กฟผ. ยันสารเคมีรั่วที่โรงไฟฟ้าแม่เมาะไม่ใช่ ‘สารไซยาไนด์’

กฟผ. ยันเหตุสารเคมีรั่วที่โครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าแม่เมาะทดแทน ‘ไม่ใช่สารไซยาไนด์’ ตามที่เป็นข่าว แต่เป็นกรดไฮโดรคลอริค (HCL) หรือกรดเกลือ

หลังจากช่วงเช้าจนที่มีกระแสข่าวออกมาว่าที่บริเวณสถานที่ก่อสร้างโรงไฟฟ้าทดแทนที่4-7 ซึ่งตั้งอยู่ทางด้านทิศใต้ติดกับโรงไฟฟ้าแม่เมาะเครื่องที่ 13 ภายในบริเวณโรงไฟฟ้าแม่เมาะ เกิดสารพิษรั่วไหลทำให้คนงานที่เข้าไปทำงานวันนี้ บางคนเกิดอาการแพ้ จากนั้นทางโรงไฟฟ้าได้ให้คนงานทั้งหมดอพยพออกจากบริเวณสถานที่ทำงานตามแผนฉุกเฉิน ซึ่งก่อนหน้านี้ได้ระบุว่าสารที่รั่วไหลออกมาคือ ก๊าซไฮโดรเจน ไซยาไนต์ ซึ่งเป็นยาพิษ โดยล่าสุดสถานการณ์กลับสู่ภาวะปกติ และไม่มีผู้ได้รับอันตรายแต่อย่างใด

ขณะที่นายศานิต นิยมาคม ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์การ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ชี้แจงถึงกรณีที่ช่วงเช้าวันที่ 6 พฤษภาคม 2561 กรณีมีสื่อมวลชนบางแห่ง นำเสนอข่าวว่า เกิดเหตุสารไซยาไนด์รั่วภายในบริเวณสถานที่ก่อสร้างโรงไฟฟ้าแม่เมาะทดแทน เครื่องที่ 4-7 และมีการอพยพคนงานออกจากพื้นที่ดังกล่าว

โดย กฟผ. ขอเรียนชี้แจงข้อเท็จจริงว่า สารเคมีดังกล่าวไม่ใช่สารไซยาไนด์ ทั้งนี้ ภายหลังเกิดเหตุกรดไฮโดรคลอริคที่ใช้ปรับสภาพน้ำที่ใช้ในกระบวนการผลิตไฟฟ้ามีการรั่วซึม ได้ดำเนินการตามมาตรการความปลอดภัยเร่งด่วนจนสถานการณ์คลี่คลายกลับเข้าสู่สภาวะปกติเรียบร้อย โดยเจ้าหน้าที่และคนงานกลับเข้าไปปฏิบัติงานได้ตามปกติแล้ว พร้อมยืนยันว่าไม่มีผู้ได้รับอันตรายจากเหตุการณ์ดังกล่าว

ที่มา กฟผ. การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย

กฟภ. ลุยจัดระเบียบสายเคเบิ้ล จ.ระยอง เพื่อความเรียบร้อย ปลอดภัย

กฟภ.ระยอง,รัฐวิสาหกิจสายสื่อสาร จ.ระยอง และภาคเอกชนบูรณาการจัดระเบียบสายสื่อสารตามแนว ถ.สุขุมวิท อ.เมืองระยอง เพื่อปรับภูมิทัศน์ สร้างความปลอดภัย เป็นระเบียบเรียบร้อย สวยงาม

วันนี้ (6 พ.ค.61) นายภาณุ ศิริล้น ผู้จัดการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดระยอง กล่าวว่า กฟภ.ระยอง (PEA )และรัฐวิสาหกิจสายสี่อสาร จ.ระยอง พร้อมด้วยหน่วยงานภาคเอกชน ที่ติดตั้งสายสื่อสารทั้งหมดร่วมบูรณาการและปรับปรุงสายสื่อสารทุกค่ายที่ติดตั้งตามแนวถนนสุขุมวิท ตั้งแต่ ร.ร.วัดป่าประดู่ ถึง บริเวณทางโค้งระยองราม่า(เก่า) เพื่อให้เกิดภูมิทัศน์ให้สวยงามเรียบร้อย และปลอดภัย จัดระเบียบสายสื่อสารตามแนวถนนสุขุมวิท อ. เมืองระยอง

