แนะพกร่มติดตัว! อุตุฯ ชี้ทั่วไทยยังมีฝนฟ้าคะนอง-ตกหนักบางพื้นที่

อุตุ เผย ภาคเหนือ อีสาน ฝนตกหนักบางพื้นที่ ภาคกลาง ตะวันออก ใต้มีฝนฟ้าคะนอง กทม.60%

วันนีี้(4 พ.ค.) พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า บริเวณภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีฝนตกหนักบางพื้นที่ สำหรับภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ยังคงมีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้นได้ ขอให้ประชาชนในบริเวณภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสมไว้ด้วย

บริเวณความกดอากาศสูงจากประเทศจีนปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนและทะเลจีนใต้ ประกอบกับมีคลื่นกระแสลมตะวันตกเคลื่อนเข้ามาปกคลุมภาคเหนือ ในขณะที่มีลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้พัดปกคลุมภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยมีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้น โดยมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

ภาคเหนือ มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดลำพูน ลำปาง พะเยา แพร่ น่าน อุตรดิตถ์ พิษณุโลก เพชรบูรณ์ พิจิตร สุโขทัย กำแพงเพชร และตาก อุณหภูมิต่ำสุด 21-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-37 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10 25 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดเลย หนองบัวลำภู หนองคาย อุดรธานี บึงกาฬ สกลนคร นครพนม ชัยภูมิ ขอนแก่น นครราชสีมา และกาฬสินธุ์ อุณหภูมิต่ำสุด 23-24 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 34-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-25 กม./ชม.

ภาคกลาง มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดนครสวรรค์ อุทัยธานี ชัยนาท สุพรรณบุรี กาญจนบุรี และราชบุรี อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-35 องศาเซลเซียส ลมใต้ ความเร็ว 10-25 กม./ชม.

ภาคตะวันออก มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา
ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูง 1-2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัด ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง และสงขลา อุณหภูมิต่ำสุด 22-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม/ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูง 1-2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดกระบี่ ตรัง และสตูล
อุณหภูมิต่ำสุด 21-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูง 1-2 เมตร

สำหรับกรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 25-26 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส ลมใต้ ความเร็ว 10-25 กม./ชม.

ไทย-ญี่ปุ่น หารือ โครงรถไฟความเร็วสูงเชื่อม ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา

กรรมการผู้อำนวยการและหัวหน้าเจ้าหน้าที่บริหารธนาคารเพื่อความร่วมมือระหว่างประเทศแห่งญี่ปุ่น (JBIC) เข้าเยี่ยมคารวะรองนายกรัฐมนตรี

วันที่ 3 พฤษภาคม 2561 เวลา 10.00 น. นายทะดะชิ มะเอะดะ (Mr.Tadashi Maeda) กรรมการผู้อำนวยการและหัวหน้าเจ้าหน้าที่บริหารธนาคารเพื่อความร่วมมือระหว่างประเทศแห่งญี่ปุ่น (JBIC) เข้าเยี่ยมคารวะนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ณ ห้องรับรองของรองนายกรัฐมนตรี ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล สรุปสาระสำคัญดังนี้

รองนายกรัฐมนตรีและประธานบริหาร JBIC หารือถึงข้อเสนอของญี่ปุ่น ในการดำเนินโครงการพัฒนารถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 ท่าอากาศยาน (ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา) โดยเป็นความร่วมมือระหว่างญี่ปุ่นกับจีนในประเทศที่สาม ซึ่งจะสอดรับกับนโยบาย Belt and Road Initiative ของจีน และ Free and Open Indo-Pacific ของญี่ปุ่น ซึ่งรองนายกรัฐมนตรียินดีอย่างยิ่งต่อข้อเสนอดังกล่าว เพราะความร่วมมือดังกล่าวหากสำเร็จเป็นรูปธรรมจะทำให้เกิดผลประโยชน์อย่างมหาศาลต่อทั้งไทย ญี่ปุ่น และจีน

โอกาสนี้ ทั้งสองฝ่ายได้หารือถึงการเป็นประธานการประชุมสุดยอด ACMECS ของไทยในปีนี้ ซึ่งรองนายกรัฐมนตรียินดีที่ทราบว่า ญี่ปุ่นจะส่งผู้แทนระดับสูงมาเข้าร่วมในการประชุมดังกล่าว และหวังว่าญี่ปุ่นจะเข้ามามีบทบาทมากขึ้นในการพัฒนา CLMVT ซึ่งทั้งสองฝ่ายต่างเห็นตรงกันว่า CLMVT เป็นกลุ่มประเทศที่มีศักยภาพทางเศรษฐกิจและมีการอัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจที่สูงมาโดยตลอด หากญี่ปุ่นเข้ามามีบทบาทสำคัญ โดยเฉพาะการสร้างความเชื่องโยง จะทำให้ญี่ปุ่นสามารถต่อยอดความร่วมมือไปสู่ระดับอาเซียนได้

ยะลานำร่องการตลาดทุเรียนแช่แข็ง Freeze Dry สร้างมูลค่าเกษตรกร

จ.ยะลา นำร่องการตลาดทุเรียนแช่แข็ง Freeze Dry ดึงบริษัทยักษ์ใหญ่ดูความพร้อมโรงงานแปรรูป สร้างมูลค่าเกษตรกร

