ตำรวจมาเลเซียเล็งตรวจสอบ CCTV ปมทุจริต อดีตนายกฯ

ตำรวจมาเลเซียเตรียมตรวจสอบภาพ CCTV ในอพาร์ตเมนต์ของญาติ อดีตนายกฯ แต่ยืนยันไม่ใช่การบุกค้นเพื่อหาหลักฐานคดีทุจริต

นายมาซลัน ลาซิม ผู้บัญชาการตำรวจกรุงกัวลาลัมเปอร์ของมาเลเซีย ออกมาปฏิเสธรายงานของสำนักข่าวรอยเตอร์ส กรณีการนำกำลังตำรวจบุกค้นอพาร์ตเมนต์หรูแห่งหนึ่งเมื่อวันเสาร์ เพื่อหาหลักฐานคดีทุจริตที่เกี่ยวโยงกับ นายนาจิบ ราซัก อดีตนายกรัฐมนตรีที่เพิ่งแพ้การเลือกตั้งเมื่อสัปดาห์ก่อน

เขากล่าวกับ “นิว สเตรต ไทม์ส” สื่อท้องถิ่นมาเลเซีย ว่า รายงานดังกล่าวไม่เป็นความจริง โดยตำรวจกำลังตรวจสอบการรายงานข่าวและการกล่าวอ้างที่เกี่ยวข้องกับอดีตผู้นำ ซึ่งอาจรับทราบมาจากบุคคลที่สาม แต่ขอยืนยันว่าตำรวจไม่ได้ดำเนินการบุกค้นใดๆ

ขณะที่รอยเตอร์ส ระบุว่า ทางตำรวจเตรียมตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดในอพาร์ตเมนต์หรู ซึ่งเป็นที่พักของญาตินายนาจิบ โดยเป็นการนำภาพวิดีโอไปตรวจวิเคราะห์ทางนิติเวช แต่ปฏิเสธการใช้คำว่า “บุกค้น”

ก่อนหน้านี้ รอยเตอร์ส รายงานโดยอ้างแหล่งข่าวระดับสูงในแวดวงตำรวจว่า รถของทางการได้นำกล่องกระเป๋ายี่ห้อดังหลายสิบกล่องและสิ่งของอื่นๆ ไปส่งที่ อพาร์ตเมนต์ของนางรอสมาห์ มันซอร์ ภริยานายนาจิบ รวมทั้งมีตำรวจราว 20 นาย เข้าไปยังล็อบบี้ของอพาร์ตเมนต์ดังกล่าว หลังนายมหาธีร์ โมฮัมหมัด สาบานตนรับตำแหน่งผู้นำคนใหม่ เพียงไม่นาน

นายกฯ มหาธีร์ กล่าวเมื่อวันเสาร์ว่า เขาได้สั่งห้ามนายนาจิบและภริยาเดินทางออกนอกประเทศ เพื่อป้องกันการหลบหนีการดำเนินคดีคอร์รัปชั่นที่เกี่ยวกับกองทุนวันเอ็มดีบี ซึ่งมีรายงานว่า นายนาจิบและภริยามีแผนจะเดินทางด้วยเครื่องบินส่วนตัวไปยังกรุงจาการ์ตาของอินโดนีเซีย แต่นายนาจิบยืนยันว่าเขาเพียงต้องการไปพักผ่อนเป็นเวลาสั้นๆ เท่านั้น และพร้อมให้ความร่วมมือเพื่อให้การถ่ายโอนอำนาจเป็นไปอย่างราบรื่น

โผล่อีก! รถส่วนบุคคลขวางรถฉุกเฉิน แถมยังเบียดเกือบตกถนน

โผล่อีกคลิป รถกู้ชีพส่งผู้ป่วยโรคหัวใจ ถูกรถยนต์ CRV ขวางไม่ให้ทาง แถมยังเบียดซ้ำเกือบดับยกคัน

เพจ สวีนิวส์ออนไลน์ ได้มีการเผยแพร่คลิปนาทีระทึก ขณะเกิดเหตุรถกู้ชีพที่มีผู้ป่วยอยู่ในรถหวิดตกถนน หลังรถยนต์คันหนึ่งไม่ยอมเปิดทางให้แถมเบียดกลับจนเกิดอุบัติเหตุ

