มอบตัวแล้ว คนร้ายดักตีหัว นักแสดงหนุ่ม บอล จิตรภาณุ

มอบตัวแล้ว!! หนุ่มดักทำร้าย “บอล จิตรภาณุ” ดาราช่อง 3 อ้างมีปัญหาขัดแย้งส่วนตัว

ความคืบหน้าเหตุการณ์ บอล จิตรภาณุ กลมแก้ว อายุ 27 ปี นักแสดงหนุ่มจากช่อง 3 ถูกคนร้ายดักทำร้ายร่างกายด้วยการตีไปที่หัวบริเวณลานจอดรถห้างดัง จนเป็นเหตุทำให้หัวแตกต้องเย็บ 3 เข็มนั้น ล่าสุดชายที่อ้างตัวเป็นคนก่อเหตุ ได้เข้ามอบตัวต่อพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจนครบาลปทุมวันแล้ว  โดยยังไม่มีการเปิดเผยถึงสาเหตุการลงมือแต่อย่างใด

บอล –จิตรภาณุ กลมแก้ว
บอล จิตรภาณุ กลมแก้ว

ด้าน พ.ต.อ. ภพธร จิตต์หมั่น ผู้กำกับการ สน.ปทุมวัน ระบุว่า จากการสอบถาม ชายรายนี้ ยอมรับว่ามีปัญหาส่วนตัวกับนักแสดงหนุ่ม แต่ไม่ขอเปิดเผยในรายละเอียด ส่วนในวันเกิดเหตุ บังเอิญเห็นนักแสดงเดินผ่านมา จึงลงมือก่อเหตุ ที่ลานจอดรถ

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ พนักงานสอบสวน สน.ปทุมวัน อยู่ระหว่างสอบปากคำชายที่ก่อเหตุ ภายในห้องสอบสวน และเบื้องต้นจากการตรวจสอบประวัติอาชญากรรม ยังไม่เคยว่าพบประวัติการก่อเหตุแต่อย่างใด

จะกล้ากินไหม ? เชฟยิวเสิร์ฟขนมในรองเท้าให้ ‘นายกญี่ปุ่น’

เชฟประจำตัวนายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮูของอิสราเอล เสิร์ฟของหวานในภาชนะโลหะรูปรองเท้าผู้ชายในอาหารค่ำต้อนรับผู้นำญี่ปุ่น

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานประเด็นเดือด หลังนักการทูตญี่ปุ่น เปิดเผยผ่านหนังสือพิมพ์ “เยดิโอน็อท อาร์โรนอท” ซึ่งติพิมพ์เป็นภาษาฮีบรูว์ กรณีเชฟประจำตัวของเบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล เสิร์ฟของหวานมาในรองเท้า เสริฟให้กับนายชินโสะ อาเบะ นายกรัฐมนตรีแห่งญี่ปุ่นและภริยา ซึ่งมีการคาดเดาไปว่าทางอิสราเอลใช้ของหวานจานนี้เพื่อสื่อนัยทางการเมืองไปถึงญี่ปุ่นหรือไม่ อย่างไร ?

เจ้าหน้าที่ทูตชาวญี่ปุ่นคนหนึ่ง กล่าวว่า “ไม่มีวัฒนธรรมประเทศไหนในโลกที่วางรองเท้าไว้บนโต๊ะ เรารู้สึกถูกดูหมิ่นแทนนายกรัฐมนตรี”

ด้านนักการทูตอาวุโสของอิสราเอลออกมาเปิดเผยเรื่องนี้ว่า รองเท้าเป็นเรื่องอ่อนไหวในวัฒนธรรมญี่ปุ่น พวกเขาไม่ใส่รองเท้าเข้าบ้านหรือที่ทำ ซึ่งการเสริฟอาหารในรองเท้าถือเป็นการ ไม่ให้ความเคารพต่อผู้นำญี่ปุ่นอย่างรุนแรง

อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวใกล้ชิดกับเชฟประจำตัวผู้นำอิสราเอล เผยว่า ไม่ได้เสิร์ฟของหวานในรองเท้าจริง แต่เป็นประติมากรรมโลหะรูปรองเท้า ออกแบบโดยนักออกแบบดังชื่อ ทอม ดิกสัน ซึ่งทุกท่านที่ร่วมมื้ออาหารมื้อนี้ต่างเพลิดเพลินกับอาหารค่ำมื้อนี้ ขณะที่นายอาเบะยังออกปากเชิญเชฟไปเยือนและปรุงอาหารที่ญี่ปุ่นอีกด้วย

ที่มา www.businessinsider.com

จัดระเบียบเรือท่องเที่ยวรอบ 2 พบผู้ประกอบการบางส่วนยังดื้อแพ่ง

ดีเดย์จัดระเบียบเรือท่องเที่ยวพัทยารอบ 2 มีปัญหาพบผู้ประกอบการบางส่วนยังดื้อแพ่ง เจ้าท่าเผยเตรียมใช้กฎหมายรายวันก่อนนำเรื่องเสนอกรรมการจัดระเบียบกำหนดกติกาเข้มข้น

จากกรณีที่ นายภัครธรณ์ เทียนไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี ได้มีนโยบายให้มีการจัดระเบียบการขนถ่ายผู้โดยสารขึ้นลงเรือไปยังท่าเทียบเรือพัทยาใต้ (แหลมบาลีฮาย) เนื่องจากมองเห็นว่าการขนถ่ายผู้โดยสารขึ้นลงเรือที่จะเดินทางไปทำกิจกรรมทางน้ำและไปยังเกาะล้าน ที่บริเวณชายหาดนั้นไม่เหมาะสมและหวั่นนักท่องเที่ยวได้รับอันตรายและเป็นผลกระทบต่อภาพลักษณ์

จึงได้มีการแต่งตั้งคณะทำงานจัดระเบียบท่าเทียบเรือพัทยาใต้ โดยมีตัวแทนจากจังหวัดชลบุรี อำเภอบางละมุง กรมเจ้าท่า ทหาร ตำรวจ เมืองพัทยา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม

ทั้งนี้ หลังมีการปรับภูมิทัศน์ท่าเทียบเรือและการจัดกิจกรรมมหกรรมสวนสนามทางเรือนานาชาติแล้วเสร็จในช่วงเดือนพฤศจิกายนปีที่ผ่านมา จึงได้กำหนดให้วันที่ 1 พฤษภาคมเป็น “วันดีเดย์” ให้ผู้ประกอบการเรือทุกประเภทเคลื่อนย้ายพื้นที่การรับส่งนักท่องเที่ยวจากชายหาดพัทยากลับมาใช้พื้นที่บริเวณท่าเทียบเรือ (แหลมบาลีฮาย) พัทยาใต้เช่นเดิม

แต่ปรากฏว่าเมื่อถึงกำหนดก็เกิดปัญหาจากผู้ประกอบการเรือท่องเที่ยวบางส่วนที่ไม่ดำเนินการตามนโบบาย โดยระบุว่าไม่สามารถปรับตัวได้ทันเนื่องจากมีการแจ้งจองโปรแกรมการเดินทางล่วงหน้าของนักท่องเที่ยวไว้ก่อนหน้านี้แล้ว จึงต้องขอเวลาการใช้พื้นที่ชายหาดเช่นเดิมไปก่อนจนกว่าเมืองพัทยาจะดำเนินการปรับปรุงในส่วนของอาคาร สถานที่จุดพักการจราจร

และท่าเทียบเรือให้พร้อมรองรับปริมาณเรือและนักท่องเที่ยวทั้งหมด ซึ่งเฉลี่ยวันละ 1.5-2 หมื่นคน กระทั่งคณะทำงานจัดระเบียบท่าเทียบเรือพัทยาใต้ จึงได้มีการผ่อนผันให้ผู้ประกอบการเคลื่อนย้ายจุดออกไปอีก 7 วัน ตั้งแต่วันที่ 1-7 พฤษภาคม และจะบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังอีกครั้งในวันที่ 8 พฤษภาคมนี้