ทั้งนี้ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดระยองมีแผนในการดำเนินการจัดระเบียบสายสื่อสารตามถนนสายต่างๆ ตลอดเดือนพฤษภาคม 2561

ดึงเอกลักษณ์สินค้าไทย ผลักดันหมู่บ้านผ้าไหมสุรินทร์ เป็นที่เที่ยวแห่งใหม่

หมู่บ้านทอผ้าไหมยกทองโบราณบ้านท่าสว่าง หมู่บ้าน OTOP เพื่อการท่องเที่ยว ต.ท่าสว่าง อ.เมือง จ.สุรินทร์

นายสรสาสน์ สีเพ็ง พัฒนาการจังหวัดสุรินทร์ กล่าวว่า บ้านท่าสว่าง เป็นหมู่บ้าน OTOP เพื่อการท่องเที่ยวเชิงหัตถกรรมผ้าไหมแห่งเดียวของประเทศ เมื่อปี 2553 เพื่อสร้างอาชีพ สร้างรายได้ จากการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว การพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้มีอัตลักษณ์โดดเด่น เป็นสินค้าที่ระลึกที่เป็นเอกลักษณ์ของท้องถิ่น รวมถึงได้สร้างกระบวนการมีส่วนร่วมของคนในชุมชน ก่อให้เกิดรายได้จากการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ OTOP ของชุมชน และการให้บริการนักท่องเที่ยว

ปี 2554 บ้านท่าสว่าง พัฒนาเป็น “หมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงต้นแบบ” โดยน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 มาเป็นหลักในการพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนและส่งเสริมให้ทุกชุมชนสามารถพึ่งพาตนเองได้ ในปี 2560 บ้านท่าสว่าง ได้รับงบประมาณจากกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง 1 โครงการพัฒนาศักยภาพการท่องเที่ยวที่มีคุณภาพและได้มาตรฐานสร้างคุณค่าสู่สากล และได้รับงบประมาณพัฒนาเป็นหมู่บ้านสัมมาชีพชุมชม ด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ไหม

ผลิตภัณฑ์ OTOP ที่มีความโดดเด่นเป็นอัตลักษณ์ของชุมชน ได้แก่ ผ้าไหมยกทอง เป็นผ้ายกทองชั้นสูง ลายแบบราชสำนักไทยโบราณ ความโดดเด่นเป็นผ้าทอมือสร้างลายต่างๆ ที่มีความงดงาม มีตะกอตั้งแต่ 350 ตะกอ ถึง 1,416 ตะกอ ต้องใช้ช่างทอประจำกี่แต่ละกี่ 4 คนขึ้นไป ผ้าไหมแต่ละผืนทอจากเส้นไหม ที่ย้อมจากสีธรรมชาติยกเป็นลวดลายต่างๆ ตามจินตนาการ ไม่มีจำหน่ายในท้องตลาด

cof

เมื่อปี 2546 บ้านท่าสว่างได้ทอเสื้อผ้าไหมให้แก่ผู้นำกลุ่มเอเปค และทอเป็นผ้าคลุมไหล่ถวายเป็นของขวัญที่ระลึกแด่พระราชอาคันตุกะนานาประเทศที่เสด็จพระราชดำเนิน มาร่วมงานฉลองครองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี นอกจากนี้บ้านท่าสว่างยังผลิตผ้าไหมมัดหมี่ รวมถึงลายประยุกต์ใหม่ๆ ตั้งแต่ 2 – 34 ตะกอ เช่น ผ้าลายอัมปรม ลายโฮล ผ้าพื้นบ้าน เป็นต้น และได้รับการคัดสรรผลิตภัณฑ์หนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ ระดับสี่ดาวและห้าดาว

พัฒนาการจังหวัดสุรินทร์ กล่าวด้วยว่า ในโอกาสที่นายกรัฐมนตรี ตรวจราชการที่บ้านท่าสว่าง ในวันที่ 7 พฤษภาคม 2561 จะนำเสนอพิพิธภัณฑ์หมู่บ้านท่าสว่าง ที่รวบรวมผลิตภัณฑ์ผ้าไหมและภูมิปัญญา ในการทอผ้าไหมตั้งแต่ยุคโบราณจนถึงปัจจุบัน รวมทั้งวัฒนธรรมที่มีความหลากหลายและเป็นเอกลักษณ์เฉพาะ และตลาดประชารัฐคนไทยยิ้มได้ ที่บ้านท่าสว่างแห่งนี้