดูกพรุน ไปจนถึงมีอาการทางสมอง เช่น หูแว่ว ประสาทหลอน เป็นต้น ทั้งนี้เพื่อขยายผลใช้ในโรงพยาบาลเครือข่าย โรงพยาบาลจิตเวชทั่วประเทศเป็นมาตรฐานเดียวกัน เพิ่มประสิทธิภาพการรักษาฟื้นฟูไม่มีปัญหาแทรกซ้อนตามมาภายหลัง

ทางด้านนายแพทย์ธรณินทร์ กองสุข ผู้อำนวยการ รพ.สวนปรุง กล่าวว่า ในการบำบัดรักษาผู้ป่วยที่ติดเหล้าให้เลิกดื่ม จะต้องรักษาปัญหาทางกายและฟื้นฟูสภาพร่างกายให้กลับสู่ภาวะปกติเสียก่อน ปัญหาทางกายที่พบได้บ่อย คือ เลือดออกจากแผลในกระเพาะลำไส้ ภาวะขาดสารอาหารโดยเฉพาะวิตามินบีและวิตามินเค รวมถึงแร่ธาตุสำคัญหลายชนิด ผลวิจัยของรพ.สวนปรุง พบผู้ป่วยขาดแคลเซียมร้อยละ 52 หรือพบได้ 1 ใน 2 คน ขาดโปแตสเซียม ร้อยละ38 และขาดแมกนีเซียมร้อยละ 24 ซึ่งแคลเซียมเป็นแร่ธาตุจำเป็นต่อการทำงานของระบบประสาทและกล้ามเนื้อทุกส่วนของร่างกายรวมถึงกระบวนการแข็งตัวของเลือด

ทางโรงพยาบาลจึงได้พัฒนาตำรับแคลเซียมสมุนไพร 100 เปอร์เซ็นต์ เพื่อใช้รักษาผู้ป่วยติดสุราที่มีปัญหานี้เฉพาะ โดยใช้เปลือกไข่ไก่ที่เป็นวัสดุเหลือทิ้งหาได้ง่ายแต่มีแคลเซียมสูง และใช้ถั่วเน่าพื้นเมืองของภาคเหนือ ซึ่งมีวิตามินเค 2 ชนิดเอ็มเค 7 มาก ซึ่งนอกจากจะช่วยลดปัญหาการแข็งตัวของเลือดผิดปกติแล้ว ยังสามารถพาแคลเซียมจากกระแสเลือดเข้าไปสู่กระดูกเพื่อสร้างเนื้อกระดูกได้ดี ป้องกันโรคกระดูกพรุนในผู้ติดสุรา และลดปัญหาสุขภาพที่เกิดจากแคลเซียมเกาะตามผนังหลอดเลือดหรืออวัยวะสำคัญต่างๆ เช่น โรคหลอดเลือดหัวใจ สมองเสื่อม เป็นต้น แคลเซียมสมุนไพรนี้จึงเหมาะสำหรับใช้รักษาผู้ป่วยติดเหล้าที่มีแคลเซียมต่ำ ซึ่งยาแคลเซียมที่มีจำหน่ายทั่วไปในท้องตลาด ยังไม่มีสูตรผสมเช่นนี้

จากการศึกษาวิจัยประสิทธิภาพของยาแคลเซียมสมุนไพรเปรียบเทียบกับยาแคลเซียมที่จำหน่ายในท้องตลาด เมื่อให้ผู้ป่วยของรพ.สวนปรุงรับประทานในปริมาณแคลเซียมเท่ากัน พบว่าแคลเซียมสมุนไพรดูดซึมได้ดี ให้ปริมาณแคลเซียมในเลือดสูงกว่าเล็กน้อย มีความปลอดภัย ไม่พบผลข้างเคียงรุนแรงใดๆ ปัจจุบัน รพ.ฯได้ผลิตขายให้กับผู้ป่วยในรูปแคปซูล ใน 1 แคปซูลจะมีธาตุแคลเซียม 150 มิลลิกรัม เทียบเท่ากับแคลเซียมคาร์บอเนต 375 มิลลิกรัม โดยใช้ชื่อว่า แคลแอคทีฟพลัส (CalActive Plus ) บรรจุขวดละ 60 แคปซูล ขายขวดละ 150 บาท รับประทานครั้งละ 1-2 แคปซูล วันละ 3 ครั้งหลังอาหาร หรือประมาณ 3 ขวดต่อเดือน ขึ้นอยู่กับภาวะความจำเป็นของผู้ป่วย

