“บิ๊กอู๋” สั่งตรวจสนามกอล์ฟทุกแห่ง ช่วยเหลือแคดดี้ไทย เหตุต่างด้าวแย่งงาน

รมว.แรงงาน สั่ง กสร.และ กกจ. ตรวจสอบสนามกอล์ฟทั่วประเทศ ชี้แจงนายจ้างลูกจ้างปฏิบัติตามกฎหมาย เน้นย้ำ ต่างด้าว 3 สัญชาติทำงานได้เฉพาะกรรมกรและรับใช้ในบ้านเท่านั้น ฝ่าฝืนมีโทษ

วานนี้ (15 พ.ค.61) พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน มีความห่วงใยลูกจ้างแคดดี้คนไทยกรณีร้องเรียนว่า สนามกอล์ฟบางแห่งแคดดี้ไทยถูกนายจ้างบีบออกจากงาน เพราะมีการนำคนต่างด้าวเข้ามาทำหน้าที่แทนคนไทย

ล่าสุดได้สั่งการให้กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานและกรมการจัดหางานลงพื้นที่ตรวจสอบสนามกอล์ฟทั่วประเทศแล้ว ซึ่งถ้าหากพบว่ามีการปลดแคดดี้คนไทยออกจากงานจริงตามที่เป็นข่าวกระทรวงแรงงาน โดยกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจะเข้าไปดูแลและให้การคุ้มครองตามกฎหมาย

นอกจากนี้ ยังให้ชี้แจงนายจ้างและลูกจ้างปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด รวมทั้งได้มีหนังสือแจ้งไปยังผู้ประกอบการสนามกอล์ฟทั่วประเทศว่าไม่สามารถจ้างแรงงานต่างด้าวทำงานแคดดี้ได้ และเน้นย้ำสร้างความเข้าใจว่าแรงงานต่างด้าวทั้ง 3 สัญชาติ เมียนมา ลาว และกัมพูชา สามารถทำได้เฉพาะอาชีพกรรมกรและรับใช้ในบ้านเท่านั้น

พล.ต.อ.อดุลย์ฯ กล่าวต่อว่า ส่วนกรณีแคดดี้คนไทยของสนามกอล์ฟอินทนนท์ จ.เชียงใหม่ ร้องเรียนกับศูนย์ดำรงธรรมว่า สนามกอล์ฟหักค่าสนามเพิ่มมากขึ้นทำให้มีรายได้ลดลง ล่าสุดสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดเชียงใหม่ได้เข้าไปตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้วทราบว่า แคดดี้กลุ่มนี้มิใช่ลูกจ้างของสนามกอล์ฟ แต่เป็นการตกลงจ้างของผู้มาตีกอล์ฟเท่านั้น

โดยให้ค่าบริการแคดดี้ 300 บาทต่อ 1 รอบ ซึ่งแต่เดิมแคดดี้จะต้องจ่ายเงินให้กับสนามกอล์ฟรอบละ 40 บาท แต่ปัจจุบันสนามกอล์ฟมีลูกค้าลดลง จึงปรับขึ้นค่าสนามจาก 40 บาท เป็น 100 บาท ทำให้แคดดี้ไม่ยินยอมและออกมาร้องเรียนดังกล่าว ซึ่งสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดเชียงใหม่ได้ให้สองฝ่ายมาเจรจาตกลงกันจนได้ผลเป็นที่น่าพอใจว่า ในช่วง Low season (ก.ค.-ส.ค.) และ (ม.ค. – ก.พ.) จะเก็บค่าสนาม 100 บาทต่อรอบ ส่วนในช่วง High Season (มี.ค. – มิ.ย.) และ (ก.ย.-ธ.ค.) จะเก็บค่าสนาม 40 บาทต่อรอบ ทั้งนี้ เพื่อให้สนามกอล์ฟอยู่ได้และแคดดี้ทำงานต่อไปได้เช่นกัน

