กทม. ยื่นอุทธรณ์เยียวยา ‘ป้าทุบรถ’ มองผู้ละเมิดควรร่วมชดเชย

กทม.ยื่นอุทธรณ์เยียวยา ‘ป้าทุบรถ’ มองผู้ที่ละเมิด ควรร่วมชดเชยค่าเสียหายด้วย

หลังศาลปกครองกลาง ผนกคดีสิ่งแวดล้อม มีคำพิพากษาให้กรุงเทพมหานคร ชดใช้เยียวยากรณีกระทำการละเมิดอนุญาตให้เกิดการสร้างตลาดไม่ชอบบริเวณรอบบ้าน นางสาวบุญศรี และ นางสาวรัตนฉัตร แสงหยกตระการ ในซอยศรีนครินทร์ 55 แขวงหนองบอน เนื่องจากทำให้สูญเสียความสงบสุข ตลอด 7 ปี โดยชดเชย รวมเป็นเงิน 1,473,600 บาท นั้น

ล่าสุด มีรายงานว่า พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร มีความเห็นยื่นอุทธรณ์กรณีชดใช้เยียวยาซึ่งจะทำความเห็นส่งให้พนักงานอัยการใช้ดุลพินิจว่าเห็นชอบตามที่กรุงเทพมหานคร จะยื่นอุทธรณ์หรือไม่ โดยจะส่งเรื่องให้พนักงานอัยการ ภายในสัปดาห์นี้ และหากพนักงานอัยการเห็นชอบยื่นอุทธรณ์ก็ต้องดำเนินการภายในวันที่ 15 มิ.ย. นี้

ด้าน นายวันชัย ถนอมศักดิ์ รองปลัดกรุงเทพมหานคร ชี้แจงว่า การยื่นอุทธรณ์ครั้งนี้เนื่องจากยังมีข้อเห็นต่างในประเด็นผู้รับผิดชอบค่าเสียหาย โดยเห็นว่ากรุงเทพมหานคร ไม่น่าจะรับผิดชอบค่าเสียหายทั้งหมด โดยให้ผู้ที่ทำการละเมิด ร่วมชดเชยค่าเสียหายด้วยกัน เพราะหากมองว่ากรุงเทพมหานครละเมิด แต่เจ้าหน้าที่ก็ได้ปฏิบัติตามกฎหมาย จึงไม่น่าจะเป็นผู้ละเมิด นอกจากนี้ยังมีผู้จอดรถบริเวณบ้านหลังดังกล่าว รวมไปถึงเจ้าของตลาดทั้ง 5 โดยรอบบ้าน ที่เห็นว่าหากต้องชดใช้ค่าเสียหาย ควรรับผิดชอบร่วมกัน

ขอบคุณข้อมูล จส.100

รวบ!! หัวหน้ามาเฟียมาเลย์โหดใช้มีดแทงแล้วขับรถทับ ก่อนหนีบวนในไทย

ตำรวจจับหัวหน้ามาเฟียมาเลเซียคาผ้าเหลือง หลังร่วมกับพวกรวม 9 คน ก่อเหตุฆ่าชาวมาเลเซีย โดยใช้มีดแทงก่อนขับรถทับ แล้วหลบหนีมาบวชในไทย

วันนี้(30 พ.ค. 61) ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พลตำรวจตรีสุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว แถลงผลการจับกุมนายเซียก บอน วอง (Mr.SIAK BOON WONG) อายุ 36 ปี ชาวมาเลเซีย ผู้ต้องหาตามหมายจับของประเทศมาเลเซีย หลังร่วมกับพวกรวม 9 คน ก่อเหตุฆ่าชาวมาเลเซีย ภายในปั๊มน้ำมัน รัฐยะโฮร์บารู ประเทศมาเลเซีย เมื่อเดือนธันวาคมปีที่ผ่านมา ก่อนหลบหนีเข้ามาบวชเป็นพระลูกวัด ในอำเภอศรีเทพ จังหวัดเพชรบูรณ์

