เผยข้อร้องเรียน Top HIT ของแท็กซี่ กรมการขนส่งแนะใช้ผ่านแอพพลิเคชั่นติชม

กรมการขนส่งทางบก เผยข้อร้องเรียนยอดฮิตของแท็กซี่ แนะผู้โดยสารประเมินผลความพึงพอใจการใช้บริการแท็กซี่ได้ง่ายๆ ผ่านแอพพลิเคชั่น DLT Check in Plus  

แฟนเพจ กรมการขนส่งทางบก โพสต์ข้อความเผยถึงข้อร้องเรียนยอดฮิตของแท็กซี่ อ้างจากข้อมูลการร้องเรียนในช่วง 4 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2560

กรมการขนส่งทางบก เผยว่า “แท็กซี่” เป็นหนึ่งในรถโดยสารสาธารณะที่คู่กับชีวิตคนเมือง และมียอดผู้ใช้บริการสูงเป็นอันดับต้นๆ ไม่แพ้ขนส่งสาธารณะประเภทอื่นๆ แต่ขณะเดียวกันก็เป็นรถสาธารณะที่มีข้อร้องเรียนสูงที่สุดด้วยเช่นเดียวกัน จากข้อมูลการร้องเรียนในช่วง 4 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2560 นั้นพบว่า มีผู้ร้องเรียนแท็กซี่มากถึง 12,900 เรื่อง จากการร้องเรียนปัญหาการให้บริการรถโดยสารสาธารณะรวมทั้งสิ้น 18,366 เรื่อง และข้อร้องเรียน Top HIT ของแท็กซี่ 5 อันดับแรกๆ ก็คือ

  1. ปฏิเสธไม่รับผู้โดยสาร พบว่ามีจำนวนสูงกว่า 25% จากข้อร้องเรียนหมวดอื่นๆ ซึ่งปัจจัยที่คนขับรถมักพูดถึงก็มาจากหลายสาเหตุทั้งการจราจรที่ติดขัดมากในบางเส้นทางจนแท็กซี่ไม่พร้อมจะเข้าไปเผชิญรถติด เข้าไปแล้วผู้โดยสารทิ้งรถ แท็กซี่ก็ยังติดอยู่บนท้องถนนทำให้ไม่คุ้มต้นทุน หรืออาจเป็นเส้นทางที่ไม่คุ้นเคยและผู้โดยสารก็ไม่รู้จักเส้นทาง ขณะที่ผู้โดยสารเองก็จะพบกับเรื่องรถไม่อยากวิ่งข้ามเขต เรียกเหมาแทนการกดมิเตอร์ รถติดเวลาส่งรถ รถติดเติมแก็ส เป็นต้น
  2. ความปลอดภัยและมารยาทในการขับรถ เป็นอีกหนึ่งข้อร้องเรียนรองลงมา โดยเฉพาะผู้หญิงที่โดยสารรถแท็กซี่คนเดียว และอาจพบเจอคนขับรถที่ไม่มีมารยาท แต่งกายไม่สุภาพ บ่นด่าการจราจร/การเมือง แทะโลมผู้โดยสารด้วยวาจา ไปจนถึงการลวมลามทางสายตา และการวางยา ข่มขืน ขณะที่ผู้โดยสารชายที่เดินทางไปเส้นทางเปลี่ยวก็อาจไม่ปลอดภัยจากการปล้นชิงทรัพย์
  3. ค่าโดยสาร ผู้โดยสารอาจเห็นว่ามิเตอร์ขึ้นเร็วผิดปกติ แท็กซี่บางรายไม่กดมิเตอร์และเรียกเหมา หรือบางรายอาจขอค่าโดยสารเพิ่มพิเศษในเส้นทางรถติด หรือเส้นทางไกล
  4. มารยาทและวินัยจราจร เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่พบเห็นกันเป็นประจำ และเป็นที่เอื้อมระอาของผู้โดยสารที่ใช้บริการ
  5. ข้อร้องเรียนอื่นๆ อาทิ ความสะอาด สภาพรถ ความคุ้นเคยเส้นทาง ฯลฯ ซึ่งประเด็นย่อยๆ นี้ก็เป็นข้อร้องเรียนที่สายด่วน 1584 ของกรมการขนส่งทางบกรับเรื่องไว้เพื่อดำเนินการต่อไป

อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้โดยสารเอง ปัจจุบันก็มีอีก 1 ช่องทางเพื่อประเมินผลความพึงพอใจการใช้บริการแท็กซี่ได้ง่ายๆ ผ่านแอพพลิเคชั่น DLT Check in Plus ที่กรมการขนส่งทางบกพัฒนาขึ้น เพื่อเป็นช่องทางเก็บข้อมูลการให้บริการแท็กซี่และนำมาปรับปรุงมาตรฐานการให้บริการ ซึ่งผู้โดยสารสามารถเข้าไปดาวน์โหลดได้ง่ายๆ ที่ App Store หรือ Play Store และพิมพ์คำว่า DLT Check in Plus สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สายด่วน 1584

จับพ่อแท้ๆ – ญาติ รวม 4 คน ถูกกล่าวหาข่มขืนลูกสาวจนตั้งท้อง 2 เดือน

จับพ่อแท้ๆ พร้อมเครือญาติ รวม 4 คน ถูกกล่าวหาข่มขืนลูกสาวจนตั้งท้อง 2 เดือน เบื้องต้นยังให้การปฏิเสธ 

เมื่อเวลา 12.00 น.วันที่ 17 พฤษภาคม2561 พ.ต.ท.จาตุรนต์ ซ้ายงาม สว.สส.สภ.ลาดหลุมแก้ว พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนสภ.ลาดหลุมแก้ว และชุดสืบสวนของกก.สส.ภ.จว.ปทุมธานี นำกำลังพร้อมด้วยหมายศาลจังหวัดปทุมธานี เข้าจับกุมตัวนายดำรง รองทรัพย์ อายุ 53ปี โดยจับกุมได้ที่บ้านพัก และจับกุมนายมนูญ กมลวิบูลย์อายุ 36 ปี จับกุมได้ขณะรับจ้างขับรถบรรทุกสิบล้อซึ่งอยู่ระหว่างถมดินใกล้เคียงบ้านพัก โดยถูกกล่าวหาว่า ข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่นโดยขู่เข็ญด้วยประการใดๆ โดยใช้กำลังประทุษร้านโดยผู้อื่นนั้นอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้

การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องมาจาก เมื่อวันที่ 11 เมษายน 2561 น.ส.เอ (นามสมมุติ) อายุ 36 ปี ได้เข้าแจ้งความกับร.ต.อ.วีรวัฒน์ บุญแพง รองสว.สอบสวนสภ.ลาดหลุมแก้ว หลังลูกสาวอายุ 14 ปี ถูกพ่อและอา,ลุงข้างบ้านข่มขืนกระทำชำเราจนตั้งท้องได้อายุครรภ์ 2 เดือน จึงอยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจช่วยดำเนินการจับกุมตัวมาดำเนินคดี กระทั่งพนักงานสอบสวนมีการนำตัวเด็กไปทำการสอบสหวิชาชีพและรวบรวมพยานหลักฐานเพื่ออำนาจศาลจังหวัดปทุมธานี ออกหมายจับ

น.ส.เอ (นามสมมุติ) อายุ 36 ปี แม่เด็กให้การว่า ตนเองต้องออกทำงานตั้งแต่เช้าจะกลับเข้าบ้านก็มืดกระทั่งกลางเดือนเมษายน ที่ผ่านมาตนเองผิดสังเกตลูกมีอาการซึมเศร้าจากที่เคยเป็นเด็กร่าเริงและประจำเดือนไม่มาตามปกติ กระทั่งสอบเค้นจนลูกสาวยอมรับสารภาพว่าถูกพ่อข่มขืน รวมทั้งยังมีญาติพ่อที่อยู่บ้านติดกันรวม 4 คนกระทำชำเราทั้งในบ้านพักและโรงแรม หลังทราบเรื่องตนเองจึงรีบเดินทางไปแจ้งความเพื่อดำเนินคดีเอาผิด โดยพนักงานสอบสวนได้ส่งตัวไปตรวจร่างกายและจากการตรวจสอบพบมีการตั้งครรภ์อายุครรภ์ 2 เดือน

