กรมทางหลวง จ่อเอาผิดพวกลักลอบติดป้ายโฆษณาข้างทาง!

กรมทางหลวง ลุยเก็บป้ายโฆษณาข้างทาง เตรียมเอาผิดผู้ประกอบการลักลอบติดป้าย โดยไม่รับอนุญาต

เรียกว่ากลายเป็นปัญหาเรื้อรังไปแล้ว สำหรับป้ายโฆษณาที่นำมาติดตั้งตามริมถนนหลวงต่างๆ จนผู้ใช้เส้นทางเริ่มเอือมระอา หนักเข้าเริ่มวางตามสะพานลอยคนข้าม ซึ่งการติดตั้งก็เป็นแบบชั่วคราว ทำให้โครงสร้างไม่มั่นคง-แข็งแรง อาจเป็นอันตรายต่อผู้ที่เดินบนทางเท้าที่ต้องหลบหลีกป้ายเหล่านี้มาเดินบนถนนใหญ่ อีกทั้งยังเป็นการบดบังทัศนวิสัยในการขับขี่ ทำให้มองเห็นทางไม่ชัดเจน และอาจเกิดอุบัติเหตุได้

ทั้งนี้ มีรายงานว่า เมื่อวันที่ 5 – 6 พ.ค. 61 กรมทางหลวง ได้ดำเนินการจัดเก็บป้ายโฆษณา ประชาสัมพันธ์ ที่แขวนติดตั้งโดยไม่ได้รับอนุญาต ในพื้นที่เขต จ.นนทบุรี บนทางหลวง ทล.301 (ถนนกรุงเทพฯ – นนทบุรี) , ทล.304 (ถนนแจ้งวัฒนะ) , ทล.9 (ถนนกาญจนาภิเษก) , ทล.3901 (ถนนคู่ขนานกาญจนาภิเษก ด้านขาออก) , ทล.3902 (ถนนคู่ขนานกาญจนาภิเษก ด้านขาเข้า) และ ทล.345 (ถนนนนทบุรี – ปทุมธานี)

อย่างไรก็ตาม ‘การติดตั้งป้ายโฆษณาต่างๆ ตามสองข้างทางหลวงโดยไม่ได้รับอนุญาต ถือเป็นการกระทำผิด ตามพรบ.ทางหลวง พ.ศ.2535 ซึ่งมีโทษทั้งจำทั้งปรับ’ ผู้ใดพบเห็นป้ายโฆษณาที่มีลักษณะผิดกฎหมายบนทางหลวง สามารถโทรแจ้งได้ที่สายด่วนกรมทางหลวง 1586 โทรฟรี 24 ชม.

ขอบคุณข้อมูล จส.100

ไอเดียแจ่ม!! รีไซเคิลยางรถยนต์จากกองขยะเป็นอุปกรณ์ฟิตเนส

ไอเดียดี เทศบาลนครเชียงใหม่รีไซเคิลยางรถยนต์จากกองขยะเป็นอุปกรณ์ฟิตเนส ส่งเสริมชาวบ้านออกกำลังกายใกล้บ้าน-ลดแหล่งเพาะลูกน้ำยุงลาย

กระแสรักสุขภาพที่กำลังมาแรง ทำให้หลายคนหันมาออกกำลังกายกันมากขึ้น ล่าสุดเทศบาลนครเชียงใหม่ ผุดนวัตกรรมเครื่องออกกำลังกายรีไซเคิลจากยางรถยนต์เหลือใช้ ให้ประชาชนได้ออกกำลังกาย โดยที่ไม่ต้องเสียเงินซื้อเครื่องออกกำลังกายราคาแพงหรือเสียเงินเข้าฟิตเนส

เจ้าหน้าที่ฝ่ายบริการสิ่งแวดล้อม สำนักการสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม เทศบาลนครเชียงใหม่ สาธิตการใช้อุปกรณ์ยืดเหยียดกล้ามเนื้อที่ผลิตจากยางรถยนต์เก่า อุปกรณ์ชิ้นนี้ช่วยในการยืดและสร้างกล้ามเนื้อได้หลายส่วน ทั้ง แขน ขา และ หน้าท้อง สามารถเล่นได้แบบเดี่ยวและกลุ่มแบบ 4 สถานี โดยมีฐานยึดเป็นยางรถยนต์เก่าที่นำมาทำความสะอาด ทาสีใหม่ ใช้หนังยางร้อยยึดกับยางรถยนต์เป็นเชือกใช้ดึง

