ขายดีสุดๆ ‘เห็ดเผาะ-แมงจี้หลอบ’ จากกองขี้ควาย โลละ 500 บ.

ขายดีสุดๆ ‘เห็ดเผาะ-แมงจี้หลอบ’ จากกองขี้ควาย กิโลกรัมละ 500 บาท ชาวบ้านแห่ซื้อทานปีละครั้ง!

ความชุ่มชื้นจากฝนที่ตกหนักตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา ทำให้เห็ดเผาะหรือที่ทางภาคเหนือเรียกกันว่าเห็ดถอบ เห็ดจากธรรมชาติราคาแพง โผล่มาจากผิวดินเป็นครั้งแรกในรอบปี โดยแม่ค้าที่ตลาดป่าข่อยใต้ ต.สันผีเสื้อ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ได้รับซื้อมาจากชาวบ้านในพื้นที่ อ.ฮอด และ อ.อมก๋อย ที่เห็ดเผาะออกเป็นแห่งแรกในพื้นที่แรกๆ นำมาวางขาย ทำให้มีประชาชนพากันไปเลือกซื้อเพื่อนำมาทำอาหารรับประทานกันอย่างคึกคัก แม้ราคายังแพงเพราะเป็นเห็ดต้นฤดู ขายราคาลิตรละ 250 บาท หรือ กิโลกรัมละ 500 บาท

สำหรับ เห็ดเผาะ เป็นอาหารจากธรรมชาติยอดนิยมทางภาคเหนือ ทั้งนำมา ผัดเห็ดเผาะ ต้มเกลือรับประทานกับน้ำพริก หรือ ยำใส่เครื่องปรุงของน้ำพริกลาบ ถือเป็นเมนูที่ทุกบ้านต้องรับประทานให้ได้ปีละครั้ง

นอกจากนั้นยังมีเห็ดป่าที่ออกตามฤดูกาลอีกหลายชนิดที่เริ่มออก ทั้ง เห็ดโคน เห็ดด่าน เห็ดเหลือง รวมทั้งแมงจี้หลอบ แมลงหายากที่อาศัยอยู่ในกองขี้วัว ขี้ควาย หารับประทานได้ยากมาก ขายถุงละ 50 บาท หรือ กิโลกรัมละ 500 บาท ชาวบ้านหาซื้อนำไปคั่วเกลือ และ ตำน้ำพริก รวมทั้งยังมีแมงมันคั่วเกลือขายราคาแพง กิโลกรัมละ 2,000 บาท  หรือ ถุงละ 200 บาท ทั้งหมดนี้ขายหมดทุกวัน ซึ่งช่วงต้นฤดูฝน ถือเป็นช่วงที่ชาวบ้านและพ่อค้าแม่ค้า มีรายได้เป็นกอบเป็นกำจากผลผลิตจากธรรมชาติ

เป็นงง! ญาติพึ่งเสียชีวิต พอไปแจ้งตายกลับมีคนแจ้งไปแล้วเมื่อปี 59

ตายซ้ำตายซ้อน ลุงวัย 68 ปี วิ่งโร่แจ้งตำรวจ หลังญาติพึ่งเสียชีวิตไม่นาน แต่กลับมีการแจ้งตายแล้วเมื่อปี 2559

วันนี้ (7 พ.ค. 61) เมื่อเวลา 16.00 น. มีรายงานว่า  นายภูวเดช สมอุ่นจารย์ อายุ 68 ปี ได้เดินทางเข้าพบ พ.ต.ท.เทียนชัย เนื่องจำนงค์ สารวัตรเวรสอบสวน สภ.ศรีราชา อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี เพื่อลงบันทึกประจำวันเอาไว้เป็นหลักฐานหลังจากที่ นายสุธี บุญญานิตย์ อายุ 63 ปี ญาติของตนได้เสียชีวิตลงที่บ้านเลขที่  149 / 17  ม.6 ต.สุรศักดิ์ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี ด้วยโรคพิษสุราเรื้อรัง เมื่อช่วงเช้าของวันนี้

โดยหลังจากที่พนักงานสอบสวนได้ทำการลงบันทึกข้อมูลกลับพบว่า มีบุคคลปริศนาแจ้งความเอาไว้แล้วว่า นายสุธี บุญญานิตย์ ได้เสียชีวิตลงแล้วที่ จ.เชียงใหม่ เมื่อปลายปี 2559  สร้างความงุนงงให้กับตนเองเป็นอย่างมาก

