ไม่พูดเยอะ จับเลย! เปิดเพลงดังรบกวนผู้อื่น มีทั้งโทษจำคุกและปรับ

กรมควบคุมมลพิษเตือน! เปิดเพลงเสียงดังรบกวนผู้อื่น มีทั้งโทษจำคุกและปรับ

เพื่อนบ้านหรือผู้ขับขี่รถเปิดเพลงเสียงดังรบกวน นับเป็นอีกหนึ่งปัญหาที่พบเห็นได้บ่อยครั้ง โดยเรื่องดังกล่าว หลายๆ ท่านอาจจะยังไม่ทราบว่า เป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย โดยทาง กรมควบคุมมลพิษ ได้ออกมาเตือนผู้ที่มีพฤติกรรมรบกวนผู้อื่นโดยการเปิดเพลงเสียงดังว่า การเปิดเพลงดังเกินไปมีทั้งโทษจำคุกและปรับ

การเปิดเพลงเสียงดังจนรบกวนผู้อื่นถือเป็นการกระทำที่สร้างความเดือดร้อนและรบกวนผู้อื่น ซึ่งโทษระบุไว้ดังนี้

  • กฎหมายอาญามาตรา 370

ผู้ใดส่งเสียง ทำให้เกิดเสียงหรือกระทำความอื้ออึง โดยไม่มีเหตุอันสมควร จนทำให้ประชาชนตกใจหรือเดือดร้อน ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 1,000 บาท

และกรณีการขับรถเปิดเพงเสียงดัง สร้างความรำคาญแก่ผู้ใช้รถใช้ถนน ทำให้ผู้อื่นเสียสมาธิในการขับรถ

  • พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ.2522 มาตรา 43

ห้ามมิให้ผู้ขับขี่รถ โดยไม่คำนึงถึงความปลอกภัย หรือความเดือดร้อนของผู้อื่น บทลงโทษ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือน หรือ ปรับตั้งแต่ 2,000 บาท ถึง 10,000 หรือทั้งจำทั้งปรับ ซึ่งพนักงานสอบสวนไม่สามารถเปรียบเทียบปรับได้ที่สถานีตำรวจ จะต้องดำเนินการนำขึ้นฟ้องศาลเท่านั้น

ขอบคุณข้อมูลจาก กรมควบคุมมลพิษ

บิ๊กป้อม แจงสัมพันธ์ อดีตพระพุทธะอิสระ โยน กกต.ตัดสินพรรคอนาคตใหม่ เล็งนิรโทษกรรม

“พล.อ.ประวิตร” แจงสัมพันธ์ อดีตพระพุทธะอิสระ ชี้ให้เจิมหน้าผากคิดแค่ว่าเป็นพระ  โยน กกต.ดู “อนาคตใหม่” ทำผิดหรือไม่ ส่วนเรื่องอังกฤษให้วีซ่ายิ่งลักษณ์ 10 ปี เป็นเรื่องของกระทรวงต่างประเทศ 

รายงานข่าวแจ้งว่า วันนี้ (30 พ.ค. 2561 ) พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้ออกมาชี้แจงถึงความสัมพันธ์กับอดีตพระพุทธะอิสระ หลังปรากฏภาพที่เจ้าตัวให้อดีตพระคนดังทำพิธีเจิมหน้าผากให้ ว่า

ประวิตร วงษ์สุวรรณ, บิ๊กป้อม

ยืนยันไม่ได้มีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับอดีตพระพุทธะอิสระแต่อย่างใด และภาพที่มีการเผยแพร่นั้นเป็นพิธีที่มีการเชิญพระไป ท่านนายกฯ ได้ชี้แจงไปแล้ว ส่วนที่เจิมหน้าผากเพื่อเสริมสร้างความเป็นสิริมงคลให้นั้นคิดว่าท่านเป็นพระ

ส่วนกรณีที่มีการปลุกกระแสต่อต้านการกระทำเจ้าหน้าที่ตำรวจที่บุกจับอดีตพระพุทธะอิสระว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจทำงานตามวิธีการของเขา และเป็นไปตามระเบียบ กฎข้อบังคับ แต่การดำเนินการครั้งนี้ทำให้คนที่ศรัทธาต่ออดีตพระพุทธะอิสระเกิดความไม่พอใจ ที่ผ่านมาตนได้ขอโทษในภาพรวมไปแล้ว และยอมรับว่าเรื่องนี้มีทั้งคนชอบและไม่ชอบ แต่คิดว่าเรื่องนี้คงไม่มีอะไร

นอกจากนี้ พล.อ.ประวิตร ยังกล่าวถึงกรณี พรรคอนาคตใหม่เปิดตัวผู้บริหารพรรค โดยนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ รองประธานกรรมการ บริษัทไทยซัมมิท เป็นหัวหน้าพรรค พร้อมทั้งแสดงวิสัยทัศน์เปิดตัวว่าจะเป็นนายกรัฐมนตรี โดยแก้รัฐธรรมนูญฉบับปี 2560 ทันทีที่มีโอกาส ว่า

เป็นการหาเสียงล่วงหน้า และทำให้ประชาชนเกิดความสนใจ เพราะอยากทำงานการเมือง ซึ่งการฉีกรัฐธรรมนูญนั้นไม่สามารถทำได้ และเป็นไปไม่ได้ โดยขณะนี้ทางคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กำลังตรวจสอบดูว่าการพูดดังกล่าวผิดฎหมายหรือไม่