นายแพทย์ธรณินทร์ กล่าวต่อว่า กระบวนการผลิตยาแคลเซียมสมุนไพรของรพ.สวนปรุง เป็นไปตามมาตรฐานจีเอ็มพี มีการควบคุมคุณภาพความปลอดภัยด้านการปนเปื้อนจากเชื้อและโลหะหนัก และคุณสมบัติของตัวยาทั้งการแตกตัว การละลาย และความคงตัวของตำรับยา ขณะนี้ได้รับรหัสยามาตรฐานไทยหรือทีเอ็มที (Thai Medicines Terminology :TMT) จากศูนย์พัฒนามาตรฐานระบบข้อมูลสุขภาพไทยแล้ว และ สปสช. อนุญาตให้อยู่ในบัญชียาที่สามารถเข้าระบบเบิกจ่ายได้แล้ว แต่ยังจำกัดให้ใช้เฉพาะกับผู้ป่วยของ รพ.สวนปรุง อยู่ระหว่างยื่นขอรหัสทีเอ็มที เพื่อให้สามารถใช้ยานี้ใน รพ.อื่นทั่วประเทศได้ด้วย คาดว่าน่าจะได้ภายในเดือนหน้านี้ ซึ่งยาแคลเซียมแคลแอคทีฟพลัสนี้สามารถใช้กับผู้ป่วยทั่วไปที่มีปัญหาขาดแคลเซียมได้ด้วย

ทั้งนี้รพ.สวนปรุง ได้วางแผนในห่วงโซ่การผลิตยาแคลเซียมจากเปลือกไข่ไก่และถั่วเน่า โดยจะส่งเสริมให้ผู้ป่วยจิตเวชที่ผ่านการรักษาและมีอาการดีแล้ว เป็นผู้ผลิตวัตถุดิบตั้งต้น เช่น ปลูกถั่วเหลืองเพื่อทำเป็นถั่วเน่าแห้ง และนำเปลือกไข่ที่ล้างสะอาดแล้ว ส่งขายให้ รพ.สวนปรุง เพื่อสร้างรายได้ให้ผู้ป่วยซึ่งมักจะขาดโอกาสด้านอาชีพ และสร้างความภาคภูมิใจให้ผู้ป่วยที่มีส่วนร่วมในกระบวนการรักษาผู้ป่วยด้วยกัน โดยผู้ที่สนใจติดต่อสอบถามได้ที่ รพ.สวนปรุง หมายเลข 053-908 500 ต่อ 60551 ในวันเวลาราชการ

ออกหมายเรียก 6 ดารา นักร้องดัง รีวิวสินค้าลดความอ้วนผสมไซบูทรามีน

รอง ผบ.ตร.แถลงออกหมายเรียก 6 ดารา นักร้องดัง รีวิวสินค้าลดความอ้วนผสมไซบูทรามีน

วันนี้ (20 พ.ค.61) เมื่อเวลา 11.00 น.พล.ต.อ.ดร.วิระชัย ทรงเมตตา รอง ผบ.ตร.แถลงออกหมายเรียก 6 ดารา นักร้องดัง รีวิวสินค้าลดความอ้วนผสมไซบูทรามีน ณ ห้องแถลงข่าว ชั้น 1 ตร.

พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา เปิดเผยหลังมีการลงพื้นที่ตรวจค้นแหล่งผลิต รวมถึงโกดังเก็บผลิตภัณฑ์อาหารเสริมที่มีส่วนผสมของสารไซบูทรามีน ยี่ห้อ KALO เบื้องต้นพบอาหารเสริมดังกล่าวมีดารานักแสดงเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องในการรีวิวสินค้า ในวันนี้เจ้าหน้าที่จึงเปิดเผยรายชื่อ ดารานักแสดงอีก 6 คนที่จะต้องเดินทางเข้าพบเจ้าหน้าที่ตำรวจที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติประกอบด้วย

1.กิ๊บซี่ วนิดา เติมธนาภรณ์ มีการโฆษณาแบบคลิปและโพสต์ภาพผลิตภัณฑ์ โดยมีการออกหมายเรียกให้มาเข้าพบตำรวจ ในวันที่ 28 พ.ค. เวลา 13.00 น. สำหรับหมายเรียกดังกล่าวเป็นหมายเรียกคนละส่วนกับการรีวิวสินค้าเครือข่ายเมจิสกิน แต่เพื่อความสะดวก เจ้าหน้าที่จึงนัดให้มาเข้าให้ข้อมูลในวันและเวลาเดียวกับหมายเรียกเดิม

2.เจนนิเฟอร์ คิ้ม เจ้าหน้าที่พบมีการ โพสต์ภาพสินค้า และ ข้อความโฆษณาผ่านทางโซเชียลมีเดีย เจ้าหน้าที่จึงเรียกให้มาเข้าพบ ในวันที่ 30 พ.ค. เวลา 10.00 น.

