คาด ‘หุ้นไทย’ แกว่งไซต์เวย์ พร้อมเปิด 5 หุ้นเด่นเดือน พ.ค.

คาด ‘หุ้นไทย’ แกว่งไซต์เวย์ มองกรอบการรีบาวด์ยังจำกัดอยู่บริเวณ 1,770-1,780 จุด พร้อมเปิด 5 หุ้นเด่นเดือน พ.ค.

บล.ฟินันเซีย ไซรัส ระบุบทวิเคราะห์วันนี้ (14 พ.ค.) ว่า SET  รีบาวด์ขึ้นได้ดีกว่าคาด โดยสามารถปิดบวกได้ถึง 19 จุด ณ สิ้นวัน หนุนโดยแรงซื้อในหุ้นขนาดใหญ่เกือบทุกกลุ่มหลังจากที่ปรับฐานในช่วงหลายวันก่อนหน้า นักลงทุนต่างชาติพลิกมาซื้อสุทธิในตลาดหุ้น 2 พันลบ.หลังขายติดต่อกัน 14 วันทำการ (และพลิกมา Long ใน Index Futures 4.9 พันสัญญา) ส่วนสถาบันในประเทศซื้อสุทธิอีก 1.1 พันลบ.

แนวโน้มตลาดวันนี้คาดว่า SET Index จะแกว่งตัว Sideways หลังที่ปรับตัวขึ้นแรงวันศุกร์ แต่เรามองกรอบการรีบาวด์ยังจำกัดอยู่บริเวณ 1,770-1,780 จุด เนื่องจากยังไม่มีปัจจัยบวกใหม่ที่ชัดเจนเข้ามากระตุ้น ขณะที่ต้นสัปดาห์นี้จะเป็นช่วงโค้งสุดท้ายของการประกาศกำไร 1Q18 ของบริษัทจดทะเบียน

ซึ่งโดยรวมเท่าที่ประกาศออกมาแล้วถือว่าค่อนข้างแข็งแกร่ง แต่ยังไม่ขั้น Surprise ในเชิงบวกอย่างมีนัยยะจนนำไปสู่การประมาณการขึ้น จึงยังมองว่าหุ้นที่มีกำไรโดดเด่นและยัง Laggard ตลาดน่าจะสามารถ Outperform กลยุทธ์แนะเก็งกำไรหุ้นที่คาดมีกำไร 1Q18 แข็งแกร่ง หุ้นเด่นเดือน พ.ค. BEM, CHG, EA, SC, THANI

พระโคกินน้ำ-หญ้า-เหล้า ทำนายว่าน้ำท่าบริบูรณ์ เศรษฐกิจรุ่งเรือง

ในหลวงเสด็จฯ พระราชพิธีพืชมงคล พระโคกินน้ำ- หญ้า-เหล้า ทำนายว่าน้ำท่าบริบูรณ์ เศรษฐกิจรุ่งเรือง

รายงานข่าวแจ้งว่า วันนี้ (14 พ.ค.) เวลา 07.19 น.สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ นายเลิศวิโรจน์ โกวัฒนะ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ขึ้นรถยนต์หลวงที่หน้าวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ออกจากพระบรมมหาราชวังทางประตูสวัสดิโสภา ถนนสนามไชย ไปยังมณฑลพิธีท้องสนามหลวง แล้วเดินขบวนอิสริยยศแห่ไปที่โรงพิธีพราหมณ์ จุดธูปเทียนถวายสักการะเทวรูปสำคัญแล้ว จะได้ตั้งสัตยาอธิษฐานหยิบผ้านุ่งแต่งกายไว้พร้อม

ต่อมาเวลา 08.30 น.สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่งจากพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต ไปยังพลับพลาท้องสนามหลวง ระหว่างเวลาฤกษ์ 08.29 -09.19 น. นายเลิศวิโรจน์ โกวัฒนะ ปลักกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

ซึ่งทำหน้าที่พระยาแรกนา จะได้ยาตราพร้อมเทพีออกจากโรงพิธีพราหมณ์ มีราชบัณฑิตและพราหมณ์ นำผ่านพลับพลาหน้าพระที่นั่ง พระยาแรกนาเข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทถวายบังคม แล้วไปยังลานแรกนา เจ้าพนักงานจูงพระโคเทียมเเอก หรือ พระโคพอ พระโคเพียง พระยาแรกนาเจิมพระโคและไถ แล้วจึงไถดะไปโดยรี 3 รอบ

