เรียกน้องชายครอบครัวหัวร้อน แจ้งข้อหาเพิ่ม เจ้าตัวให้การปฏิเสธ

เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.มาบตาพุด เรียกน้องชายครอบครัวหัวร้อน แจ้งข้อหาเพิ่ม 1 ข้อหา เจ้าตัวให้การปฏิเสธ

นายพายัพ แสงวันดี อายุ 25 ปี ผู้ที่ปรากฎในคลิป ครอบครัวหัวร้อน ด่าทอ และต่อว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร สภ.มาบตาพุด ก่อนจะมีเรื่องราวบานปลาย และโด่งดังในสื่อโซเชียลมีเดียและโลกออนไลน์ เดินทาง เข้าพบพนักงานสอบสวน สภ.มาบตาพุด ตามหมายเรียก ให้มารับทราบข้อกล่าวหา ขัดขวางเจ้าพนักงานขณะปฏิบัติหน้าที่ หลังจากตรวจสอบคลิปที่มีการบันทึกไว้ในวันที่มีปัญหากัน พบว่า นายพายัพ มีพฤติการณ์เข้าข่ายขัดขวางเจ้าพนักงานขณะปฏิบัติหน้าที่ จึงออกหมายเรียกให้มารับทราบข้อกล่าวหา ในวันนี้

ทั้งนี้ จากการสอบสวน นายพายัพ ให้การปฏิเสธและขอต่อสู้คดี โดยเจ้าหน้าที่แจ้งข้อกล่าวหา สอบปากคำ บันทึกภาพพิมพ์มือ โดยไม่ต้องประกันตัว เพราะเดินทางเข้ามาพบพนักงานสอบสวน โดยนายพายัพ ระบุว่า ตนเองเป็นน้องชายของ นายพยอม และอยู่ในวันเกิดเหตุ ส่วนผลกระทบหลังจากที่มีคลิปถูกเผยแพร่ออกไป ก็มีชาวโซเชียลเข้ามาต่อว่าและโจมตี แต่ก็ไม่รุนแรงเท่ากับนานพยอม และนางสาวหทัยรัตน์

อย.-กสทช. สั่งระงับโฆษณาผิดกฎหมาย 29 ช่อง

อย.-กสทช. สั่งระงับการออกอากาศโฆษณาผิดกฎหมาย ทั้งอาหารและเครื่องสำอาง 29 ช่องโทรทัศน์ 1 สถานีวิทยุ และ 10 เว็บไซต์

นายแพทย์วันชัย สัตยาวุฒิพงศ์ เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา พร้อมด้วย นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยว่า สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ร่วมกับสำนักงาน กสทช.

ได้ส่งเจ้าหน้าที่ตรวจสอบรายการและโฆษณาผลิตภัณฑ์สุขภาพที่มีเนื้อหาผิดกฎหมาย ทั้งทางสื่อโทรทัศน์ วิทยุ และเว็บไซต์ ที่ศูนย์ตรวจสอบเนื้อหาวิทยุ โทรทัศน์ และสื่อสังคมออนไลน์ ระหว่างวันที่ 4 -11 พฤษภาคมที่ผ่านมา รวมทั้งหมด 6 ครั้ง

โดยพบว่ามีโฆษณาที่เข้าข่ายผิดกฎหมายทางสถานีโทรทัศน์ 29 ช่องรายการ มีทั้งช่องที่เป็นทีวีดิจิทัล ทีวีดาวเทียมและเคเบิ้ลทีวี ทางสถานีวิทยุ 1 สถานี และเว็ปไซต์ทั้งหมด 10 URL

สำหรับผลิตภัณฑ์ส่วนใหญ่ที่ตรวจพบความผิด คือ ผลิตภัณฑ์อาหารที่มีการโฆษณาว่ารักษาโรคได้ ซึ่งเป็นการโอ้อวดสรรพคุณเกินจริง ถือเป็นการสื่อข้อความที่เป็นเท็จ ส่วนผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง มีการโฆษณาทำให้เข้าใจผิดในสาระสำคัญเกี่ยวกับเครื่องสำอาง จึงได้สั่งระงับการออกอากาศโฆษณาดังกล่าวทั้งหมด

‘พ.ต.ท.สันธนะ’ ยื่นหนังสือขู่เอาผิด 3 นายพลตำรวจ

“พันตำรวจโท สันธนะ” ส่งตัวแทนยื่นหนังสือขู่ดำเนินการทางกฎหมาย 3 นายพลตำรวจ อ้างทำเกินกว่าเหตุ ขณะที่แก๊งกรรโชกทรัพย์ตลาดใหม่ดอนเมือง เข้ามอบตัวเพิ่ม

พันตำรวจโท สันธนะ ประยูรรัตน์ ประธานที่ปรึกษา บริษัท พัฒนาตลาดใหม่ดอนเมือง ส่งตัวแทนยื่นหนังสือถึง พลตำรวจเอก จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ผ่านศูนย์รับส่งหนังสือ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อเตรียมดำเนินการทางกฎหมายกับ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติเอง / พลตำรวจเอก วิระชัย ทรงเมตตา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และ พลตำรวจตรี สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว โดยอ้างกระทำการเกินกว่าเหตุ ส่งผลกระทบต่อบุพการี และครอบครัว พร้อมยืนยัน ไม่เคยคิดหลบหนี

ขณะเดียวกันวานนี้ พนักงานสอบสวน สน.ดอนเมือง คุมตัวนายคเณศ เปรมครุฑ ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ลำดับที่ 8 และเป็น 1 ใน 11 ผู้ต้องหาเครือข่ายพันตำรวจโท สันธนะ เข้าขออำนาจศาลอาญารัชดาฯ ฝากขังครั้งแรก พร้อมคัดค้านการประกันตัว ซึ่งต่อมา ศาลอนุญาตให้ประกันตัวนายคเณศ ด้วยวงเงินประกัน 3 แสนบาท โดยไม่มีเงื่อนไข

นอกจากนี้ มีรายงานว่า เมื่อกลางดึกวันที่ 14 พฤษภาคม นายวันเพ็ญ ผิวดำดี ผู้ต้องหาลำดับที่ 4 ได้ติดต่อขอเข้ามอบตัวกับตำรวจ สน.ดอนเมือง

ส่วนช่วงบ่ายวานนี้ มีผู้ต้องหาตามหมายจับ เข้ามอบตัวเพิ่มเติม ได้แก่ นายชนะโชติ สุขสุคนธ์ (เสื้อยืดคอปกสีน้ำเงิน) / นายประนอม แก้วสวัสดิ์ (เชิ้ตขาวฟ้า) / นายกฤษณะ หลำรอด (เสื้อเทา) และนายอนุ สุขสุคนธ์

ขณะที่พลตำรวจเอก รุ่งโรจน์ แสงคร้าม รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะประธานคณะทำงานคดีผู้มีอิทธิพลเรียกรับผลประโยชน์จากผู้ค้าตลาดใหม่ดอนเมือง และชุดสืบสวน ได้ร่วมประชุมความคืบหน้าทางคดีกับเจ้าหน้าที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน หรือ ปปง.ซึ่งเจ้าหน้าที่จะเร่งตรวจสอบเส้นทางการเงินของผู้ต้องหา