ล่าสุดเวลา 07.00 วันนี้ (8 พ.ค.) กำลังเจ้าหน้าที่จากสำนักงานเจ้าท่าพัทยา ทหารจาก มทบ.14 ฝ่ายปกครองอำเภอบางละมุง กำลังตำรวจ สภ.เมืองพัทยา ตำรวจท่องเที่ยว เทศกิจ และกิจการพิเศษ สนธิกำลังกว่า 100 นายลงพื้นที่บริเวณท่าเทียบเรือพัทยาใต้ (แหลมบาลีฮาย) เพื่ออำนวยความสะดวกและรองรับการเคลื่อนย้ายของผู้ประกอบการตามกำหนด ซึ่งพบว่ามีผู้ประกอบนำรถบัสขนถ่ายนักท่องเที่ยวจำนวนมากมาขึ้นลงเรือที่ท่ากว่า 70 % โดยสถานการณ์เป็นไปด้วยความเรียบร้อย

ขณะที่มีรายงานเพิ่มเติมว่าบริเวณชายหาดเมืองพัทยา โดยเฉพาะบริเวณหน้าโรงแรมฮาร์ดร็อคพัทยา ยังคงมีผู้ประกอบการเรือนำเที่ยวบางส่วน ขนถ่ายนักท่องเที่ยวซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นชาวจีนมาลงเรือบริเวณชายหาดเช่นเดิม ทางเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องจึงเข้าเจรจาและทำการกดดัน พร้อมประชาสัมพันธ์ขอรับความร่วมมืออีกครั้ง

ด้าน นายณัฐพงค์ มานะสม อายุ 55 ปี กรรมการบริษัททัวร์นำเที่ยว N.P.E. ทัวร์ เปิดเผยว่า ยังคงไม่สามารถย้ายจุดขนถ่ายนักท่องเที่ยวจากชายหาดไปที่ท่าเทียบเรือพัทยาใต้ได้ เนื่องจากได้รับผลกระทบและส่งผลเสียต่อการท่องเที่ยว แต่หากยืนยันจะให้ย้ายเมืองพัทยาก็จะต้องมีความพร้อมในเรื่องของท่าเทียบเรือก่อน ทั้ง การจราจร โป๊ะเทียบเรือ ห้องสุขา และที่พักคอยสำหรับนักท่องเที่ยวที่ไม่สามารถโดยสารทางเรือได้

กรณีนี้แม้ทางเจ้าหน้าที่จะเข้ามาดำเนินการตามกฎหมายก็คงต้องยินยอม แต่จะขอใช้พื้นที่บริเวณชายหาดในรับขนถ่ายนักท่องเที่ยวต่อไปจนกว่าเมืองพัทยาจะมีความพร้อม

ขณะที่ พันเอกสมศักดิ์ ตั้งดำรงธรรม รองเสนาธิการมณฑลทหารบกที่ 14 เปิดเผยว่าจากนโยบายในของผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี จึงมีการตั้งคณะกรรมการและดำเนินการจัดระเบียบจนมีผลเป็นรูปธรรมมาแล้วครั้งหนึ่ง แต่ด้วยต้องการใช้พื้นที่ท่าเรือเพื่อปรับปรุงภูมิทัศน์และงานสวนสนามทางเรือ จึงให้ผู้ประกอบการมาใช้พื้นที่ชายหาดชั่วคราว กระทั่งทุกอย่างพร้อมจึงกำหนดวันดีเดย์ 1 พ.ค.