ส่วนที่นายธนาธร ประกาศว่าจะนิรโทษนักโทษคดีการเมืองยุค คสช. จะเป็นการเช็คบิล คสช. หลังหมดอำนาจหรือไม่ พล.อ.ประวิตร ระบุว่า คสช. ไม่ได้ทำอะไรผิด นโยบายต่างๆ ที่ คสช. ดำเนินการนั้น นายกรัฐมนตรี ได้เน้นย้ำให้มีการตรวจสอบทุกเรื่อง และทำตามกฎหมาย

นอกจากนี้ พล.อ.ประวิตร กล่าวถึงกรณี ที่ทางการอังกฤษให้วีซ่า 10 ปี แก่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ว่า เป็นเรื่องของกระทรวงการต่างประเทศ ส่วนจะได้วีซ่าประเภทใด ในฐานะอะไรก็ต้องไปดู ซึ่งตนไม่ได้มองว่าการที่อังกฤษไม่ได้ให้วีซ่าในฐานะผู้ลี้ภัยทางการเมืองผลจะเป็นนิมิตหมายที่ดี

‘พระอาจารย์ชม’ เกจิดังเมืองคอนละสังขารในวันวิสาขบูชา

‘พระอาจารย์ชม’ เกจิดังเมืองนครศรีธรรมราช เจ้าอาวาสวัดโพธิ์เสด็จ จ.นครศรีธรรมราช ละสังขารในวันวิสาขบูชาลูกศิษย์นับหมื่นแห่เข้าแถวยาวกว่า 2 กม. รดน้ำศพแน่นวัด

เมื่อวันที่ 29 พ.ค. ที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าว จ.นครศรีธรรมราช รายงานว่าที่ศาลาเอนกประสงค์วัดโพธิ์เสด็จ หมู่ 8 ต.โพธิ์เสด็จ อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช พ.ต.อ.อรุณ แกล้ววาที รอง ผบก.ภ.จว.นครศรีธรรมราช เป็นประธานในพิธีรดน้ำศพพระครูโพธิสารประสาธน์ หรือพระอาจารย์ชม อายุ 81 ปี 5 เดือน เจ้าอาวาสวัดโพธิ์เสด็จ หมู่ 8 ต.โพธิ์เสด็จ อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช ที่ละสังขารมรณภาพเมื่อเวลา 02.25 น.วันที่ 29 พ.ค. 2561 ขณะนอนพักรักษาตัวด้วยโรคชราที่ รพ.นครพัฒน์ (เตียง 5 )ถนนพัฒนาการคูขวาง ต.ในเมือง อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช

โดยมีพระเทพวินยาพร รองเจ้าคณะภาค 16-17-18 (ธรรมยุต) เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ รวมทั้งพระสงฆ์ทรงสมณศักดิ์หลายรูป เช่น พระศรีธรรมประสาธน์ เจ้าคณะจังหวัดนครศรีธรรมราช (ธรรมยุต) และมีหัวหน้าส่วนราชการ รวมทั้งนักธุรกิจ พ่อค้า ประชาชน ซึ่งเป็นลูกศิษย์ของพระอาจารย์ชม นับหมื่นคนแห่มาร่วมในพิธีโดยยืนเข้าแถวรอรดน้ำศพยาวกว่า 2 กม.ใช้เวลาในการประกอบพิธีรดน้ำศพ และอยู่ในอาการโศกเศร้าเสียใจ

สำหรับพระครูโพธิสารประสาธน์ หรืออาจารย์ชม เกิดเมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2480 เข้ารับการอุปสมบทเมื่อปี พ.ศ. 2507 54 พรรษา เป็นพระภิกษุที่ยึดมั่นในหลักธรรมคำสั่งสอนของพระพุทธองค์อย่างเคร่งครัด หลังจากดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดโพธิ์ ได้ทำการพัฒนา ทำนุบำรุง สร้างเสนาสนะภายในวัดจนเจริญรุ่งเรืองเป็นที่รู้จักกันอย่างกว้างขวาง นับเป็นพระเกจิอาจารย์ที่ได้รับความศรัทธาจากพุทธศาสนิกชนทั้งในและต่างประเทศอย่างกว้างขวาง

และยังเป็นเป็นยึดมั่นและสืบสานงานประเพณีชักพระออกพรรษา ซึ่งวัดโพธิ์เสด็จ ได้ส่งเรือพนมพระเข้าประกวดแข่งขันคว้ารางวัลชนะเลิศติดต่อกันนับ 10 ปี ได้อาพาธด้วยโรคชราเข้ารับการรักษาที่ รพ.นครพัฒน์ มาตลอด 2 เดือนจนมรณภาพในวันที่ 29 พ.ค. 2561 ซึ่งตรงกับวันวิสาขบูชาวันสำคัญทางพระพุทธศาสนาและวันสำคัญของโลก ซึ่งทางคณะสงฆ์และลูกศิษย์จะตั้งศพพระอาจารย์ชมสวดพระอภิธรรมจำนวน 9 คืนจากนั้นจะปิดศพไว้รอกำหนดพระราชทานเพลิงศพต่อไป