เน็ตไอดอลชื่อดังเข้าพบตำรวจ หลังรถชนกับรถจักรยานยนต์นักเรียน

ไฮแจ็ค เน็ตไอดอลชื่อดัง เข้าพบตำรวจ สภ.บางศรีเมือง จ.นนทบุรี หลังรถชนกับรถจักรยานยนต์นักเรียน

เมื่อเวลา 12.00 น.วันนี้ 15 พ.ค.2561 นายเหมังกร หรือไฮแจ็ค มานะสาคร อายุ 42 ปี พิธีกรรายการดังทางช่องทีวีช่องหนึ่ง และเป็นเน็ตไอดอลชื่อดัง พร้อมด้วยบิดาและตัวแทนจากบริษัท เอเชียประกันภัยและวิริยะประกันภัย ได้เข้าพบ ร.ต.อ.ศดิศธรณ์ ตรีรัตนวงค์ ร้อยเวรสอบสวน สภ.บางศรีเมือง จ.นนทบุรี ในข้อหาขับรถประมาท ทำให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บ ก่อนปรับเป็นเงิน 1,000 บาท

โดยเหตุดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 13 พ.ค.เวลาเที่ยงคืนกว่า นายเหมังกร ได้ขับรถยนต์เก๋งยี่ห้อ ฮอนด้า รุ่นสตรีม สีทอง หมายเลขทะเบียน 6กถ. 4174 กทม. มาถึงหน้าวัดเฉลิมพระเกียรติ ต.บางศรีเมือง จ.นนทบุรี ได้ทำการกลับรถอย่างกระทันหัน เป็นเวลาเดียวกัน นายศุภกร พงศ์ประจักษ์กุล อายุ 17 ปี นักเรียนชั้น ม. 3 ร.ร.บดินทร์เดชาสิงห์เสนีย์ ได้ขับขี่รถจักรยานยนต์หักหลบไม่พ้นชนเข้าด้านข้างรถของ เน็ตไอดอลชื่อดัง ได้รับบาดเจ็บบริเวณหัวเข่า ต้องนำตัวส่งโรงพยาบาลพระนั่งเกล้า ก่อนที่แพทย์จะทำการเย็บบาดแผล และให้กลับบ้านได้

หลังเกิดเหตุ ไฮแจ็ค เน็ตไอดอลและพิธีกรชื่อดัง ได้แสดงความรับผิดชอบ โดยการแจ้งประกันจากบริษัทเอเชียประกันภัยและบริษัทวิริยะประกันภัย ในการเบิกค่ารักษาพยาบาท และซ่อมแซมในส่วนความเสียหายของรถจักรยานยนต์

โดยในเวลาต่อมา นายศุภกร ได้เดินทางมาที่สภ.บางศรีเมือง เพื่อเซ็นรับทราบและรับค่ารักษา พยาบาลจากบริษัทประกันภัยทั้งสอง พร้อมกันนี้ นายเหมังกรหรือไฮแจ็ค ยังได้มอบเงินสดส่วนตัว จำนวนหนึ่งเป็นค่าสินน้ำใจให้กับนายศุภกร ก่อนทั้งคู่จะแยกย้ายกันกลับไป

กฟผ.ยืนยัน! บุคลากรมีค่า ไม่มีนโยบายปลดพนักงาน – เล็งปรับโครงสร้างองค์กร

กฟผ.เผย ปรับโครงสร้างองค์กรให้กระชับ คล่องตัว พร้อมรับการเปลี่ยนแปลง แจงพนักงานลดลงใน 5 ปี ข้างหน้านับพันเนื่องจากเกษียณอายุ ยืนยันบุคลากรมีค่าไม่มีนโยบายปลดพนักงานแน่นอน และพร้อมรับพนักงานใหม่ในวิชาชีพที่มีความจำเป็น รองรับการขยายงานในอนาคต

นายสหรัฐ บุญโพธิภักดี รองผู้ว่าการพลังงานหมุนเวียนและพลังงานใหม่ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ในฐานะโฆษก กฟผ. เปิดเผยว่า กฟผ. อยู่ระหว่างศึกษาการปรับโครงสร้างองค์กรอย่างรอบคอบ ทั้งนี้เพราะเทคโนโลยีในอุตสาหกรรมไฟฟ้ามีการปรับเปลี่ยนรูปแบบอย่างรวดเร็ว และเพื่อเตรียมความพร้อมรับการดำเนินการในอนาคตให้สอดรับกับแผนการปฏิรูปประเทศด้านพลังงาน

ซึ่งในเรื่องนี้ กฟผ. จะทำแบบค่อยเป็นค่อยไป มีการดำเนินงานเป็นขั้นตอน ไม่ให้กระทบระบบงานและบุคลากร รวมถึงมั่นใจได้ว่าจะไม่กระทบการทำหน้าที่ของ กฟผ. ในการดูแลความมั่นคงของระบบไฟฟ้าของประเทศ

ส่วนที่มีกระแสข่าวว่า การปรับโครงสร้างองค์กรของ กฟผ. จะมีการลดจำนวนพนักงานลงเกือบ 7,000 คนนั้น ในความเป็นจริง พนักงาน กฟผ. จะมีจำนวนลดลงตามธรรมชาติจากการเกษียณอายุตามวาระ ซึ่งในช่วงปี 2561 – 2566 มีผู้เกษียณประมาณ 6,900 คน