3.ปุยฝ้าย เอเอฟ พบมีการ โพสต์ภาพสินค้า และ ข้อความโฆษณาผ่านทางโซเชียลมีเดียเจ้าหน้าที่เรียกให้มาเข้าพบ 30 พ.ค. เวลา 10.00 น.

4.น้ำฝน กุลณัฐ พบมีการ โพสต์ภาพสินค้า และ ข้อความโฆษณาผ่านทางโซเชียลมีเดีย เจ้าหน้าที่ออกหมายเรียกให้มาเข้าพบ วันที่ 30 พ.ค. เวลา 10.00 น.

5.นานา ไรบีน่า พบมีการ โพสต์ภาพสินค้า และ ข้อความโฆษณาผ่านทางโซเชียลมีเดีย เจ้าหน้าที่เรียกให้เข้าพบวันที่ 28 พ.ค. เวลา 13.00 น. ซึ่งเป็นวันและเวลาเดียวกันกับหมายเรียกเดิมจากกรณีการรีวิวสินค้าเครือข่ายเมจิกสกิน

6.นาตาลี เดวิส พบมีการ โพสต์ภาพสินค้า และ ข้อความโฆษณาผ่านทางโซเชียลมีเดีย เจ้าหน้าที่เรียกให้เข้าพบวันที่ 28 พ.ค. เวลา 13.00 น.

พล.ต.อ.วิระชัย ระบุว่า สาเหตุที่ทำให้ผลิตภัณฑ์ KALO ได้รับหมายเลข อย.นั้น เนื่องจากตอนมาขอจดทะเบียน ไม่ได้ระบุว่าจะใส่สารไซบูทรามีนลงในผลิตภัณฑ์ แต่เมื่อได้เลขทะเบียนอย.มาแล้ว กลับลักลอบนำสารดังกล่าวมาใช้ในผลิตภัณฑ์ โดยจากนี้ไปหากตรวจพบโรงงานใดผลิตอาหารเสริมที่ผสมสารไซบูทรามีน เจ้าหน้าที่จะดำเนินการสั่งปิดต่อไป

โจ๋มะกันกราดยิงที่โรงเรียนในเท็กซัส ยิงครู นักเรียนดับ 10 ศพ

วัยรุ่นในสหรัฐฯ ก่อเหตุกราดยิงในโรงเรียนมัธยมในรัฐเท็กซัส ยิงครู นักเรียนเสียชีวิตรวม 10 ศพ

วันที่ 20 พ.ค. 2561 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเหตุสะเทือนขวัญกรณีเมื่อวันศุกร์ตามเวลาท้องถิ่น (ตรงกับวันเสาร์ตามเวลาในประเทศไทย) นายดิมิทริออส ปากอร์ตซิส วัย 17 ปี ถืออาวุธปืนลูกซองและปืนพกลูกโม่ บุกเข้าก่อเหตุกราดยิงในโรงเรียนมัธยมศึกษา ซานตา เฟ รัฐเท็กซัส ในสหรัฐฯ มีผู้เสียชีวิต 10 ศพ ในจำนวนนี้รวมถึงนักเรียน 8 ศพ, ครู 2 ศพ และมีคนบาดเจ็บ 13 คน ในจำนวนนี้รวมถึงตำรวจที่รักษาความปลอดภัยของโรงเรียนหนึ่งคนบาดเจ็บสาหัส

สื่อต่างประเทศ อ้างอิงเอกสารคำฟ้องต่อศาลที่เผยแพร่โดยสำนักงานอัยการเทศมณฑลกัลเวสตันและหนังสือพิมพ์นิวยอร์ก ไทม์ของสหรัฐฯ ระบุว่า จำเลยรับสารภาพว่าลงมือฆ่าครูและนักเรียนในที่เกิดเหตุเพียงลำพัง แต่เลือกไว้ชีวิตนักเรียนบางคนที่เขารู้สึกชอบ เพื่อให้พวกเขาออกไปเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้ตำรวจทราบ โดยผู้ก่อเหตุุออกจากห้องปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์ที่ 2 ของโรงเรียนในเวลา 08.02 น. หรือราว 30 นาทีหลังเกิดเหตุเพื่อเข้ามอบตัว

อย่างไรก็ตามพนักงานอัยการได้ส่งฟ้องนายดิมิทริออส ในความผิดฐานฆ่าคนตายและพยายามฆ่าเจ้าพนักงานที่ ที่กำลังปฏิบัติการ โดยเฉพาะในความผิดฆ่าคนตายนั้นมีอัตราโทษสูงสุดสุดคือประหารชีวิต

ที่มา  news.sky.com