พลตำรวจตรีสุรเชษฐ์ กล่าวว่า หลังจากได้รับการประสานจากตำรวจสากล เมื่อวันศุกร์ที่ 25 พฤษภาคม ที่ผ่านมาว่า มีผู้ต้องหาชาวมาเลเซีย ระดับหัวหน้าแก๊งมาเฟียหลบหนีหมายจับเข้ามาในประเทศไทย จึงบูรณาการกับทุกหน่วยงาน จนกระทั่งสามารถจับกุมตัวผู้ต้องหาซึ่งได้ลาสิกขา และหลบหนีมาอยู่ในพื้นที่จังหวัดชัยภูมิได้

ทั้งนี้ จากการสอบสวนพบว่าผู้ต้องหาเป็นระดับหัวหน้าแก๊งมาเฟียที่ลักลอบซื้อขายรถยนต์ผิดกฎหมาย และยังเป็นแก๊งทวงหนี้ ซึ่งการฆาตกรรมดังกล่าวเป็นไปอย่างโหดเหี้ยม มีการใช้มีดแทงผู้ตาย ก่อนขับรถยนต์เหยียบทับร่างจนเสียชีวิต ซึ่งคาดว่าสาเหตุมาจากขัดแย้งธุรกิจค้าขายรถยนต์

รวบแล้วแก๊งวัยรุ่น อุ้มสาวออกจากผับดังจันทบุรี ก่อนพบเสียชีวิตปริศนา

จับแล้วกลุ่มผู้ต้องหามอมยาสาววัย 21 ปีออกจากผับเมืองจันทบุรีไปข่มขืน ก่อนจะพบเป็นศพในเวลาต่อมา เบื้องต้นสารภาพว่าก่อเหตุดังกล่าวจริงแต่ไม่ได้ฆ่า ขณะที่เจ้าหน้าที่เตรียมชันสูตรศพอีกครั้งหลังคำให้การขัดกับผลที่สรุปไปก่อนหน้านี้

ความคืบหน้าเหตุการณ์กรณีมีชาย 5 คนพากันอุ้มสาวคล้ายถูกมอมยาจนเมาหมดสติออกจากผับชื่อดังกลางเมืองจันทบุรี ก่อนจะพบต่อมาสาวคนดังกล่าวกลายเป็นศพตายปริศนากลางบ้านพักของกลุ่มวัยรุ่นในสภาพศพเลือดออกปากออกจมูก บริเวณลำคอมีร่องรอยเป็นรอยเขียวช้ำนั้น

ล่าสุดวันนี้ (30 พ.ค. 2561) ผู้ต้องหาทั้งหมดได้เข้ามอบตัวกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้ว 4 คน โดย 2 ใน 4 คน รับสารภาพว่าข่มขืนผู้ตายจริง ซึ่งคำให้การดังกล่าวขัดกับผลการชันสูตรศพไปก่อนหน้านี้ว่าไม่มีร่องรอยการข่มขืน แต่เสียชีวิตเพราะรับประทานยาออกฤทธิ์เกินขนาด

เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่เตรียมส่งศพไปตรวจสอบอีกครั้งเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง พร้อมคุมตัวผู้ต้องสงสัยไว้ทั้ง 4 คนไว้เพื่อสอบปากคำเพิ่มเติมและขยายผลหาผุ้กระทำผิดมาดำเนินคดีต่อไป ขณะที่ญาติของผู้ตายเผยว่า ผู้ตายถูกฆาตกรรมอย่างแน่นอน เพราะมีพิรุธหลายอย่าง อาทิ ชุดที่ผู้ตายใส่ไปเที่ยวผับเป็นคนละชุด กับวันพบศพในที่เกิดเหตุวันนั้นใส่สายเดี่ยวสีดำไป แต่ตอนพบที่เป็นศพเป็นกางเกงยีนเสื้อยืดที่ผู้ตายไม่เคยมีใส่ เป็นต้น