ดังนั้น จึงไม่มีความจำเป็นใดๆ ที่จะต้องปลดพนักงาน และ กฟผ. จะยังคงเปิดรับสมัครพนักงานในสาขาวิชาชีพที่มีความจำเป็นในจำนวนที่เหมาะสม เพื่อให้งานเป็นไปอย่างต่อเนื่อง มีประสิทธิภาพพร้อมไปกับการปรับทักษะพนักงานให้สอดคล้องกับกระบวนการทำงานภายใต้โครงสร้างใหม่ของ กฟผ. ที่รองรับการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีที่รวดเร็วในอนาคต

“การปรับโครงสร้างองค์กรให้เข้ากับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงนั้น เป็นสิ่งจำเป็นที่ต้องดำเนินการเพื่อให้องค์กรพร้อมรับการแข่งขันในอนาคตได้ จะเห็นว่าปัจจุบันองค์กรขนาดใหญ่ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ต่างปรับตัวให้เข้ากับสภาพการณ์ปัจจุบันและรองรับการขยายงานในอนาคตกันทั้งนั้น ซึ่งทั้งผู้บริหารและพนักงาน กฟผ. มีความเข้าใจในการเปลี่ยนแปลงขององค์กรเป็นอย่างดี” โฆษก กฟผ. กล่าว

ขอบคุณข้อมูลจาก แฟนเพจ กฟผ. การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย

กรมการแพทย์เตือนระวัง “มะเร็งหลังโพรงจมูก” ตรวจพบได้ค่อนข้างยาก

สถาบันมะเร็งแห่งชาติ กรมการแพทย์ เตือน “มะเร็งหลังโพรงจมูก” อีกหนึ่งมะเร็งร้ายที่กลายเป็นภัยเงียบ ที่ควรระวัง เนื่องจากตรวจพบได้ค่อนข้างยาก หากรู้เร็วรักษาให้หายขาดได้

นายแพทย์สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า โรคมะเร็งหลังโพรงจมูก จัดเป็นมะเร็งที่พบบ่อยใน 10 อันดับของโรคมะเร็ง ประเทศไทยพบโรคมะเร็งหลังโพรงจมูกในผู้หญิงมีสถิติ 1.6 ต่อประชากร 1 แสนคนต่อปี ในชาย 4.5 ต่อประชากร 1 แสนคนต่อปี ทั้งนี้พบอุบัติการณ์ในผู้ชายสูงกว่าผู้หญิง ส่วนมาก อยู่ในช่วงอายุระหว่าง 50 ปี ถึง 60 ปี

ซึ่งผู้ป่วยส่วนใหญ่มักไม่รู้ตัวว่าเป็นโรคมะเร็งดังกล่าวจนกระทั่งมาพบแพทย์ในระยะที่มะเร็งลุกลามไปมากแล้ว สาเหตุของโรคมะเร็งดังกล่าว เกิดจากการติดเชื้อไวรัสและอาจมีปัจจัยเสี่ยง ในด้านพฤติกรรมร่วมด้วย เช่น รับประทานอาหารหมักดองมากเกินไป สูบบุหรี่ ดื่มแอลกอฮอล์ เป็นต้น

ด้านนายแพทย์วีรวุฒิ อิ่มสำราญ ผู้อำนวยการสถาบันมะเร็งแห่งชาติ กล่าวเพิ่มเติมว่า มะเร็งหลังโพรงจมูก เป็นโรคมะเร็งชนิดที่ตรวจพบได้ค่อนข้างยากผู้ป่วยจะมีอาการคัดจมูกหรือเหมือนคนเป็นหวัดเรื้อรังมีก้อนที่คอมีเลือดกำเดาไหลเป็นประจำมองเห็นภาพซ้อนหน้าชาด้านใดด้านหนึ่งหูอื้อ วิธีการรักษาจะใช้รังสีรักษาโดยถ้าเป็นในระยะเริ่มแรกจะรักษา โดยการฉายรังสีอย่างเดียวแต่ถ้าเป็นระยะลุกลามการรักษาจะเป็นการฉายรังสีร่วมกับการให้ยาเคมีบำบัดควบคู่กันไป

สำหรับการผ่าตัดไม่สามารถใช้วิธีนี้ในการรักษาโดยตรง เนื่องจากมะเร็งหลังโพรงจมูกมีขอบเขตใกล้กับอวัยวะที่สำคัญ อาทิ เส้นเลือดแดงใหญ่ที่เลี้ยงคอและสมอง เป็นต้น

ทั้งนี้โรคมะเร็งหลังโพรงจมูกหากตรวจพบเร็วจะสามารถรักษาให้หายเร็วและหายขาด เพราะฉะนั้น อย่านิ่งนอนใจกับอาการเตือนต่าง ๆ หมั่นตรวจสุขภาพอย่างสม่ำเสมอ และหลีกเลี่ยงปัจจัยส่งเสริมที่อาจเป็นสาเหตุของมะเร็งหลังโพรงจมูก เช่น อาหารปิ้ง ย่าง รมควัน อาหารหมักดอง ควันเขม่าพิษ สารระเหยต่าง ๆ รวมทั้งควรงดดื่มเหล้าและสูบบุหรี่ ตลอดจนหากมีอาการเตือนดังกล่าวควรรีบไปพบแพทย์ทันที เพราะอย่างไรแล้ว การป้องกัน ย่อมดีกว่าการรักษา

คลิกอ่าน >>> น้ำมูกไหลลงคอเรื้อรัง ระวัง! เป็น โรคมะเร็งหลังโพรงจมูก ไม่รู้ตัว

ขอบคุณข้อมูลจาก ฝ่ายประชาสัมพันธ์ กรมการแพทย์