กรณ์โพสต์แล้ว! หลังลูกเลี้ยงถูกจับคดียา ยันปล่อยไปตามขั้นตอนกฎหมาย

กรณ์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ขอโทษแทนติ๊งลูกเลี้ยง หวังสังคมจะให้โอกาส ยืนยันปล่อยให้ทุกอย่างเป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมาย

จากกรณีที่ นายพันธิตร หรือติ๊ง มหาเปารยะ อายุ 26 ปี ตกเป็นผู้ต้องหาคดียาเสพติด ซึ่งผู้ต้องหานั้นเป็นบุตรชายของ นางวรกร จาติกวณิช ภรรยาของ นายกรณ์ จาติกวณิช อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และอดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ล่าสุดรายงานข่าวระบุว่า ศาลอาญากรุงเทพใต้ ได้มีคำสั่งให้ประกันตัว นายพันธิตรแล้ว

คลิกอ่านข่าว >>> ให้ประกัน ติ๊ง พันธิตร มหาเปารยะ ลูกเลี้ยง กรณ์ จาติกวณิช คดีพกโคเคน

ติ๊งค์ พันธิตร มหาเปารยะ, กรณ์ จาติกวณิช

ล่าสุด (4 พ.ค. 61) นายกรณ์ จาติกวณิช อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง โพสต์ข้อความลงในแฟนเพจ Korn Chatikavanij  ขอบคุณทุกกำลังใจที่ส่งมายังตนและภรรยา พร้อมขอโทษแทนติ๊ง และหวังว่าสังคมจะให้โอกาส ยืนยันปล่อยให้ทุกอย่างเป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมาย

ข้อความทั้งหมดระบุไว้ดังนี้ …

ต้องขอบคุณทุกกำลังใจที่ส่งมาให้ผมและภรรยานะครับ ในฐานะคนในครอบครัวเดียวกัน ในเมื่อติ๊งได้ออกมาขอโทษและให้คำมั่นว่าจะปรับปรุงตัวเอง เราก็ต้องให้โอกาสและความช่วยเหลือ นอกจากนั้นก็คือปล่อยให้ทุกอย่างเป็นไปตามขั้นตอนกฎหมายตามปกติ เมื่อคืนเขาก็นอนในห้องขังอยู่หนึ่งคืน คงจะได้คิดอะไรบ้าง และเท่าที่ทราบเจ้าตัวเขาก็ให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจโดยดี วันนี้หากศาลกรุณาเราก็คงไปประกันตัวเขาออกมาและรอฟังคำสั่งศาลต่อไป

ในฐานะที่ติ๊งเป็นสมาชิกคนหนึ่งในครอบครัว ผมอยากจะขอโทษแทนน้องเขา บทเรียนครั้งนี้น่าจะทำให้เขาโตขึ้น และหวังว่าสังคมจะให้โอกาสเขาในอนาคต หลังจากกระบวนการทางกฏหมายต่างๆ สิ้นสุดแล้ว หากมีข้อเสนอแนะใด ที่ผมในฐานะพ่อเลี้ยงและหัวหน้าครอบครัวคนหนึ่งพึงกระทำอีก ผมพร้อมเปิดใจรับฟังนะครับ ด้วยความขอบคุณ

ไฟไหม้ ‘ไดโนเสาร์ แพลนเน็ต’ จนท.ควบคุมเพลิงได้แล้ว

เกิดเหตุเพลิงไหม้ที่ไดโนซอร์ แพลนเน็ต ช่วงซอยสุขุมวิท 22 เจ้าหน้าดับเพลิงเข้าถึงจุดเกิดเหตุแล้ว เบื้องต้นมีรายงานว่าสามารถควบคุมเพลิงไหม้ได้แล้ว

เมื่อเวลา 15.00 น. วันนี้ (4 พ.ค.61) ผู้สื่อข่าวรายงานเกิดเหตุเพลิงไหม้ที่ไดโนซอร์ แพลนเน็ต ช่วงซอยสุขุมวิท 22 ถ.สุขุมวิท เขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร เป็นอาคารที่อยู่ระหว่างการรื้อถอน ขณะนี้เจ้าหน้าดับเพลิงเข้าถึงจุดเกิดเหตุแล้ว เบื้องต้นยังไม่มีรายงานผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิต

ต่อมาเวลา 15.23 น. จส.100 รายงานว่า เหตุเพลิงไหม้ดังกล่าวขณะนี้สามารถควบคุมเพลิงไว้ได้แล้ว

สำหรับ “Dinosaur Planet” เป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ ตั้งอยู่บนพื้นที่กว่า 12,000 ตร.ม บริเวณ ดิ เอ็มสเฟียร์ของ ดิ เอ็มดิสทริค ใจกลางกรุงเทพมหานคร ระหว่างซอยสุขุมวิท 22 และซอยสุขุมวิท 24 เปิดให้บริการเมื่อวันที่ 25 มีนาคม 59 ก่อนจะเกิดเหตุไฟไหม้ชิงช้าสวรรค์ เมื่อเดือนเมษายน ปี 59

@maimhai1

ขอบคุณภาพและข้อมูล จส.100,@adventurousTH

นาทีระทึก! ล้อรถบรรทุกหลุดข้ามเลนพุ่งชนรถกระบะ

หนุ่มขับรถกระบะอยู่ดีๆ สิบล้อวิ่งสวนมา ล้อหลุดกลิ้งมาโดนตัวรถ โชคดีไม่มีใครได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต 

ภาพจากกล้องหน้ารถยนต์กระบะของนายกัมพล กุณะ บันทึกวินาทีขณะที่ล้อรถยนต์ขนาดใหญ่ หลุดกลิ้งข้ามเลนมากลางถนน พุ่งเข้าชนหน้ารถยนต์กระบะของเขาอย่างแรง จนทำให้รถเสียหาย ก่อนจะกลิ้งไปชนเสารั้วลวดหนามของชาวบ้านล้มอีกสองต้น เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม ที่ผ่านมา บนถนนเชียงใหม่-ฮอด บริเวณบ้านห้วยม่วง ตำบลแม่สอย อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่

นายกำพล เล่าว่า ขณะเกิดเหตุกำลังเดินทางไปติดตั้งงานสแตนเลสให้กับลูกค้าที่อำเภอฮอด จ.เชียงใหม่ ขณะขับขับรถมุ่งหน้าไปทางอำเภอฮอด ผ่านบริเวณดังกล่าวได้มีทั้งรถบรรทุกและรถยนต์ขับสวนกันไปมาหลายคัน ปรากฏว่ามีล้อรถบรรทุกขนาดใหญ่กลิ้งมาจากอีกฝั่งถนน ข้ามเลนมา

ตนเห็นก่อนจึงพยายามขับรถหลบ แต่ล้อกลิ้งมาด้วยความเร็ว พุ่งชนหน้ารถด้านซ้าย โชคดีที่ไม่พุ่งชนด้านคนขับ เมื่อจอดรถดูพบว่าไฟด้านหน้ารถแตกเสียหาย ส่วนล้อรถกลิ้งไปติดคารั้วและทำให้เสารั้วลวดหนาวของชาวบ้านหัก 2 ต้น

หลังจากถ่ายรูปเก็บหลักฐานเสร็จ ตนและชาวบ้านจึงช่วยกันยกล้อรถคันดังกล่าวไปเก็บ ซึ่งพบว่าล้อรถมีน้ำหนักเกือบ 80 กิโลกรัม ต่อมาตนจึงนำ Memory Card จากกล้องหน้ารถมาเปิด พบว่าก่อนเกิดเหตุ มีรถบรรทุกสีน้ำเงินขับสวนรถตน หลังจากนั้นจึงนำคลิบวีดีโอดังกล่าวโพสต์ที่เฟซบุ๊กของตนเพื่อตามหาคนขับรถบรรทุกคันดังกล่าว

ล่าสุด เจ้าของบ้านที่เสารั้วลวดหนามเสียหาย แจ้งว่าคนขับรถบรรทุกคนดังกล่าว ได้ติดต่อกลับมาเพื่อชดใช้ความเสียหายและทราบจากคนขับว่าว่ารถบรรทุกคันดังกล่าวล้อหายไปถึง 2 ล้อ

เห็นการณ์ที่เกิดขึ้นถือว่าเป็นความโชคดี เนื่องจากขณะที่ล้อรถบรรทุกวงดังกล่าวหมุนข้ามฝั่งมา ตนได้เห็นก่อนและได้ขับรถหักหลบ ประกอบกับขณะนั้นตนขับรถช้า ไม่เช่นนั้นอาจทำให้เกิดอุบัติเหตุรถพลิกคว่ำได้