จากข้อมูลของกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ปัจจุบันสนามกอล์ฟในประเทศไทยกว่า ๒๐๐ แห่ง หากนับรวมสนามไดรฟ์กอล์ฟด้วยรวมได้ประมาณ ๕๐๐ แห่ง ทั้งนี้ ตาม พ.ร.ก.การทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ.2561 ระบุว่า คนต่างด้าวที่ทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาตหรือทำงานนอกเหนือจากที่มีสิทธิจะทำได้ ต้องระวางโทษปรับตั้งแต่ 5,000 – 50,000 บาท และถูกส่งกลับประเทศต้นทาง

สำหรับนายจ้างที่รับคนต่างด้าวเข้าทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตทำงานหรือทำงานนอกเหนือจากที่มีสิทธิจะทำได้ ต้องระวางโทษปรับ 10,000 – 100,000 บาท กรณีทำผิดซ้ำต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับตั้งแต่ 50,000 – 200,000 บาท ต่อคนต่างด้าวที่จ้าง 1 คน หรือทั้งจำทั้งปรับ และห้ามผู้นั้นจ้างคนต่างด้าวทำงานเป็นเวลา 3 ปี นับตั้งแต่วันที่ศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุดให้ลงโทษ

สน เดอะสตาร์ โพสต์ถูกตำรวจตรวจค้นรถยนต์ – ด้านตำรวจแจงแล้ว!

สน เดอะสตาร์ หรือ สนธยา ชิตมณี โพสต์ถูกตำรวจฝ่ายป้องกันปราบปรามสภ.หาดใหญ่ ตรวจค้นรถยนต์ ด้านตำรวจแจงแล้ว!

วานนี้ (15 พ.ค.61) นายสนธยา ชิตมณี หรือสน เดอะสตาร์ นักร้องนักแสดงชื่อดัง ได้โพสต์คลิปขณะถูกตำรวจฝ่ายป้องกันปราบปรามสภ.หาดใหญ่ ตรวจค้นรถยนต์ พร้อมกับแสดงความไม่พอใจขณะถูกตรวจค้น บางช่วงในคลิปมีการโต้เถียงกันระหว่างทั้ง 2 ฝ่าย เรื่องดังกล่าวสร้างกระแสวิจารณ์บนโลกออนไลน์อยู่ในขณะนี้

ล่าสุด เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำคลิปขณะทำการตรวจค้น สน เดอะสตาร์ ออกมาเปิดเผยพร้อมชี้แจงข้อเท็จจริง โดย พ.ต.ท.รณน สุระวิทย์ รอง ผกก.ป.สภ.หาดใหญ่ เผยว่า ตนได้สั่งการให้ตำรวจงานป้องกันปราบปราม นำโดย ร.ต.อ.ธนาสรรพ์ พันกะฤทธิ์ รอง สวป.สภ.หาดใหญ่ นำกำลังตำรวจงานป้องกันปราบปราม ออกลาดตระเวนและตั้งจุดตรวจจุดสกัดดูแลความปลอดภัย หมุนเวียนหลายจุดทั่วเมืองหาดใหญ่ ตามแผนดูแลป้องกันเมืองตามปกติ

การตรวจค้นรถยนต์ของ สน เดอะตาร์ และคนขับอีกคน บริเวณ 4 แยกสะพานดำ ถนนเพชรเกษม เขตเทศบาลนครหาดใหญ่ ในขณะที่ทั้งคู่กำลังขับผ่านจุดตรวจจุดสกัดเมื่อช่วงเวลา 03.00 น.นั้น เจ้าหน้าที่ไม่ได้เลือกปฎิบัติ และคำพูดของเจ้าหน้าที่ตำรวจในการชี้แจงหรือตอบโต้ ก็ไม่ได้ใช้อารมณ์ หรือไม่สุภาพแต่อย่างใด แม้จะถูก สน เดอะสตาร์ พูดจาในลักษณะกระแนะกระแหนอยู่บ้างก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถควบคุมอารมณ์ และทำหน้าที่ของตนเอง โดยเฉพาะการตรวจยานพาหนะจนเสร็จสิ้นกระบวนการตามปกติ และไม่ได้จ้องที่จะหาเรื่องเอาผิด หรือยัดสิ่งของผิดกฎหมายแต่อย่างใด แม้ สน เดอะสตาร์ จะอยู่ในอาการมึนเมาก็ตาม