ทั้งนี้ นายภูวเดช กล่าวว่า นายสุธีเป็นญาติห่างๆ กับตนและมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านเลขที่ 134  ต.สันปูนเลย อ.สันปูเลย จ.เชียงใหม่ แต่ตัวนายสุธีเองได้ลงมาประกอบอาชีพรับจ้างอยู่ที่ จ.ประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งตัวนายสุธีเองก็ไม่เคยไปทำบัตรประชาชนหรือติดต่อเอกสารทางราชการแต่อย่างใด จนกระทั่ง เมื่อวันที่ 19 เม.ย. ที่ผ่านมา ได้มีคนนำนายสุธีมาส่งไว้ที่หน้าบ้านในสภาพมอมแมมและป่วยเป็นโรคประจำตัวหลายโรค ซึ่งตลอดเวลาที่ผู้ตายมาพักอาศัยกับตนและภรรยาก็คอยดูแลให้ข้าวให้น้ำมาโดยตลอด

จนกระทั่งเมื่อช่วงเช้า นายสุธี ก็ได้เสียชีวิตลง ตนจึงได้เดินทางมาลงบันทึกประจำวันเอาไว้เป็นหลักฐานแต่กลับพบว่า มีคนแจ้งชื่อนายสุธี ว่าเสียชีวิตแล้วเมื่อปลายปี 2559 ซึ่งตรงนี้ตนอยากจะฝากถึงหน่วยงานราชการให้มาตรวจสอบเพราะว่าอาจจะมีคนสวมสิทธิ์นายสุธี ไปใช้ประโยชน์

ด้าน พ.ต.ท. เทียนชัย เนื่องจำนงค์ ได้กล่าวว่า ในส่วนนี้ก็คงต้องมีการตรวจสอบกันอีกครั้งว่าใครเป็นคนแจ้งชื่อคนตายซ้ำซ้อนโดยในส่วนของร่างผู้เสียชีวิตนั้นได้ทำเรื่องส่งไปที่โรงพยาบาลตำรวจ เพื่อทำการพิสูจน์ลายนิ้วมือ เพื่อมายืนยันตัวตนต่อไปเพราะตอนนี้ทางญาติไม่สามารถนำร่างผู้เสียชีวิตไปประกอบพิธีทางศาสนาได้เลย

อธิบดีกรมขนส่งฯ เผยยังไม่ได้รับรายงานปรับขึ้นค่าแท็กซี่ จาก 35 บ. เป็น 40 บ.

กรมการขนส่งทางบก เผยยังไม่ได้รับรายงานปรับขึ้นค่าแท็กซี่เริ่มต้นจากเดิม 35 บาท เป็น 40 บาท

จากกรณีที่ สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) เสนอให้ปรับค่าบริการแท็กซี่เริ่มต้น จากเดิม 35 บาท เป็น 40 บาท จนเกิดเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในโลกออนไลน์ ถึงวิธีการแก้ปัญหาที่อาจไม่ตรงจุด ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ล่าสุด (7 พ.ค. 61) นายสนิท พรหมวงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก เผยถึงกรณีดังกล่าวว่า กรมการขนส่งทางบกยังไม่ได้รับรายงานการวิเคราะห์โครงสร้างต้นทุนต่างๆ จากทางสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) แต่คาดว่าจะมีการส่งรายงานมาภายในเดือนพฤษภาคม พร้อมย้ำว่าเรื่องของอัตราค่าแท็กซี่ที่เป็นรถโดยสารสาธารณะนั้นเกี่ยวข้องและส่งผลกระทบกับประชาชนส่วนใหญ่ เป็นสิ่งที่ละเอียดอ่อน หากได้รับรายงานมาแล้วกรมการขนส่งทางบกจึงต้องวิเคราะห์ข้อมูลหลายๆ อย่างรอบด้าน

อย่างไรก็ตาม เชื่อว่า สิ่งที่จะตอบโจทย์การให้บริการแท็กซี่คือเรื่องคุณภาพการให้บริการ ที่ต้องทำให้ประชาชนเกิดความสบายใจ ซึ่งกรมการขนส่งทางบก ก็ได้พัฒนารถแท็กซี่ โดยให้บริการแท็กซี่โอเค ที่มีการติดตั้งจีพีเอส แทรคกิ้ง แสดงตัวตนของผู้ขับรถ ระบุพิกัดเส้นทางการเดินรถและการใช้ความเร็ว รวมทั้งบริเวณที่นั่งผู้โดยสารจะมีปุ่มฉุกเฉินในกรณีที่ผู้โดยสารต้องการความช่วยเหลือ เพื่อเพิ่มทางเลือกให้ประชาชนและยกระดับแท็กซี่ให้เป็นมืออาชีพ

ขอบคุณข้อมูล จส.100