ว่าที่นายสิบเคราะห์ร้ายถูกรถพุ่งชนกลายเป็นเจ้าชายนิทรา ดับฝันครอบครัว แม่ต้องออกจากงานมาดูแลหวังปาฎิหาริย์ช่วยลูกชายฟื้น
นางภัทรัช วรรณคำ อายุ 60 ปี ใช้ผ้าขนหนูเช็ดตัว เปลี่ยนผ้าอ้อม และทำกายภาพบำบัดให้กับนายนิธินันท์ วรรณคำ อายุ 23 ปี หรือ น้องปาน ลูกชายที่นอนเป็นเจ้าชายนิทราอยู่บนเตียงภายในห้องนอนของบ้านพัก ในหมู่บ้านกลางโต้ง ตำบลช่างเคิ่ง อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ หลังจากเมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2560 เวลาประมาณเที่ยงคืนน้องปานถูกรถเบนซ์ขับพุ่งชน บริเวณถนนหน้าสวนสุขภาพมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จนสลบคาที่สมองได้รับการกระทบกระเทือนอย่างรุนแรงกระโหลกศีรษะร้าว แพทย์ต้องผ่าตัดสมองถึงสองครั้ง
นางภัทรัช เล่าว่า สิ่งที่เกิดขึ้นถือเป็นฝันร้ายของครอบครัว เพราะน้องปานเป็นเด็กดีและเป็นความหวังเดียวของครอบครัว โดยหลังจากเรียนจบ ชั้นม.ปลาย น้องปานสอบติดคณะวิศวกรรมไฟฟ้า มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา แต่เรียนได้เพียงสองปีก็ต้องพักการเรียนไว้ เพื่อออกมาทำงานช่วยแม่หาเงิน เพราะทางบ้านมีฐานะยากจน
ต่อมาเมื่อมีประกาศเปิดสอบนักเรียนพลตำรวจที่จังหวัดลำปาง น้องปานได้เดินทางไปสอบ และติดอันดับที่ 14 แต่ทดสอบสายตาไม่ผ่าน เพราะตาบอดสี จึงต้องกลับมาทำงานหาเงินต่อ กระทั่งเมื่อมีการคัดเลือกทหารเกณฑ์ น้องปานจึงได้สมัครเป็นทหารเกณฑ์เพื่อปูทางสำหรับสอบนายสิบและได้เข้าไปเป็นทหารเกณฑ์ที่ค่ายกาวิละ จนเมื่อเปิดสอบนายสิบน้องปานจึงได้เข้าสอบ และสอบติดเตรียมจะไปรายงานตัวในเดือนพฤศจิกายน 2560 ที่ผ่านมา
น้องปานโทรศัพท์มาบอกข่าวดีกับแม่ พร้อมบอกว่าหลังปลดประจำการแล้วจะออกมาเรียนต่อนายสิบ เมื่อจบออกมาจะทำงานหาเงินช่วยแม่ใช้หนี้เงินกู้ที่กู้ยืมมาส่งน้องเรียน แต่โชคร้ายน้องปานไม่สามารถทำตามความฝันได้ เพราะมาประสบอุบัติเหตุจนกลายเป็นเจ้าชายนินทราเสียก่อน
หลังประสบอุบัติเหตุน้องปานเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ โดยใช้สิทธิ 30 บาทรักษาทุกโรค เมื่ออาการดีขึ้นก็ย้ายมารักษาตัวต่อที่โรงพยาบาลค่ายกาวิละ โดยใช้สิทธิ์พลทหาร ต่อมาเมื่อเดือนตุลาคม 2561 น้องปานปลดประจำการแพทย์จึงอนุญาตให้กลับมารักษาตัวต่อที่บ้าน
นางภัทรัช กล่าวทั้งน้ำตาว่า ทุกวันนี้ครอบครัวลำบากมาก ลำพังแม่ไม่หวงตัวเองแต่สงสารลูกชายที่ต้องนอนเป็นเจ้าชายนินทรา และทุกเดือนแพทย์จะนัดดูอาการ บางเดือนนัดถึง 2 ครั้ง ทำให้แม่ต้องไปกู้ยืมเงินจากกลุ่มแม่บ้าน เงินกองทุนหมู่บ้าน และเงินกู้นอกระบบมาเป็นค่ารักษาพยาบาลดูแล ทั้งค่ายา ค่าอาหารเสริมเพราะต้องให้อาหารผ่านสายยางเข้าช่องท้อง ค่าอุปกรณ์ต่างๆ และค่าแพมเพิส รวมทั้งค่าเดินทางพาน้องปานไปพบแพทย์ครั้งละไม่ต่ำกว่า 2 พันบาท
นอกจากกิจวัตรประจำวันที่ต้องดูแลเช็ดเนื้อเช็ดตัวให้น้องปาน นางภัทรัชยังต้องทำกายภาพบำบัด ดูดเสมหะ และพลิกตัวให้น้องปานอยู่บ่อยๆ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดแผลกดทับ และที่สำคัญต้องดูแลไม่ให้น้องปานมีอาการชักเกร็งโดยเฉพาะในช่วงที่อากาศร้อนจัด เนื่องจากเซลล์สมองตาย จากเดิมที่ทำงานเป็นหมอนวดแผนโบราณ ทุกวันนี้จึงไม่สามารถจะออกไปรับจ้างทำงานได้เหมือนเดิม เพราะต้องดูแลน้องปานอย่างใกล้ชิด ทุกวันนี้มีเพียงเงินรายได้จากเบี้ยคนพิการของปานเดือนละ 800 บาทเท่านั้น ที่ผ่านมาได้ยื่นเรื่อขอเงินสงเคราะห์ไปที่ พม .จังหวัดเชียงใหม่ แต่ผ่านไปสองเดือนกว่าแล้วเรื่องยังเงียบ
แม้จะยากลำบากแต่นางภัทรัช ก็ดิ้นรนหาเงินมาติดแอร์ที่ห้องนอนเพื่อให้น้องปานนอนสบายไม่มีอาการชักเกร็ง ทุกวันนี้เธอยังมีความหวังว่าลูกชายจะหายและกลับมาเป็นปกติหากได้รับการรักษาอย่างต่อเนื่อง เพราะเวลาพูดคุยกับน้องปานก็จะมีอาการตอบสนอง น้ำตาไหลออกมาเหมือนรับรู้สิ่งที่แม่พูดอยู่
นางภัทรัช ได้วิงวอนจากสังคมและผู้ใจบุญช่วยเหลือน้องปานลูกชาย โดยสามารถบริจาคเงินช่วยเหลือน้องได้ที่ บัญชี นางภัทรัช วรรณคำ หมายเลขบัญชี 279-2-21664-6 ธนาคารกสิกรไทย สาขาช้างเผือก เชียงใหม่ หรือติดต่อได้ที่เบอร์โทรนางภัทรัช หรือ แม่ไล 093-246-7004 แม่ของน้องปาน