โดยคลิปดังกล่าวถูกบันทึกไว้โดยเจ้าหน้าที่กู้ชีพอำเภอสวี จ.ชุมพร รายหนึ่ง (ไม่ประสงค์ออกนาม) ที่เผยให้เห็นการจราจรบนถนนเส้นหนึ่งที่รถไม่พลุกพล่าน แต่กลับมีรถยนต์นั่งส่วนบุคคลคันหนึ่งไม่ยอมเปิดทางให้รถฉุกเฉินทั้งๆ ที่เปิดสัญญาณขอทาง แถมมีบางช่วงได้มีการเบียดรถฉุกเฉินจนหวิดทำตกถนนด้วย

ขณะที่เจ้าของคลิปได้มีการระบุผ่านผู้สื่อข่าว  สวีนิวส์ออนไลน์ ว่า ก่อนเกิดเหตุได้รับแจ้งจากศูนย์นเรนทร (1669) โรงพยาบาลชุมพรเขตอุดมศักดิ์ให้ไปรับผู้ป่วยเป็นหญิงชราวัย 79 ปี ที่บ้านพักในพื้นที่ตำบลวิสัยใต้ อ.สวี ซึ่งมีประวัติเป็นโรคหัวใจและเกิดวิงเวียนศีรษะเฉียบพลัน จึงพร้อมด้วยอาสาฯ ทั้งหมด 4 ราย เร่งเดินทางไปรับผู้ป่วยนำส่งโรงพยาบาลสวีโดยมีญาติของผู้ป่วยติดตามมาด้วย

รถฉุกเฉิน, ข่าวอุบัติเหตุ, ข่าวสดวันนี้

ขณะที่กำลังเร่งนำผู้ป่วยส่งโรงพยาบาลโดยใช้ถนนสายเอเชีย 41 ขาล่องใต้เข้าเขตตำบลครนได้มีรถยนต์ยี่ห้อ ฮอนด้า รุ่นซีอาร์วี สีบรอน ทะเบียน ภน 7340 กรุงเทพมหานคร แล่นอยู่เลนขวาสุดตนพยายามบีบแตรและเปิดเสียงไซเรนซึ่งไล่ตามระยะทางกว่า 4 กม.

แต่เมื่อตนพยายามหาจังหวะค่อยๆ แซงซ้ายรถซีอาร์วีคันดังกล่าวก็เหมือนจะขับเปลี่ยนลงเลนซ้ายทำให้ตนจำเป็นต้องขับอยู่เลนขวาตลอดและพยายามขอทางในบางช่วงเหมือนรถวีอาร์วีให้ทางและทำท่าจะลงเลนซ้ายแต่เมื่อตนเร่งเครื่องจะแซงรถวีอาร์วีกลับเข้ามาเบียดอย่างเห็นได้ชัดเจน (ช่วงเบียดรถกู้ชีพนาทีที่ 1.20) ตามในคลิปหน้ารถที่บันทึกไว้

จังหวะนั้นดีที่ตนไม่พยายามแซง ไม่งั้นรถของตนคงจะเสียหลักตกลงข้างทางไปแล้วและคงจะเกิดความสูญเสียอีกไม่น้อย กว่าตนจะแซงมาได้ก็เสียเวลาอยู่มากซึ่งตนเองก็เป็นห่วงเกรงว่าผู้ป่วยโรคหัวใจรายนี้และญาติจะเกิดอันตรายได้

พร้อมกันนี้เจ้าหน้าที่กู้ชีพรายนี้ เปิดเผยอีกว่า การนำคลิปดังกล่าวออกเผยแพร่ก็เพื่ออยากให้ผู้ใช้รถใช้ถนนร่วมกันได้ให้ทางรถฉุกเฉิน มากกว่าที่จะเอาคลิปมาประจากัน ซึ่งตนเองก็ไม่สบายใจแต่ต้องทำเพื่ออยากให้ทุกคนที่มีพฤติกรรมอย่างนี้มีจิตสำนึกที่ดีต่อสังคมมากกว่า

ขอบคุณคลิปจาก สวีนิวส์ออนไลน์

ญาติสาวกินยาลดความอ้วน ‘ลีน’ ดับ จ่อแจ้งความ หลังผลตรวจพบสารไซบูทรามีน

น้องชายของหญิงสาวที่เสียชีวิต หลังทานยาลดความอ้วน “ลีน” เตรียมเข้าแจ้งความเอาผิดผู้ผลิตและจำหน่าย หลังผลการตรวจสอบร่างพี่สาวที่เสียชีวิตพบสารไซบูทรามีน 

จากกรณี นางสาวพิมลวรรณ หมอนอิง พนักงานธนาคารแห่งหนึ่งในจังหวัดกาญจนบุรี เกิดอาการผิดปกติ แน่นหน้าอก หายใจไม่สะดวก และเสียชีวิตหลังจากทานยาลดความอ้วน ยี่ห้อลีน ได้ประมาณ 20 วันนั้น

ล่าสุด นายวุฒิกร หมอนอิง อายุ 30 ปี น้องชายของผู้เสียชีวิต ได้ออกมาเปิดเผยว่า ผลการชันสูตรศพของพี่สาวได้ออกมาแล้ว โดยแพทย์ยืนยันว่าพบสารไซบูทรามีนในร่างกาย ซึ่งถือเป็นสาเหตุที่ทำให้เสียชีวิตด้วย ทำให้ตนและครอบครัวมั่นใจว่า ที่พี่สาวของตนเสียชีวิต เป็นผลมาจากการทานยาลดความอ้วนยี่ห้อนี้อย่างแน่นอน ทางตนและครอบครัวจึงเตรียมที่จะเข้าแจ้งความดำเนินคดี เพื่อเอาผิดกับทั้งคนขายและบริษัทผู้ผลิตยาลดความอ้วนยี่ห้อดังกล่าว

ด้านนางสาวอมรรัตน์ เนาสุวรรณ อายุ 28 ปี ซึ่งเป็นน้องสะใภ้ของผู้เสียชีวิต กล่าวว่า ทางครอบครัวอยากร้องขอความเป็นธรรมและความรับผิดชอบจากทางผู้ผลิตและจัดจำหน่ายยาลดความอ้วนตัวนี้ เนื่องจากที่ผ่านมา พี่สาวเป็นคนแข็งแรง ไม่เคยมีปัญหาสุขภาพ กระทั่ง มาเริ่มทานยาลดความอ้วนตัวนี้ ก็เริ่มมีอาการแน่นหน้าอก หายใจไม่สะดวก เหนื่อยง่าย จนต้องไปหาหมอ ซึ่งหมอก็ตรวจไม่พบความผิดปกติใดๆ

นอกจากนี้ นายวุฒิกร ยังได้เปิดเผยข้อมูลสุดช็อกอีกว่า หลังพี่สาวตนเสียชีวิต แม่ของตนก็เริ่มมีอาการหดหู่ ร่างกายอ่อนแอและล้มป่วย เพราะรับไม่ได้กับการเสียชีวิตของพี่สาว กระทั่ง เมื่อวันที่ 3 เมษายน 2561 ที่ผ่านมา แม่ของตนก็มาเสียชีวิตไปอีกคน

หลังแม่ตนเสียชีวิต ตนก็รู้สึกเสียใจเป็นอย่างมากและแทบรับไม่ได้กับความสูญเสียที่เกิดขึ้น เพราะต้องมาเสียทั้งพี่สาวและแม่ไปในเวลาใกล้เคียงกัน เมื่อพี่สาวของตนเสียชีวิตก็ส่งผลกระทบถึงแม่ของตนที่เสียใจมาก จนล้มป่วยและเสียชีวิตไปอีกคน

แต่เนื่องจากตนขาดความรู้ความเข้าใจเรื่องกฏหมายและการฟ้องร้อง จึงอยากวอนขอหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยเข้ามาให้ความช่วยเหลือครอบครัวของตนในเรื่องนี้ เพื่อคืนความเป็นธรรมให้กับพี่สาวและแม่ของตนด้วย