นอกจากนี้ยังมีกระสอบยางรถยนต์ ที่ใช้ได้ดีไม่แพ้กระสอบทราย โดยใช้ยางรถยนต์มาวางเรียงกันในแนวตั้ง ยึดติดกันด้วยน็อต วางกระสอบบรรจุทรายเป็นตัวฐานถ่วงด้านใน ใช้หลักการแบบตุ๊กตาล้มลุก ทำให้สามารถชกยางรถยนต์ได้โดยที่ไม่มีล้ม ได้อารณ์สนุกไม่แพ้กระสอบทรายทั่วไป นอกจากนี้ยังใช้ดันไปมา เป็นการออกกำลังแขนได้อีกแบบ

นายณัฐฐูเดช วิริยดิลกธรรม รองนายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่ กล่าวว่า หนึ่งในงานของสำนักการสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อมคือการจัดเก็บขยะและงานรีไซเคิล เมื่อเห็นว่ายางรถยนต์เก่าถูกทิ้งมาก จนกลายเป็นแหล่งเพาะพันธ์ลูกน้ำยุงลาย จึงเกิดแนวคิดนำกลับมาใช้ประโยชน์ โดยนำยางรถยนต์จากกองขยะมาดัดแปลงให้เป็นอุปกรณ์ใช้ออกกำลังกาย ใช้งบประมาณในการเจาะ ตัด ทาสี ยึดน็อต แค่เส้นละไม่เกิน 50 บาท ประชาชนได้ใช้ประโยชน์พร้อม ๆ กับเป็นการลดประมาณขยะและแหล่งเพาะพันธ์ยุงลายไปในตัว

อุปกรณ์ออกกำลังกายที่ทำขึ้น เบื้องต้นเปิดให้ประชาชนได้มาใช้บริการฟรี ๆ ที่ศาลาเอนกประสงค์ชุมชนใจแก้ว แขวงกาวิละ อ.เมืองเชียงใหม่ และ หลังจากนี้จะผลิตอุปกรณ์ออกกำลังกายให้มีความหลากหลายมากขึ้น พร้อมเปิดให้บริษัทห้างร้านและประชาชนทั่วไปร่วมบริจาคยางรถยนต์เก่า ให้กับเทศบาลนครเชียงใหม่เพื่อนำกลับใช้ประโยชน์ ดัดแปลงเป็นอุปกรณ์ออกกำลังกาย แจกจ่ายให้กับชุมชนต่าง ๆ ในเขตเทศบาลนครเชียงใหม่ พร้อมเชิญชวนให้ประชาชนมาออกกำลังกายพื่อสุขภาพ

มือมืดทุบเก๋ง ‘วันเฉลิม’ แกนนำกลุ่มผู้เรียกร้องประชาธิปไตยพัทยา

ทุบรถยับ! แกนนำกลุ่มเรียกร้องประชาธิปไตยพัทยา ระบุโดนกลั่นแกล้งทางการเมือง ข่มขู่เข้าร่วมชุมนุมใหญ่ 22 พ.ค.ที่กรุงเทพฯ

วันนี้ (7 พ.ค.) เวลา 15.00 น. ที่ สภ.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี นายวันเฉลิม คนเสน อายุ 31 ปี แกนนำกลุ่มผู้เรียกร้องประชาธิปไตยพัทยา พร้อมครอบครัว เดินทางด้วยรถยนต์เก๋ง ยี่ห้อ ซูซูกิ เซียส สีบรอนด์ ทะเบียน งฉ-6683 ชลบุรี ซึ่งมีสภาพถูกทุบที่ประตูฝั่งซ้ายจนบุบ และร่องรอยของการถูกขูดขีดด้วยของแข็ง และของมีคมจนฝากระโปงหน้ารถเสียหายทั้งหมด เดินทางเข้าพบ พ.ต.อ.ชิตเดชา สองห้อง ผกก. สภ.หนองปรือ เพื่อติดตามความคืบหน้ากรณีรถถูกกลุ่มคนไม่ทราบจำนวนและสาเหตุ พาพวกบุกมาทำร้ายรถยนต์ส่วน ตัวซึ่งจอดไว้ที่หน้าบ้านพักเลขที่ 99/555 ม.เอกมงคล 4 ซอยเขาตาโล ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี จนได้รับความเสียหายในช่วงเช้ามืดของวันที่ 5 พฤษภาคมที่ผ่านมา ซึ่งได้แจ้งความลงบันทึกเป็นหลักฐานไว้แล้ว