พ.ต.ท.รณน ยังได้กล่าวชื่นชมการปฏิบัติหน้าที่ของผู้ใต้บังคับบัญชาที่มีความใจเย็น สามารถควบคุมอารมณ์ได้ดี ไม่มีการตอบโต้ด้วยถ้อยคำที่รุนแรง และสามารถปฏิบัติภารกิจตามที่ได้รับมอบหมายอย่างเคร่งครัด ยังได้ฝากถึงผู้ใช้รถ หากเจอจุดตรวจจุสกัดของเจ้าหน้าที่ ก็ขอให้ความร่วมมือด้วย เพื่อให้เป็นตามกฎระเบียบของสังคม

คลิปจากฝั่งสน เดอะสตาร์

คลิปจากฝั่งเจ้าหน้าที่ตำรวจ

ชาวบ้านแห่ขอเลขเด็ด โคกวัดกาไสย์ เชื่อเป็นดินแดนลี้ลับ

ชาวบ้านแห่ขอเลขเด็ด โคกวัดกาไสย์ธรรมิการามจังหวัดอ่างทอง  เชื่อเป็นดินแดนลี้ลับ

วันที่ 15 พ.ค. 61 ชาวบ้านแห่ขอเลขเด็ดโคกวัดกาไสย์ธรรมิการาม หมู่ 4 ตำบลทางพระ อำเภอโพธิ์ทอง จังหวัดอ่างทอง เชื่อเป็นเมืองลับแล มีวังพญานาคเฝ้าทรัพย์สมบัติอยู่ มีความอาถรรพ์ ความเหี้ยน ความศักดิ์สิทธิ

โดย นางสมหมาย กุลจันทร์ อายุ 63 ปี พร้อมเพื่อนบ้านชาวบ้านในตำบลทางพระกว่า 200 คน ได้เดินทางมากราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่บริเวณโคกวัดกาไสย์เพื่อขอเลขเด็ด และมีการเข้าองค์ทรงเจ้าร่ายรำ คล้ายกับพญานาคบอกใบ้ให้เลขเด็ด 053 ให้ชาวบ้านนำไปเสี่ยงโชค

โคกวัดกาไสย์ เป็นชื่อเรียกพื้นที่บริเวณหน้าวัด เนื้อที่ประมาณ 4 ไร่ที่ถมสูงมานานแล้วหลายร้อยปีแล้ว มีต้นไม้ป่าไผ่ขึ้นปกคลุมโดยรอบ มีสระน้ำโดยรอบ ด้านในมีการตั้งศาลติดกับพื้นดินมีการวางพระพุทธรูปขนาดใหญ่จำนวน 3 องค์ มีเครื่องเส้นไหว้พร้อมพวงมาลัยจำนวนมาก ชาวบ้านในพื้นที่ต่างมาขอพร รวมทั้งบนบานศาลกล่าว

โดยมีความเชื่อว่าเป็นเมืองลับแล ผู้เฒ่าผู้แก่เล่าว่าเข้าไปหาหน่อไม้แล้วออกมาไม่ได้ บางก็เล่าเรื่องว่าในช่วงกลางคืนมีเสียงปี่เสียงกลองดังมาจากโคกวัดกาไสย์ มีหลายคนที่เข้าไปหากบแล้วต้องพลัดหลงเข้าไปในโคกวัดโดยไม่รู้ตัว และเชื่อว่าบริเวณใต้พื้นดินบริเวณโคกวัดกาไสย์นั้นมีทรัพย์สมบัติฝังอยู่จำนวนมาก โดยมีพญานาคที่อยู่ใต้ดินเฝ้าดูแล และที่ผ่านมาพบว่ามีชาวบ้านหลายคนได้เข้าไปขุดค้นหาสมบัติต้องมีอันเป็นไปหลายราย