แต่ก็ติดปัญหาบางอย่างจึงอะลุ่มอล่วยให้ถึงวันที่ 8 พ.ค. กรณีนี้แม้ว่าที่ผ่านมาจะมีผู้ประกอบการบางส่วนเดินทางไปยื่นหนังสือต่อผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี เพื่อขอผ่อนปรนจนมีหนังจากจังหวัดชลบุรีเพื่อให้คณะทำงานจัดระเบียบทบทวน แต่ผลสรุปจากการหารือคณะกรรมการก็มีมติร่วมกันว่าคงกำหนดให้มีการย้ายจุดเช่นเดิม

เนื่องจากมองว่าท่าเทียบเรือพัทยาใต้ (แหลมบาลีฮาย) มีศักยภาพความพร้อมเต็มที่ เนื่องจากเมืองพัทยาได้มีการอนุมัติงบประมาณกว่า 130 ล้านบาท การจัดสร้างโป๊ะเทียบเรือเพิ่มอีก 2 โป๊ะ จากเดิมที่มี 4 โป๊ะเป็น 6 โป๊ะ ในการรองรับปริมาณนักท่องเที่ยวที่รับส่งจากเรือบริษัทนำเที่ยวกว่า 30 บริษัท ซึ่งถือว่ามีความเพียงพอ

ส่วนในเรื่องของห้องน้ำ และที่พักคอยของนักท่องเที่ยวที่สูงอายุ ที่ไม่สามมารถเดินทางไปกับเรือได้ตามที่ผู้ประกอบการมีการกล่าวอ้างนั้น แต่เดิมได้มีมติให้นักท่องเที่ยวกลุ่มนี้มาทำการคัดกรองก่อนหรือให้พักคอยอยู่ที่โรงแรมหรือบริเวณชายหาด

ดังนั้นเมื่อถึงกำหนดจึงมีการสนธิกำลังลงพื้นที่อีกครั้ง ซึ่งพบว่าผู้ประกอบการส่วนใหญ่ให้ความร่วมมือกับภาครัฐด้วยดี จะมีเพียงบางส่วนเท่านั้นที่ไม่ปฏิบัติตามนโยบายภาครัฐ และรับนักท่องเที่ยวบนชายหาด ซึ่งขณะนี้ได้มอบหมายให้ทางกรมเจ้าท่ารับผิดชอบในพื้นที่น้ำ ด้วยการตรวจสอบใบนายท้าย และการกล่าวตักเตือนกับผู้ประกอบการ รวมทั้งการบันทึกประวัติบริษัทนำเที่ยวที่ยังฝ่าฝืน ข

ณะที่มอบหมายให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดูแลบนพื้นผิวจราจรที่มีการนำรถบัสขนาดใหญ่มาวิ่งรับส่งนักท่องเที่ยวที่อาจกีดขวางเส้นทางจราจรเพื่อให้ทุกอย่างเป็นไปตามมติของกรรมการและขั้นตอนตามกฎหมาย

ส่วน นายเอกราช คันธโร ผอ.เจ้าท่าภูมิภาคพัทยา เปิดเผยว่าในส่วนผู้ประกอบการที่ยังมีการฝ่าฝืนคำ สั่งนั้น ทางเจ้าหน้าที่จะมีการดำเนินการจากมาตรการเบาไปหาหนัก โดยจะมีการขอความร่วมมือไปก่อน แต่หากยังไม่ได้รับความร่วมมือก็จะต้องดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมาย

โดยผู้ควบคุมเรือไม่ทำตามคำสั่งก็จะดำเนินการตามมาตรา 132 พ.ร.บ.การเดินเรือในน่านน้ำ ที่จะต้องปฏิบัติตามคำสั่งของกรมเจ้าท่า และมาตรา 297 ซึ่งมีโทษปรับตั้งแต่ 500-5,000 บาทต่อครั้งต่อลำ ซึ่งการดำเนินการวันนี้ได้มีการว่ากล่าวตักเตือนผู้ประกอบการที่ไม่ปฏิบัติตามนโยบายไปแล้วถึง 20 ลำ พร้อมได้สร้างความเข้าใจในการจัดระเบียบ พร้อมจะมีการนำข้อปัญหาที่ได้รับจากการจัดระเบียบเขาหารือกับคณะทำงานในการหาแนวทางและการดำเนินการตามกฎ หมายกับผู้ประกอบลการที่ฝ่าฝืนต่อไป