เบื้องต้น ผู้ต้องหาที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจับมาจำนวน 2 ราย ยังให้การปฏิเสธ ซึ่งจะได้มีการสอบปากคำเพื่อนำตัวดำเนินคดีทางกฏหมาย ส่วนผู้ต้องหาอีกจำนวน 2 คน ซึ่งเป็นอานั้นอยู่ระหว่างติดตามจับกุมตัวมาดำเนินคดีทางกฎหมายต่อไป

ตำรวจทางหลวงอุบลฯ จับยาบ้า 76,760 เม็ด ผู้ต้องหาเผย รับจ้างขนได้ค่าจ้าง 20,000 บาท

ตำรวจทางหลวงอุบลราชธานี จับกุมยาบ้า 76,760 เม็ด  3 ผู้ต้องหาสารภาพ ร่วมกันนำยาเสพติดของกลางไปวางตามจุดต่างๆ ตามสั่งการของผู้ว่าจ้าง โดยได้ค่าจ้าง 20,000 บาท

เมื่อวันที่ 16 พ.ค.61 ที่ผ่านมา “ตำรวจทางหลวงอุบลราชธานี” ได้รับแจ้งว่ามีการใช้รถยนต์ลำเลียงยาเสพติด บนทางหลวงในเขตรับผิดชอบ จึงได้วางกำลังเพื่อตั้งจุดตรวจเพื่อสกัดกั้นการลักลอบลำเลียงยาเสพติด ซึ่งเป็นภัยร้ายแรงต่อสังคม

จนกระทั่งถึงเวลาประมาณ 05.30 น. บนทางหลวงหมายเลข 24 หลัก กม.318 ต.กระแชง อ.กันทรลักษ์ จว.ศรีสะเกษ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้พบกับรถยนต์ต้องสงสัย ยี่ห้อมิตซูบิชิ สีดำ ทะเบียน กธ 3546 สระบุรี ขับขี่มาถึงจุดตรวจ เจ้าหน้าที่จึงส่งสัญญาณให้หยุดรถเพื่อขอตรวจสอบ

พบนายสุพัฒน์ ศรีสะอาด อายุ 26 ปี แสดงตนเป็นผู้ขับขี่พร้อมแสดงใบอนุญาตขับรถ, นายจงรักษ์ วงเวียน อายุ 24 ปี นั่งโดยสารอยู่เบาะนั่งตอนหน้าฝั่งซ้าย , นายปฏิภาณ รุจิยาปนนท์ อายุ 23 ปี นั่งเบาะตอนหลัง มีลักษณะพิรุธต้องสงสัย เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้เชิญตัวลงจากรถ ขอตรวจค้นตัว ไม่พบสิ่งผิดกฎหมาย จึงขอตรวจค้นภายในรถยนต์คันดังกล่าว โดยบุคคลทั้ง 3 ยินยอมและยืนดูการตรวจค้น

ผลการตรวจค้นพบยาบ้าจำนวน 76,760 เม็ด และยาไอซ์อีกกว่า 99.7 กรัม ซุกซ่อนอยู่ในรถคันดังกล่าว สอบถามบุคคลทั้ง 3 แล้ว รับว่าร่วมกันนำยาเสพติดของกลางไปวางตามจุดต่างๆ ตามสั่งการของผู้ว่าจ้าง โดยได้ค่าจ้าง 20,000 บาท จึงได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 3 คนพร้อมของกลางนำส่ง สภ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ขอบคุณข้อมูลจาก ตำรวจทางหลวง