วันนี้ (3 พ.ค. 61) นายนิอันนุวา สุไลมาน พาณิชย์จังหวัดยะลา ได้นำผู้ประกอบการ จากบริษัทยักษ์ใหญ่ ควีน โฟรเซ่น ฟรุต จำกัด ผู้ส่งออกทุเรียนแช่แข็งรายใหญ่ระดับประเทศ จีน อเมริกา และโซนยุโรป นำโดยนายจิระ พยุงภร ผู้จัดการ บริษัท ควีน โฟรเซ่น ฟรุต จำกัด นายธนะสิทธิ์ รัฐประเสริฐ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท ควีน โฟรเซ่น ฟรุต จำกัด และคณะลงพื้นที่อำเภอบันนังสตาและอำเภอธารโต เยี่ยมชมความพร้อมของโรงงานแปรรูปผลิตผลทางการเกษตรครบวงจร Freeze Dry (อบแห้ง) และ Cool Room (แช่แข็ง) 2 แห่ง เพื่อแนะนำแนวทาง กระบวนการผลิต ในการสร้างมูลค่าเพิ่ม การแปรรูปผลไม้ในพื้นที่จังหวัดยะลา โดยเฉพาะทุเรียน

ซึ่งในขณะนี้ทุเรียนในพื้นที่จังหวัดยะลากำลังอยู่ในช่วงตั้งติดผล และจะออกสู่ท้องตลาดในช่วงเดือนสิงหาคม ถึงกันยายน คาดว่าไม่ต่ำกว่า 38,000 ตัน โดยมีนายซาอุดี เซ็งกะแซร์ นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการ สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดยะลา เกษตรกรทุเรียนแปลงใหญ่ เข้าร่วมรับฟังแนวทางการสร้างมูลค่าของทุเรียน

นายจิระ พยุงภร ผู้จัดการ บริษัท ควีน โฟรเซ่น ฟรุต จำกัด เปิดเผยว่า จากการตรวจความพร้อมของของโรงงานแปรรูปผลิตผลทางการเกษตรครบวงจร Freeze Dry (อบแห้ง) และ Cool Room (แช่แข็ง) 2 แห่ง ที่อำเภอบันนังสตาและอำเภอธารโต ขณะนี้ มีความพร้อม 80 เปอร์เซ็นต์ ทั้งเครื่องมือ อุปกรณ์ เหลือเพียงการปรับ ตกแต่งสถานที่เพียงเล็กน้อย สำหรับเครื่อง Freeze Dry เป็นเทคโนโลยีการทำแห้งเยือกแข็งแบบสุญญากาศ หรือ “ฟรีซดราย” (Freeze dried Technology) การทำให้แห้ง (Dehydration) ด้วยการแช่เยือกแข็ง (Freezing) ทำให้น้ำเปลี่ยนสถานะเป็นผลึกน้ำแข็งก่อน แล้วจึงลดความดันเพื่อให้ผลึกน้ำแข็งระเหิด (Sublimation) เป็นไอ ด้วยการลดความดันให้ต่ำกว่าบรรยากาศปกติ ข้อดีของเครื่อง Freeze Dry สามารถแปรรูปสินค้า เก็บได้นาน และเพิ่มมูลค่าให้ สูงขึ้น ปัจจุบันทุเรียน Freeze Dry เกรด A ราคาอยู่ที่ กิโลกรัมละ 1,400-1,500 บาท

สำหรับในพื้นที่จังหวัดยะลา มีพืชเศรษฐกิจที่ความโดดเด่นหลายชนิด อาทิ ทุเรียน กล้วยหิน มังคุด เงาะ จำปาดะ แต่ยังขาดในเรื่องของการดูแล คุณภาพของผลผลิต เนื่องจากลักษณะพื้นที่ปลูกเป็นภูเขาทำให้มีราคาที่ตกต่ำ ซึ่งการสร้างโรงงานขนาดเล็ก เครื่อง Freeze Dry เป็นการนำเอาผลผลิตที่ล้นตลาด และผลผลิตที่มีตำหนิ เช่น ทุเรียนกระรอกเจาะ ทุเรียนหนอนรู มาผ่านกระบวนการแช่แข็ง อบแห้ง สามารถเก็บได้นานถึง 2 ปี สร้างมูลค่าผลผลิตให้กับพี่น้องชาวเกษตรกรในพื้นที่ได้ ซึ่งประชาชนในพื้นที่จะได้รับประโยชน์ในด้านมีความรู้ ความชำนาญ ในการแปรรูปมากยิ่งขึ้น ชาวบ้านในพื้นที่ได้มีงานทำ

จังหวัดยะลา ได้ดำเนินการก่อสร้างโรงงานแปรรูปผลิตผลทางการเกษตรครบวงจร Freeze Dry (อบแห้ง) และ Cool Room (แช่แข็ง) จำนวน 3 แห่ง มีพื้นที่ขนาด 450 ตารางเมตร ในพื้นที่อำเภอบันนังสตา บ้านคอกช้าง ตำบลแม่หวาด อำเภอธารโต และตำบลอัยเยอร์เวง อำเภอเบตง สามารถรองรับผลผลิตทุเรียนได้ 15 ตันต่อวัน ทั้งนี้ เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมในการบริหารจัดการ (การตลาด นำการผลิต) รองรับผลผลิตของพี่น้องเกษตรกร ทั้งทุเรียน มังคุด เงาะ กล้วยหิน และสินค้าทางการเกษตร เช่น ผักต่าง ๆ เพื่อสร้างมูลค่าสินค้าทางการเกษตร ประชาชนมีงานทำ เกษตรกรมีรายได้เพิ่ม สร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชน

ที่มา สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดยะลา