หมดกัน!! หญิงสาวไร้ยางอาย เปิดกระโปรงโชว์ชั้นใน ทั้งๆ อยู่ในที่สาธารณะ

ชาวเน็ตรุมถล่มยับ สาวตระเวนถ่ายภาพ เปิดกระโปรงโชว์กางเกงในในที่สาธารณะ ก่อนนำภาพมาลงในกลุ่มลับ 

วันนี้ (16 พ.ค. 2561) ในโลกออนไลน์ได้เกิดเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง เมื่อเพจ ฮาสัส ได้มีการเผยแพร่ภาพไม่เหมาะสมของหญิงสาวคนหนึ่งที่ไม่มีความเขินอาย ตระเวนไปสถานที่สาธารณะทั้งห้าง และร้านอาหารดัง ก่อนที่เธอจะถกกระโปรงเปิดโชว์กางเกงในให้ตากล้องถ่ายภาพและนำมาเผยแพร่ลงในสื่อออนไลน์

โดยภาพได้เผยให้เห็นหญิงสาวหน้าตาดีหนึ่ง ไปเที่ยวยังสถานที่ต่างๆ ซึ่งเป็นที่สาธารณะที่มีคนพลุกพล่าน ไม่ว่าจะเป็นห้าง ร้านค้าชื่อดัง จากนั้นเธอก็เปิดกระโปรงให้ตากล้องถ่ายภาพ ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ก่อนจะนำมาเผยแพร่ในกลุ่มลับในโลกออนไลน์  อย่างไม่เขินอาย

ทั้งนี้เมื่อภาพดังกล่าวได้เผยแพร่ออกไปก็ทำให้มีคนเข้าไปแสดงความเห็นจำนวนมาก โดยส่วนใหญ่ไม่พอใจกับการกระทำของเธอ พร้อมเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งตรวจสอบและเรียกเธอมาว่ากล่าวตักเตือนเพื่อเป็นการปกป้องเกียรติของหญิงไทย ถึงแม้ว่าเธอจะไม่ขวยอายในการกระทำดังกล่าวก็ตาม ขณะที่บางส่วนก็มีการคาดเดาว่าหญิงสาวคนดังกล่าวอาจจะไม่สาวแท้อาจเป็นสาวประเภทสองที่มีการผ่าตัดแปลงเพศมาแล้วก็เป็นได้ถึงได้กล้าทำถึงขนาดนี้

สาวเลี้ยง ‘ด้วงสาคู’ แบบคูลๆ สร้างรายได้เกือบแสนต่อเดือน

สาววัย 28 ปี หันมาเพาะเลี้ยง ‘ด้วงสาคู’ ส่งขายทั่วประเทศ สร้างรายได้ต่อเดือนเกือบ 1 แสนบาท

หากพูดถึง ‘แมลงทอด‘ ก็ต้องบอกว่ามีการนิยมรับประทานกันมานมนานแล้ว ทั้งตั๊กแตน จิ้งหรีด หนอนไม้ไผ่ หรือรถด่วน แมงดานา และอื่นๆอีกมากมาย เป็นที่ถูกอกถูกใจ และถูกปากทั้งคนไทยและชาวต่างชาติอย่างมาก นอกจากนี้ยังมีคุณค่าทางอาหารโดยเฉพาะโปรตีน และสารอาหารอื่นๆ อีกมากมาย

วันนี้ MThaiNews ในช่วง ‘เกษตรสร้างรายได้‘ ขอนำเสนอแมลงอีกหนึ่งชนิดที่กระแสความนิยมเริ่มเพิ่มมากขึ้น นั้นคือ!!! ‘ด้วงสาคู‘ หรืออีกชื่อหนึ่ง ‘ด้วงมะพร้าว‘ ซึ่งแมลงชนิดนี้ได้รับความนิยมอย่างมากทางภาคใต้ของประเทศเรา และในหลายๆปีที่ผ่านมา ก็ได้แพร่หลายและมีการเพาะเลี้ยงกันทั่วประเทศ

ซึ่งทางทีมข่าวได้มีโอกาสพูดคุยกับคุณทิติยา คำเถื่อน หรือคุณญา อายุ 28 ปี เจ้าของ ‘ด้วงสาคูฟาร์มมาดี‘ จ.เพชรบุรี ที่เลี้ยงด้วงสาคูจนประสบความสำเร็จอย่างมากอีกหนึ่งราย พร้อมเผยถึงวิธีการเลี้ยง และเทคนิคดีๆในการเพาะเลี้ยงเจ้า ‘ด้วงสาคู‘ ทำอย่างไรให้ผลผลิตออกมาดีและมีคุณภาพ…!!??

โดยคุณญา ได้เปิดเผยว่าเดิมทำธุรกิจร้านหมูกระทะในกรุงเทพฯ เป็นเวลา 8 ปี แต่ด้วยสภาพเศรษฐกิจ จึงเริ่มมองหาธุรกิจใหม่ทำ จนได้มาศึกษาและสนใจ ‘ด้วงสาคู‘ ซึ่งเป็นคนที่ชื่นชอบการทานแมลงอยู่แล้ว จึงไปตามฟาร์มเลี้ยงและเข้าอบรม

จนกระทั่งปี 59 ตัดสินใจซื้อพ่อแม่พันธุ์ มาประมาณ 50 คู่ แบ่งเป็น 10 กะละมัง กะละมังละ 5 คู่ โดยนำมาเลี้ยงที่บ้านใน จ.นนทบุรี จนผลผลิตออกมาเป็นจำนวนมาก จึงเริ่มที่จะส่งขาย โดยเริ่มจากสื่อออนไลน์อย่างเฟซบุ๊กจนกลุ่มลูกค้าเริ่มขยายตัวมากขึ้น หลังจากนั้นจึงตัดสินใจย้ายแหล่งผลิตมาที่ จ.เพชรบุรี เนื่องจากมีพื้นที่เพียงพอต่อการเลี้ยง และต่อยอดได้อีกเป็นจำนวนมาก

คุณญา บอกก็ทีมข่าวว่า จริงๆแล้วเจ้า ‘ด้วงสาคู‘ เป็นแมลงที่เลี้ยงง่ายไม่ยุ่งอยากเท่าไหร่นัก โดยสูตรอาหารของทางฟาร์มจะใช่สัดส่วนดังนี้ 1.หัวอาหารสัตว์ และรำข้าว อย่างละ 3 ขีด / 2.มันสดบด 1 กิโลกรัม / 3.เปลือกมะพร้าวสับละเอียด 1 – 1.5 กิโลกรัม / 4.กากน้ำตาล 100 ซีซี นำมาใส่ภาชนะที่จะเลี้ยง โดยแนะนำว่าควรเป็นกะละมังขนาดประมาณ 50 เซนติเมตร

เมื่อเตรียมส่วนประกอบครบถ้วนแล้วน้ำมาผสมกันในกะละมัง โดยเติมน้ำลงไปให้พอแฉะๆ และใช้เปลือกมะพร้าวปิดหน้าอาหารไว้ พร้อมนำกล้วยน้ำว้า 2 ลูก มาวางไว้ เป็นอาหารสำหรับพ่อแม่พันธุ์ พร้อมนำฝามาปิดโดยให้มีรูระบายอากาศถ่ายเท

โดยจะเลี้ยง 5 คู่ ต่อ 1 กะละมัง ซึ่งปกติแล้วด้วงสาคูจะไข่ทุกวัน หลังจากปล่อยพ่อแม่พันธุ์ลงไปทิ้งระยะเวลาประมาณ 15 วัน เมื่อลูกตกแล้ว ให้จับพ่อแม่พันธุ์ไปเลี้ยงในกะละมังอันใหม่เพื่อขยายพันธุ์ต่อไป โดยวงจรชีวิตของเจ้าด้วงสาคู สามารถอยู่ได้ประมาณเดือนกว่าๆ ก็จะตาย

