ปรากฎการณ์ “ดาวพฤหัสฯใกล้โลกที่สุดในรอบปี” เห็นได้ด้วยตาเปล่าทั่วประเทศ 9 พ.ค. นี้

สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ หรือ สดร. เชิญชมปรากฎการณ์ “ดาวพฤหัสบดีใกล้โลกที่สุดในรอบปี” วันที่ 9 พฤษภาคมนี้ สังเกตได้ด้วยตาเปล่าทุกพื้นที่ทั่วประเทศ

นายศรัณย์ โปษยะจินดา ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ สดร. กล่าวว่า สดร. ขอเชิญชมปรากฎการณ์ “ดาวพฤหัสบดีใกล้โลกที่สุดในรอบปี” วันที่ 9 พฤษภาคม โดยดาวพฤหัสบดีจะโคจรมาอยู่ในตำแหน่งตรงข้ามกับดวงอาทิตย์ ถือว่าอยู่ในตำแหน่งใกล้โลกมากที่สุดในรอบปี ช่วงรุ่งเช้าวันที่ 9 พฤษภาคม เวลาประมาณ 07.10 น. (ตามเวลาประเทศไทย) ซึ่งดาวพฤหัสบดีจะปรากฏบนท้องฟ้ายาวนานตลอดคืนตั้งแต่ดวงอาทิตย์ตกดินจนถึงรุ่งเช้า สว่างสุกใส สังเกตเห็นได้ด้วยตาเปล่าทุกพื้นที่ทั่วประเทศอย่างชัดเจนทางทิศตะวันออกเฉียงใต้

โดนในวันที่ 9 พฤษภาคม ดาวพฤหัสบดีจะขึ้นจากขอบฟ้าทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ บริเวณกลุ่มดาวคันชั่งตั้งแต่เวลาประมาณ 19.00 น. (ตามเวลาประเทศไทย) สามารถสังเกตเห็นดาวพฤหัสบดีด้วยตาเปล่าอย่างชัดเจนและจะตกลับขอบฟ้าทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ เวลาประมาณ 06.00 น. ในเช้าวันที่ 10 พฤษภาคม หากสังเกตด้วยกล้องสองตาหรือกล้องโทรทรรศน์ขนาดเล็กจะเห็นดวงจันทร์บริวารหลักทั้ง 4 ดวงของดาวพฤหัสบดี เรียกว่า “ดวงจันทร์ของกาลิเลียน” คือ ไอโอ ยูโรปา แกนิมีด และคัลลิสโต รวมถึงแถบเมฆบนดาวพฤหัสบดีด้วย แต่หากใช้กล้องโทรทรรศน์ที่มีหน้ากล้องตั้งแต่ 8 นิ้ว กำลังขยายตั้งแต่ 50 เท่าขึ้นไป จะมองเห็นจุดแดงใหญ่บนดาวพฤหัสบดีอย่างชัดเจน โดยคืนวันที่ 9 พฤษภาคม จะสังเกตเห็นจุดแดงใหญ่ได้ตั้งแต่เวลาประมาณ 19.00 – 20.00 น. แล้วจะปรากฏอีกครั้งในเวลาประมาณ 02.00 – 06.00 น. ของวันที่ 10 พฤษภาคม

ทั้งนี้นายศรัณย์ โปษยะจินดา ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ สดร. กล่าวย้ำว่า ตามปกติแล้วดาวพฤหัสบดีจะโคจรมาอยู่ในตำแหน่งตรงข้ามดวงอาทิตย์หรือใกล้โลกมากที่สุดเป็นประจำทุกปี ครั้งล่าสุดเมื่อวันที่ 8 เมษายน 2561 และครั้งต่อไปในวันที่ 10 มิถุนายน 2562 ขนาดปรากฏของดาวพฤหัสบดีช่วงที่โคจรมาใกล้โลกในแต่ละปีมีความแตกต่างกันไม่มากนัก เนื่องจากดาวพฤหัสบดีอยู่ไกลจากโลกค่อนข้างมาก ทั้งนี้ ในวันดังกล่าวยังมีปรากฏการณ์สุริยุปราคาบนดาวพฤหัสบดีด้วย โดยดวงจันทร์ยูโรปาจะโคจรผ่านหน้าดาวพฤหัสบดีเกิดเป็นปรากฏการณ์สุริยุปราคาบนดาวพฤหัสบดี ช่วงเวลาประมาณ 18.20 – 20.36 น. จึงเป็นอีกหนึ่งปรากฏการณ์ที่น่าติดตามอย่างมาก ถือเป็นโอกาสดีที่เยาวชนและประชาชนจะเรียนรู้ดาราศาสตร์นอกห้องเรียน

ไอเดียดี แม่บ้านขอนแก่นเปลี่ยนที่นาทำร้านกาแฟนั่งชิลดูดนักท่องเที่ยว

แม่บ้านชาวอำเภออุบลรัตน์ จังหวัดขอนแก่น เปลี่ยนที่นาหันมาทำร้านอาหารและร้านกาแฟริมเขื่อนอุบลรัตน์ ท่ามกลางธรรมชาติขุนเขาและผืนน้ำและราคาไม่แพง

ที่บริเวณบ้านแก่งศิลา ตำบลเขื่อนอุบลรัตน์ อำเภออุบลรัตน์ จังหวัดขอนแก่น มีร้านกาแฟ เปิดใหม่มีขนาดร้านไม่ใหญ่มา ยกระดับทางเดินและตัวร้านอาหารขึ้นจากพื้นประมาณ 1 เมตร โดยมีซุ้ม จำนวน 3 ซุ้ม และตัวร้านอาหาร 1 หลัง พร้อมโต๊ะนั่งรับประทาน โดยในแต่ละวันจะมีลูกค้าเดินทางมานั่งจิบ กาแฟ รวมทั้งอาหารที่ร้านนี้ตลอดทั้งวัน เนื่องจากเป็นร้านอาหารที่ตั้งอยู่กลางทุ่งนา ด้านหน้าร้านติดอ่างเก็บน้ำเขื่อนอุบลรัตน์ ส่วนด้านหลังเป็นภูเขาภูเก้าภูพานคำ

