นักบินพารามอเตอร์ หวังขึ้นบินถ่ายรูป กลับเจอลมกระโชก ค้างอยู่บนต้นไม้นาน 2 ชม.

นักเล่นร่มบิน นำพารามอเตอร์ขึ้นบินถ่ายรูปบรรยากาศ เจอลมกระโชก เตรียมนำเครื่องลงแต่เกิดขัดข้อง ลมพาไปติดบนยอดต้นมะขามเก่าแก่สูงกว่า 25 เมตร นาน 2 ชม.

ช่วงหัวค่ำของวันที่ 6 พฤษภาคม 2561 ทางศูนย์วิทยุกู้ภัยสมาคมสว่างกตัญญูธรรมสถานจันทบุรี ได้รับแจ้งจากประชาชนว่า มีนักเล่นร่มบินพร้อมกับเครื่องพารามอเตอร์ ติดค้างอยู่บนยอดต้นมะขามโบราณ อายุกว่า 100 ปี ด้านหลังตึกแดง ตำบลปากน้ำแหลมสิงห์ อำเภอแหลมสิงห์ จังหวัดจันทบุรี จึงได้ประสานอาสาสมัครกู้ภัยในพื้นที่ออกตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุพบนักบินพารามอเตอร์เป็นชาย อายุประมาณ 30-40 ปี ห้อยตัวอยู่กับกิ่งของต้นมะขามโบราณ ซึ่งมีความสูงจากพื้นขึ้นไปกว่า 20 เมตร เบื้องต้นทางอาสากู้ภัยได้พยายามให้การช่วยเหลือแล้ว แต่ไม่สามารถช่วยเหลือได้ เนื่องจากเวลาดังกล่าวใกล้มืด อีกทั้งยังต้นมะขามมีความสูงมาก รถเครนที่อยู่ในพื้นที่ก็ไม่สามารถนำตัวของนักบินลงมาได้

เวลาผ่านไปนานนักบินร่มบินคนดังกล่าวเริ่มมีอาการอ่อนเพลียและได้รับบาดเจ็บที่หัวเข่า ทางอาสากู้ภัยจึงร้องขอรถกระเช้าขนาดใหญ่ของสำนักงาน ปภ.เขต17 จันทบุรี เพื่อมาช่วยเหลือ โดยระหว่างรอได้นำเครนคันแรกที่หามาให้นักบินได้เหยียบเพื่อพยุงตัวก่อนที่จะหมดแรง เนื่องจากรถเครนต้องเดินทางมาไกลกว่า 50 กิโลเมตร และนักบินร่มบินคนดังกล่าวก็ติดค้างด้านบนเป็นเวลานานร่วม 2 ชั่วโมง

ทั้งนี้เมื่อรถกระเช้ามาถึงจึงได้เร่งนำกระเช้าขึ้นไปช่วยเหลือผู้บาดเจ็บลงมา โดยใช้เวลาประมาณ 10 นาทีก็สามารถช่วยเหลือลงมาได้เป็นผลสำเร็จ ประชาชนที่มามุงดูเหตุการณ์ต่างก็ปรบมือให้กำลังใจกับทีมช่วยเหลือ และทางนักบินร่มบินเองก็ยกมือไหว้ขอบคุณทางทีมงานกู้ภัยและปภ.เขต 17 ตลอดเวลา

จากการตรวจสอบเบื้องต้นนักบินได้รับบาดเจ็บที่บริเวณขา และเริ่มอ่อนเพลียเนื่องจากระยะขั้นตอนในการช่วยเหลือใช้ระยะประมาณร่วม 2 ชั่วโมง ทางอาสากู้ภัยจึงเร่งนำตัวส่งโรงพยาบาลแหลมสิงห์เพื่อรักษาตัว จากการสอบถามผู้เห็นเหตุการณ์ ทราบว่า นักบินร่มบินรายนี้ ซึ่งทราบชื่อภายหลังคือ นายชัชวาลย์ ยิ้มสมิง ได้นำพารามอเตอร์ขึ้นที่บริเวณชายหาดทะเลแหลมสิงห์ ในเวลาประมาณ 16.00 น.

ในขณะที่บินอยู่ในพื้นที่มีลมกระโชกแรงพอสมควร ทางนักบินจึงจะนำเครื่องลงจอด แต่ขณะนำเครื่องลงเครื่องยนต์ของพารามอเตอร์ได้เกิดขัดข้อง ไม่สามารถนำลงได้และด้วยลมที่แรงจึงบังคับร่มผิดทิศทาง ไม่เป็นไปตามพิกัด ก่อนจะไปชนและติดอยู่บนต้นมะขามโบราณดังกล่าว

เตือน! 9-12 พ.ค.ไทยตอนบนมีฝนเพิ่มขึ้น กทม.ฝนตกหนักบางแห่ง

เตือน! 9-12 พ.ค.ประเทศไทยตอนบนมีฝนเพิ่มขึ้น กทม.ฝนตกหนักบางแห่ง ขอให้ประชาชนระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสม

กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า บริเวณประเทศไทยตอนบนมีฝนฟ้าคะนองลดลงในระยะนี้ ส่วนภาคใต้มีฝนเพิ่มขึ้น ขอให้ประชาชนบริเวณภาคใต้ระวังอันตรายจากฝนฟ้าคะนองไว้ด้วย ช่วงวันที่ 9 – 12 พ.ค. บริเวณความกดอากาศสูงจากประเทศจีนจะแผ่ลงมาปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนและทะเลจีนใต้

ประกอบกับมีลมตะวันออกเฉียงใต้พัดนำความชื้นเข้ามาปกคลุมประเทศไทยตอนบน ทำให้ประเทศไทยตอนบนมีฝนเพิ่มขึ้น และมีฝนตกหนักบางแห่ง สำหรับลมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามันและภาคใต้จะมีกำลังแรงขึ้นในช่วงวันที่ 7-12 พ.ค. ทำให้ภาคใต้มีเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักบางแห่ง

ข้อควรระวัง ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสม และขอให้ประชาชนบริเวณภาคใต้ระวังอันตรายจากฝนตกหนักไว้ด้วย

ภาคเหนือ ในช่วงวันที่ 6 – 8 พ.ค. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 30-40 ของพื้นที่ ส่วนในช่วงวันที่ 9 – 12 พ.ค. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60-70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 22-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-25 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ในช่วงวันที่ 6 – 8 พ.ค. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 30-40 ของพื้นที่ ส่วนในช่วงวันที่ 9 – 12 พ.ค. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60-70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-37 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-25 กม./ชม.

ภาคกลาง ในช่วงวันที่ 6 – 8 พ.ค. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 30-40 ของพื้นที่ ส่วนในช่วงวันที่ 9 – 12 พ.ค. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60-70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-25 กม./ชม.

ภาคตะวันออก ในช่วงวันที่ 6 – 8 พ.ค. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 30-40 ของพื้นที่ ส่วนในช่วงวันที่ 9 – 12 พ.ค. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60-70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูง 1-2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) ในช่วงวันที่ 7 – 12 พ.ค. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร อุณหภูมิต่ำสุด 22-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-35 องศาเซลเซียส

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) ในช่วงวันที่ 7 – 12 พ.ค.มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60-70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-35 องศาเซลเซียส

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ในช่วงวันที่ 6 – 8 พ.ค. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 30-40 ของพื้นที่ ส่วนในช่วงวันที่ 9 – 12 พ.ค. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60-70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-25 กม./ชม. อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-35 องศาเซลเซียส

อ.เจษฎา ยันผงชูรสไม่ใช่สารพิษ ชี้กินแล้วผมร่วมเป็นมะเร็งแค่ความเชื่อผิด ๆ

อ.เจษฏา ออกมาโพสต์ยืนยัน ‘ผงชูรส’ ไม่ใช่สารพิษ ชี้เรื่องทำให้ผมร่วงหรือเป็นมะเร็งเป็นแค่ความเชื่อที่พูดต่อกันมา

วันที่ 6 พฤษภาคม 2561 รศ. ดร.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ อาจารย์ประจำภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้แชร์วิดีโอผ่านเฟซบุ๊ก Jessada Denduangboripant พร้อมระบุข้อความว่า

‘คลิปนี้ทำได้เคลียร์ดีทีเดียว อธิบายว่า “ผงชูรสไม่ใช่สารพิษอะไร” มันเป็นเครื่องปรุงรสอาหารเท่านั้น องค์ประกอบก็แค่ โซเดียม กับ กรดอะมิโนกลูตามิค (หรือแปลง่าย ๆ ว่า เป็นเกลือของโปรตีน) ซึ่งไม่ใช่สารพิษอะไร ถ้าไม่ได้ต้องควบคุมโซเดียม (เช่น ความดันสูง) หรือกินมากจนเกินไป ก็ไม่ได้ต้องกลัวกัน… ที่เคยกลัวกันว่าจะทำให้ผมร่วงหรือเป็นมะเร็งนั้น มันแค่ความเชื่อตาม ๆ กันมากอย่างผิด ๆ เอง’

อย่างไรก็ตาม คลิปดังกล่าวอธิบายถึงสาเหตุที่ผงชูรสถูกมองว่าเป็นส่วนประกอบที่ส่งผลกระทบต่อร่างกาย เริ่มต้นจากสหรัฐฯ ที่มีต่อร้านอาหารจีน จนกลายเป็นจุกเริ่มต้นที่ทำให้ทฤษฎีดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไป และกลายเป็นค่านิยมที่เชื่อต่อกันมาโดยที่ไม่มีผลวิจัยรองรับ