หลังจากนั้นก็หมั่นดูหน้าอาหารไม่ให้แห้ง ซึ่งถ้าหน้าอาหารแห้งก็ให้พรมน้ำ เลี้ยงจนตัวหนอนโตประมาณเท่านิ้วโป้ง ใช้เวลาประมาณ 25 วัน ก็สามารถจับส่งขายได้แล้ว แต่หากต้องการเลี้ยงเพื่อเป็นพ่อแม่พันธุ์ ต้องเลี้ยงไปอีกประมาณ 20 วัน ตัวหนอนก็จะเริ่มเข้าฝัก คล้ายดักแด้ หลังจากนั้นอีกประมาณ 10 วันก็จะออกมาเป็นตัวด้วงสาคู ส่วนการดูเพศนั้นตัวผู้จะมีงวงสั้นกว่าตัวเมีย และงวงของตัวผู้จะมีขนเล็กๆอยู่ ขณะที่ตัวเมียงวงจะเรียวยาว

สำหรับวิธีการส่งขายตัวหนอนด้วงสาคู ก่อนจะนำส่ง 1 วัน ทางฟาร์มจะทำการล้างท้องตัวหนอน ด้วยการให้หนอนด้วงกินกะทิ หรือแช่น้ำและใส่พริกไทยไว้ 1 คืน เพื่อเพิ่มรสชาติ ซึ่งหากไม่ล้างท้องกลิ่นของตัวหนอนก็จะมีลักษณะเหมือนสูตรอาหารที่เลี้ยงไว้ โดยใน 1 กะละมัง จะได้น้ำหนักตัวหนอนประมาณ 8 ขีด หรือประมาณ 100-150 ตัว

ส่วนราคาขายจะแบ่งเป็น 2 แบบ คือแบบขายเป็นตัวสดๆ จะขายอยู่ที่กิโลกรัมละ 250 บาท และแบบแช่ฟรีซ สามารถอยู่ได้ 7-8เดือน ราคาจะอยู่ที่ 350 บาท ต่อ 1 กิโลกรัม นอกจากนี้ยังสามารถขายพ่อแม่พันธุ์ได้อีกด้วย โดยจะส่งขายเป็นชุดเลี้ยงประกอบด้วย พ่อแม่พันธุ์ 10 ตัว อาหาร 3 กิโลกรัม พร้อมคู่มือการเลี้ยง จะขายในราคาพร้อมส่งอยู่ที่ 400 บาท

ปัจจุบันทางฟาร์มของคุณญา มีชุดเลี้ยงอยู่ประมาณ 500 ชุด สามารถผลิตตัวหนอนได้มากกว่า 300 กิโลกรัมต่อเดือน ส่งขายทั่วประเทศ จนสร้างรายได้เกือบแสนบาทต่อเดือน ทั้งนี้มองว่าอนาคตของด้วงสาคู จะโตขึ้นอีกอย่างมาก เนื่องจากปัจจุบันเริ่มมีกลุ่มพ่อค้าต่างชาติให้ความสนใจมากขึ้น

โดยหนอนด้วงสาคู สามารถนำไปประกอบอาหารได้หลากหลายชนิด อาทินำไป คั่ว ทอด แกงหน่อไม้ แกงเห็ด ย่าง หรือรับประทานสดๆ ก็ได้เช่นกัน

ทั้งนี้หากใครสนใจอยากซื้อหนอนด้วงสาคู พ่อแม่พันธุ์ หรืออยากได้ความรู้เพิ่มเติม ซึ่งทางฟาร์มก็มีเปิดคอร์สอบรมเทคนิควิธีการเลี้ยงอย่างละเอียดให้กับผู้ที่สนใจ สามารถเดินทางไปได้ที่ด้วงสาคูฟาร์มมาดี จ.เพชรบุรี หรือเบอร์โทรศัพท์ 092-532-4544 คุณญา

พ่อแม่พันธุ์ดวงสาคู

“หนอนดวงสาคู” ขนาดพร้อมจำหน่าย

บทความโดย ธเนตร พุทธิตระกูล

กรมศุลฯ ทำลายของกลาง ตู้เกมไฟฟ้า-แผงวงจร มูลค่าเสียหายกว่า 50 ล้าน

อธิบดีกรมศุลกากรจัดพิธีทำลายของกลาง ตู้เกมไฟฟ้า แผงวงจร เฟรมตู้มูลค่าความเสียหายทางเศรษฐกิจกว่า 50 ล้านบาท

วันนี้(16 พ.ค.) เมื่อเวลา 11.00 น. ที่สำนักงานศุลกากรท่าเรือแหลมฉบัง หมู่ 10 ต.ทุ่งศุขลา อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี นายกุลิศ สมบัติศิริ อธิบดีกรมศุลกากร พร้อมด้วย นายชูชัย อุดมโภชน์ ที่ปรึกษาด้านพัฒนาระบบสิทธิประโยชน์ทางศุลกากร นายชัยยุทธ คำคุณ รักษาการที่ปรึกษาด้านพัฒนาระบบควบคุมทางศุลกากร และนายยุทธนา พูลพิพัฒน์ ผู้อำนวยการสำนักงานศุลกากรท่าเรือแหลมฉบัง ทำลายของกลางที่คดีสิ้นสุดแล้ว “ตู้เกมไฟฟ้า จำนวน 531 เครื่อง เฟรมตู้และแผงวงจร 7,055 ชิ้น” รวมมูลค่าความเสียหายทางเศรษฐกิจกว่า 50 ล้านบาท ด้วยรถบดถนน และรถแบล็คโฮ

หลังจากนั้นเศษซากของกลางจะถูกขนย้ายไปดำเนินการไม่ให้สามารถนำไปใช้งานได้ต่อไปด้านนายกุลิศ สมบัติศิริ กล่าวว่า ของกลางที่ทำลายในครั้งนี้ ได้แก่ ตู้เกมไฟฟ้า แผงวงจร เฟรมตู้พร้อมแผงตู้เกม เป็นสินค้าที่หลีกเลี่ยงศุลกากร 6 แฟ้มคดี และของกลางคดีพนักงานฝ่ายจับกุม (ตำรวจ) 4 แฟ้มคดี รวม 10 แฟ้มคดี ซึ่งเป็นแฟ้มคดีตั้งแต่ปี 2551 ถึง ปี 2558 และคดีถึงที่สุดแล้ว โดยมีความผิดฐานหลีกเลี่ยงข้อห้ามข้อกำกัด อันเป็นความผิดตามมาตรา 99, 27 แห่ง พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ.2469 และฝ่าฝืน มาตรา 5 ตามประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่องการนำเครื่องเล่นเกมเข้ามาในราชอาณาจักร พ.ศ.2548

พ.ร.บ.การพนัน พ.ศ.2478 และเข้าข่ายเป็นของเสียอันตรายตามอนุสัญญาบาเซลฯ ตามประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม เรื่องบัญชีรายชื่อวัตถุอันตราย พ.ศ.2556 แห่ง พ.ร.บ. วัตถุอันตราย พ.ศ.2535ที่ผ่านมา กรมศุลกากร เข้มงวดในการปราบปรามจับกุมสินค้าลักลอบหลีกเลี่ยงตามพระราชบัญญัติศุลกากรและกฎหมายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยมีการปฏิบัติการอย่างต่อเนื่องตามนโยบายของกรมศุลกากร โดยสินค้าของกลางทั้งหมดที่ทำลายในครั้งนี้ หากเข้าสู่ตลาดจะมีมูลค่าทางเศรษฐกิจกว่า 50 ล้านบาท