นางศิริขวัญ พิมพา อายุ 40 ปี เจ้าของร้าน ริมเขื่อน Coffee บอกว่า ตนเองเป็นคนที่ชอบกินกาแฟมานานแล้ว โดยได้เดินทางไปกินกาแฟตามจังหวัดต่างๆ ที่ได้เดินทางผ่าน จนกระทั่งตนเองมีที่ดินประมาณ 10 ไร่ บ้านแก่งศิลา อยู่ติดถนนสายเขื่อนอุบลรัตน์-อุทยานแห่งชาติน้ำพอง จึงได้ลงทุนทำร้านกาแฟขึ้นมา ได้เปิดให้บริการตั้งแต่วันที่ 5 เมษายน 2561 ที่ผ่านมา โดยเป็นกาแฟสดมีให้เลือกหลากหลายเมนู แต่ที่ได้รับความนิยมจากลูกค้าคือ กาแฟสด เอสเพรสโซ่ โดยราคาจำหน่ายเริ่มต้นแก้วละ 40-50 บาท นอกจากจะมีกาแฟแล้วยังมีบิงชู หรือน้ำแข็งใส เกล็ด หิมะ หน้าต่างๆ ไว้ให้บริการลูกค้า โดยเฉพาะช่วงนี้มีมะม่วงออกสู่ท้องตลาด ตนเองก็นำมาเป็น เมนูบิงชูด้วย ซึ่งราคาไม่แพงเริ่มต้น 79-130 บาท และที่เพิ่มมา คืออาหารประเภทส้มตำ ปลาเผา เพื่อให้ลูกค้าได้กินอาหารอีสาน และปลาเผาสดๆ ที่นำมาจากเขื่อนอุบลรัตน์ ทำให้ขณะนี้เริ่มเป็นที่รู้จักจากนักท่องเที่ยว เพราะนักท่องเที่ยวชอบบรรยากาศที่นั่งชมเขื่อนอุบลรัต์ โดยมีภูเขาโอบล้อมร้าน

สำหรับลูกค้าที่สนใจสามารถเดินทางมาที่ร้านได้ โดยร้านริมเขื่อน Coffee ตั้งอยู่ที่บ้านแก่งศิลา บนถนนสายเขื่อนอุบลรัตน์มาทางอุทยานแห่งชาติน้ำพอง ประมาณ 10 กิโลเมตร เปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 10.00-18.00 น. ทุกวัน

ขอบคุณภาพจาก ริมเขื่อน coffee

เครื่องบินขับไล่ ‘ซู-30’ ของรัสเซีย ดิ่งทะเลในซีเรีย นักบินดับ 2 นาย

เครื่องบินขับไล่ ซู-30 ของกองทัพอากาศรัสเซีย ตกในทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ใกล้ชายฝั่งซีเรีย นักบินเสียชีวิต 2 นาย

หน่วยงานข่าวของรัสเซียรายงาน อ้างคำแถลงจากกระทรวงกลาโหม ระบุว่า เหตุสลดกรณีเครื่องบินขับไล่ ซู-30 ของกองทัพอากาศรัสเซีย ประสบเหตุตกในทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ใกล้ชายฝั่งเมืองลาตาเกียของซีเรีย เมื่อเวลาประมาณ 06:45 น. วันที่ 3 พ.ค. 2561 หลังจากทะยานออกจากฐานทัพอากาศ Hmeymim ในเมืองลาตาเกียของซีเรีย

โฆษกกระทรวงกลาโหมรัสเซียเปิดเผยว่า นักบินทั้งสองนายพยายามที่จะบังคับควบคุมเครื่องบิน ก่อนตกในทะเลเมดิเตอร์เรเนียน และส่งผลให้นักบินทั้ง 2 นายเสียชีวิต ทั้งนี้รายงานระบุด้วยว่า สาเหตุที่ทำให้เครื่องบินขับไล่ลำดังกล่าวประสบเหตุ อาจเป็นเพราะมีนกตัวหนึ่งบินชนเครื่องยนต์

ทั้งนี้ ‘ซุคฮอย ซู-30’ เป็นเครื่องบินทางทหารสองเครื่องยนต์ สร้างโดยบริษัทการบิน ‘ซุคฮอย’ ผู้ผลิตเครื่องบินรายใหญ่ของรัสเซียมีที่มีชื่อเสียงจากเครื่องบินขับไล่ และเริ่มนำเข้ามาใช้ปฏิบัติการในปีพ.ศ. 2539 มันเป็นเครื่องบินขับไล่โจมตีสองที่นั่งสำหรับภารกิจขัดขวางทางอากาศและพื้นดินในทุกสภาพอากาศ

อย่างไรก็ตาม เครื่องบินกองทัพอากาศของรัสเซียที่ประจำการในฐานทัพอากาศ Hmeymim ประสบเหตุตกครั้งนี้เป็นครั้งที่ 2 ของปี โดยครั้งแรกเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 6 มี.ค. ที่ผ่านมา เครื่องบินลำเลียง อันโตนอฟ-26 (An-26) ประสบเหตุตกขณะกำลังลงจอดที่ฐานทัพฯ ทำให้มีผู้โดยสารและลูกเรือเสียชีวิต 39 คน