นายวันเฉลิม เปิดเผยว่า ตั้งแต่ร่วมกับ “จ่านิว” หรือ นายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ เข้าร่วมชุมนุมเพื่อเรียกร้องประชาธิปไตยที่ริมชายหาดพัทยา เมื่อวันที่ 4 มีนาคมที่ผ่านมา กระทั่งโดนคดีจากเจ้าหน้าที่ตำรวจเกี่ยวกับการชุมนุมทางการเมืองโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งคดีอยู่ในชั้นอัยการและรอเข้าสอบปากคำในวันที่ 10 พ.ค.นี้ ปรากฏว่าหลังจากวันนั้นก็ถูกกลุ่มคนไม่ทราบว่าเป็นใครหรือวัตถุประสงค์ใด คอยติดตามรังควาน และถ่ายรูปตนเองและคนในครอบครัวมาโดยตลอด แต่ก็ไม่ได้แจ้งให้เจ้าหน้าที่ทราบเนื่องจากเกรงว่าจะถูกกล่าวหาว่าเป็นการสร้างเรื่อง

กระทั่งวันที่ 5 พ.ค.ที่ผ่านมาก็ได้เดินทางเข้าร่วมชุมนุมอีกครั้งที่ ม.ธรรมศาสตร์ กทม.จนเสร็จ ก็ขับรถกลับที่พักที่พัทยาในเวลา 04.00 น.โดยจอดรถทิ้งไว้หน้าบ้านเหมือนเคยที่ทำมานานกว่า 4 ปี ปรากฏว่าตอนสายเมื่อออกจากบ้านเพื่อเตรียมไปทำธุระก็พบว่ารถถูกทุบทำลายจนเสียหาย จึงแจ้งให้เจ้าหน้าที่ทราบ แต่ด้วยความร้อนใจด้วยว่าวันที่ 22 พ.ค.นี้จะเดินทางไปชุมนุมใหญ่ที่ กทม.อีกครั้งจึงอยากติดตามความคืบหน้าของคดีว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจมีเบาะแสอย่างใด จึงเดินทางเข้าพบดังกล่าว

นายวันเฉลิม กล่าวต่อไปว่าสำหรับสาเหตุของการถูกทุบทำลายรถครั้งนี้ส่วนตัวแล้วมองว่าเป็นเรื่องการเมือง เพราะที่ผ่านมาทำธุรกิจ และเรื่องส่วนตัวก็ไม่เคยมีปัญหาหรือทะเลาะกับใคร แต่ปัญหาเหล่านี้เกิดขึ้นภายหลังการเปิดตัวเข้าร่วมชุมนุมที่ชายหาดพัทยา และ กทม.จึงมองว่าน่าจะเป็นการข่มขู่ เพื่อไม่ให้เดินทางเข้าร่วมการชุมนุมใหญ่ในวันที่ 22 พ.ค.แน่นอน

ขณะที่ พ.ต.อ.ชิตเดชา สองห้อง ผกก.สภ.หนองปรือ เปิดเผยว่าหลังเกิดเหตุและรับแจ้งก็ได้จัดส่งเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนลงพื้นที่ทันทีเพื่อสืบหาเบาะแส รวมทั้งการประสานเจ้าหน้าที่จากกองวิทยาการเวรมาตรวจพิสูจน์รายละเอียดที่รถผู้เสียหาย ทั้งลายนิ้วมือแฝง และหลักฐานอื่นๆ รวมทั้งการสอบปากคำพยานแวดล้อม และตรวจสอบตามเส้นทางที่มุ่งตรงสู่บ้านพักผู้เสียหายเพื่อตรวจหาผู้ต้องสงสัยที่เข้ามาก่อเหตุ อย่างไรก็ตามขณะนี้ได้ตั้งประเด็นในกรณีดังกล่าวว่า “เป็นการทำให้เสียทรัพย์” ส่วนเรื่องของการเมือง และระยะเวลาในการติดตามจับกุมนั้นเจ้าหน้าที่ก็ทำงานกันอย่างเต็มที่ แต่คงยังไม่สามารถสรุปสาเหตุใดๆได้ จนกว่าจะมีการรวบรวมพยานหลักฐานและจับกุมผู้ก่อเหตุมาสอบปากคำ ซึ่งคงจะใช้ระยะเวลาประมาณหนึ่ง