โดยขวาง 3 รอบ หว่านธัญพืช โหรหลวงลั่นฆ้องชัย แล้วไถกลบอีก 3 รอบ เจ้าพนักงานปลดพระโคพอ พระโคเพียง พระยาแรกนาและเทพีกลับไปยังโรงพิธีพราหมณ์ พราหมณ์เสี่ยงของกิน 7 สิ่ง ตั้งเลี้ยงพระโคประกอบไปด้วย ข้าวเปลือก ข้าวโพด ถั่วเขียว งา เหล้า น้ำ หญ้า โดยพระโคพอ และพระโคเพียง กินน้ำ หญ้า เหล้า พยากรณ์ว่า น้ำท่าจะบริบูรณ์พอสมควร ธัญญาหาร ผลาหาร ภักษาหาร มังสาหาร จะอุดมสมบูรณ์ดี และถ้าพระโคกินเหล้า พยากรณ์ว่า การคมนาคมสะดวกขึ้น การค้าขายกับต่างประเทศดีขึ้น ทำให้เศรษฐกิจรุ่งเรือง

ต่อมาโหรหลวงจะได้ถวายคำพยากรณ์แด่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสร็จแล้วจะได้แห่พระยาแรกนาเป็นขบวนอิสริยยศจากโรงพิธีพราหมณ์ และพระยาแรกนาเข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ถวายบังคมแล้ว เข้าขบวนไปขึ้นรถยนต์หลวง แล้วไปยังแปลงนาสาธิต สวนจิตรลดา และสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จฯ กลับ

‘วัฒนา’ ยกเลือกตั้งมาเลเซียเป็นบทเรียนคนไทย ลั่น!! เผด็จการต้องขึ้นศาล

‘วัฒนา’ ยกเลือกตั้งมาเลเซียเป็นบทเรียนของคนไทย ลั่น!! เผด็จการต้องขึ้นศาล หลังเลือกตั้งต้องฟื้นฟูประชาธิปไตย นำตัวผู้ที่ทำรัฐประหารมาลงโทษ

วันที่ 14 พ.ค. 2561 นายวัฒนา เมืองสุข อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย ได้โพสต์เฟซบุ๊ก Watana Muangsook  กล่าวถึงการเลือกตั้งในประเทศมาเลเซียที่พรรคฝ่ายค้าน โดย มหาเธร์ โมฮัมหมัด เป็นผู้ชนะ ซึ่งข้อความระบุว่า การเลือกตั้งที่มาเลเซียได้สอนบทเรียนสำคัญให้กับคนไทย ที่เคยถูกเผด็จการและสมุนบริวารหลอกต้มเพื่อยึดอำนาจการปกครอง เพราะมาเลเซียและชาติที่เจริญทั้งหลายได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า ระบอบประชาธิปไตยสามารถแก้ไขปัญหาได้ทุกเรื่อง

การยึดอำนาจครั้งนี้สร้างความเสียหายอย่างใหญ่หลวงต่อบ้านเมือง ใช้งบประมาณมากที่สุดแต่ประชาชนกลับได้รับความทุกข์ยากมากที่สุด อันเนื่องมาจากการบริหารที่ไร้ประสิทธิภาพของเหล่าทหารเกษียณที่อยากมีอำนาจแต่ขาดสติปัญญา ผลการดำเนินงานที่ผ่านมาได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าข้ออ้างในการยึดอำนาจไม่ว่าจะเป็นการรักษาความสงบ การสร้างความปรองดอง

การปฏิรูปและการคืนความชอบธรรมให้กับทุกฝ่ายตามที่ปรากฏในประกาศ คสช. ฉบับที่ 1/2557 เป็นเพียงข้ออ้างเพื่อเข้าสู่อำนาจโดยไม่ต้องเลือกตั้ง ส่วนการทุจริตที่เกี่ยวข้องกับคนในกองทัพและพรรคพวกไม่ได้รับการสะสาง ป.ป.ช. ถูกใช้เป็นเครื่องมือทำลายฝ่ายตรงข้ามแต่ฟอกขาวให้ฝ่ายเผด็จการ

คณะรัฐประหารยังได้ทำลายกลไกในระบอบประชาธิปไตย ทำลายหลักนิติธรรมและละเมิดสิทธิมนุษยชน รวมทั้งสืบทอดอำนาจเผด็จการต่อไปแต่ไม่ยอมรับผิดชอบด้วยการนิรโทษกรรมตัวเองล่วงหน้า

ภาระสำคัญหลังการเลือกตั้งคือการฟื้นฟูระบอบประชาธิปไตย รวมถึงการปฏิรูปกองทัพเพื่อไม่ให้ผู้หนึ่งผู้ใดใช้กองทัพเป็นเครื่องมือทำลายระบอบประชาธิปไตยอีก ที่สำคัญคือการนำตัวผู้ที่ทำรัฐประหารและสร้างความเสียหายให้บ้านเมืองมาลงโทษ

ซึ่งไม่ใช่การแก้แค้นแต่เพื่อหยุดวงจรอุบาทว์และนำหลักนิติธรรมอันเป็นขื่อแปของบ้านเมืองกลับคืนมา ทั้งหมดจะสำเร็จได้ก็ด้วยฉันทามติจากประชาชนผ่านกลไกการเลือกตั้ง จึงเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดการยื้อการเลือกตั้งตลอดมา เราจะทนกันต่อไปแบบนี้ใช่ไหม