ตรวจสอบรีสอร์ทหรู ดาราดังบนเขาค้อ หลังพบติด1 ใน 135 รีสอร์ทที่บุกรุกป่า

รองอธิบดีกรมป่าไม้ นำคณะตรวจสอบรีสอร์ทหรูของดาราดังบนเขาค้อ หลังพบว่า ติด 1 ใน 135 รีสอร์ท ที่บุกรุกป่าและอยู่นอกเขต รอส.

เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 17 พฤษภาคม 2561 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายอรรถพล เจริญชันษา รองอธิบดีกรมป่าไม้ พร้อมด้วยนายชีวภาพ ชีวะธรรม ผู้อำนวยการสำนักป้องกันรักษาป่าและควบคุมไฟป่า และหัวหน้าชุดพยัคฆ์ไพร พ.อ.พงษ์เพชร เกษสุภะ หัวหน้าชุดประสานการปฏิบัติที่ 4 กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร

พันโทเกียรติอุดม นาดี ผู้บังคับกองพันทหารม้าที่ 28 และ นายชิต อินทรนก ผู้อำนวยการศูนย์ป่าไม้เพชรบูรณ์ ในฐานะหัวหน้าคณะทำงานฝ่ายปฏิบัติการแก้ไขปัญหาพื้นที่ป่าไม้ อ.เขาค้อ นำกำลังทหาร และ เจ้าหน้าที่ป่าไม้ในสังกัดสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 4 สาขาพิษณุโลก กว่า 50 นาย เข้าตรวจสอบรีสอร์ทในสายหมอก ต.เขาค้อ ซึ่งรีสอร์ทแห่งนี้มีสายรายงานแจ้งว่า ผู้เป็นเจ้าของ คือดารานักแสดงชื่อดัง

จากการตรวจสอบไม่พบเจ้าของ หรือผู้ดูแลแต่อย่างใด มีเพียงสิ่งปลูกสร้างเป็นบ้านพักตากอากาศ บนพื้นที่ 13 ไร่ ส่วนการลงพื้นที่ตรวจสอบรีสอร์ท ทีอยู่นอกเขต ราษฏรอาสาสมัคร ( รอส.) จำนวน 20 ราย พบว่าแทบทุกรีสอร์ทไม่พบเจ้าของรีสอร์ท หรือ ผู้ดูแลแต่อย่างใด คาดว่าผู้ประกอบการที่พักรีสอร์ทดังกล่าว จะหลีกเลี่ยงการประกันตัวในชั้นพนักงานสอบสวน

นายอรรถพล เจริญชันษา รองอธิบดีกรมป่าไม้ กล่าวว่า แม้การเข้าตรวจสอบจะไม่พบเจ้าของ หรือ ผู้ดูแลก็ตาม หลังจากนี้พนักงานสอบสวนจะออกหมายเรียกเจ้าของ เพื่อมารับทราบข้อกล่าวหา ส่วนการดำเนินคดีนั้นจะรัดกุมยิ่งขึ้น มีการทำงานเป็นทีม การเพิ่มขั้นตอนการปฏิบัติงานลงในสำนวนว่า เจ้าหน้าที่ทำอะไรมาบ้างแล้ว เช่น การปิดประกาศแจ้งเตือน การเชิญผู้ประกอบการมาทำความเข้าใจถึงการครองครองพื้นที่ที่เป็นของรัฐ โดยไม่ได้รับอนุญาต

ทั้งนี้ เพื่อจะลดการแย้งกับข้อกล่าวหาขาดเจตนาได้ อีกทั้งจะเชิญผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่มาร่วมให้ข้อมูลด้วย จึงมั่นใจ รีสอร์ททั้ง 135 ราย จะไม่หลุดคดี ซึ่งการดำเนินการจะปฏิบัติภายใต้กฏหมายอย่างเท่าเทียม ไม่มีการเลือกปฏิบัติอย่างแน่นอน

อย่างไรก็ตาม นอกจากการจับกุมดำเนินคดีกับเจ้าของรีสอร์ทที่ทำผิดแล้วยังเป็นการตัดวงจรการซื้อขายเปลี่ยนมือด้วย พร้อมสั่งกำชับให้เจ้าหน้าที่สร้างความเข้าใจกับชาวบ้าน และผู้ประกอบการถึงกระบวนการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ โดยเฉพาะการรื้อถอนซึ่งตอนนี้ยังอยู่ในขั้นตอนการแจ้งความดำเนินคดีเท่านั้น

เผยวินาที บุกจับลูกข้าราชการชั้นผู้ใหญ่กลางลานจอดรถห้างดังขณะไปส่งยาบ้า

คลิปนาทีบุกจับลูกข้าราชการชั้นผู้ใหญ่กลางลานจอดรถห้างดังขณะไปส่งยาบ้า ต่อมาตำรวจขยายผลจับผู้กระทำผิดเพิ่มได้อีก 

เจ้าหน้าที่กองร้อยอาสารักษาดินแดนเชียงใหม่ที่ 1 และ ฝ่ายปกครองอำเภอแม่ริม จ.เชียงใหม่ บุกชาร์จเข้าจับกุมนายณัฐดนัย ชุมศรี อายุ 24 ปี ลูกชายข้าราชการและเป็นหลานอดีตข้าราชการชั้นผู้ใหญ่คนหนึ่ง ขณะลงจากรถยนต์เก๋ง ทะเบียน กค 559 พะเยา บริเวณลานจอดรถห้างค้าปลีกชื่อใกล้สี่แยกรวมโชค อ.เมือง จ.เชียงใหม่ หลังสืบทราบว่านายณัฐดนัยกำลังจะนำยาบ้าไปส่งให้กับลูกค้าบริเวณลานจอดรถ ตรวจค้นในตัวพบพร้อมของกลางยาบ้าบรรจุซองพลาสติก ซุกซ่อนในกระเป๋ากางเกงทั้งสองข้างรวม 40 เม็ด

ขณะที่นายณัฐดนัย ซัดทอดว่ายาบ้าทั้งหมดรับมาจากนายธนพัต ณัฐยชญ์ อายุ 21 ปี พนักงานร้านเบเกอรี่ชื่อดัง ย่านตลาดรวมโชค ที่อยู่ใกล้กัน เจ้าหน้าที่จึงบุกเข้าไปควบคุมตัวได้คาร้าน พร้อมกับนำตัวไปตรวจค้นห้องพัก ย่านชุมชนช่างเคี่ยน ต.ช้างเผือก อ.เมือง จ.เชียงใหม่ เมื่อเปิดห้องเข้าไปพบผู้ต้องหาอีก 1 ราย กำลังสูบกัญชาภายในห้องจึงจับกุม

ขณะที่การตรวจค้นพบยาบ้าอีก 8 เม็ด บนหัวเตียงพร้อมอุปกรณ์การเสพยาบ้าและบ้องกัญชา ซึ่งผู้ต้องหาที่ถูกจับต่างฝ่ายต่างซัดทอดกันไปมา สุดท้ายนายธนพัต ยอมสารภาพว่าสั่งซื้อยาเสพติดมาจากเอเยนต์ในกรุงเทพ และส่งมาให้ทางโลจิสติกเอกชนเอกชน เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวดำเนินคดี ข้อหาร่วมกันมียาเสพติดไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมายและจะขยายผลเพิ่มเติมต่อไป

อ้างเป็นเจ้าหน้าที่ สคบ. ตรวจสอบยึดสินค้าหลายอย่าง หนุ่มยอมจ่าย 70,000 เพราะกลัว

วงจรปิดจับภาพ อ้างเป็นเจ้าหน้าที่ สคบ. ตรวจสอบยึดสินค้าหลายอย่าง ด้วยความกลัวยอมจ่ายเงิน 70,000 แต่ไม่มีใบเสร็จ เบื้องต้นไม่กล้าแจ้งความกลัวความไม่ปลอดภัย

วันที่ 17 พ.ค. 61 เจ้าของร้านเครื่องเสียงแห่งหนึ่งใน ตำบลศาลาแดง อำเภอเมือง จังหวัดอ่างทอง ครวญเสียเงิน 70,000 บาท หลังโดนคนแต่งตัวคล้ายเจ้าหน้าที่ มากัน 7 – 8 คน โดยอ้างเป็นเจ้าหน้าที่สำนักงานคุมครองผู้บริโภค ( สคบ.) มาจากส่วนกลาง เข้ามาตรวจที่ร้านเมื่อวันที่ 14 พ.ค.ที่ผ่านมา ระบุว่าที่ร้านขายสินค้าทำผิดหลายอย่างและนำกำลังมายึดสินค้าโดยไม่ได้แสดงบัตร

กลุ่มคนดังกล่าวทำการตรวจยึดสินค้าไปหลายรายการโดยแจ้งว่าไม่มีฉลาก คู่มือไม่ใช่ภาษาไทย จากนั้นนำตัวเจ้าของร้านไปโรงพัก แต่อยู่เพียงห้องด้านล่างของโรงพักเท่านั้น ต่อมามีการพูดคุยไกล่เกลี่ยกันตัวเจ้าของร้านยอมจ่ายเงินให้กับคนที่อ้างเป็นเจ้าหน้าที่ (สคบ.) รวมแล้ว 70,000 บาท แต่ไม่มีใบเสร็จ

เจ้าของร้านระบุ ไม่ทราบว่าเป็นเจ้าหน้าที่มาจากไหน เบื้องต้นไม่กล้าแจ้งความยังหวาดกลัวอยู่ แต่ทางร้านมีคลิปวิดีโอจากกล้องวงจรปิดจับภาพไว้ได้ โดยเหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 14 พ.ค.ที่ผ่านมา และไม่กล้าแจ้งความกลัวความไม่ปลอดภัย ในชีวิตทรัพย์สินของตนเองและครัวครัวต่อไป