สยอง ! หนุ่มใช้โทรศัพท์ขณะชาร์ตแบตฯ บึ้มนิ้วขาด มือเละกระจุย

อุทาหรณ์ ชายหนุ่มใช้โทรศัพท์ขณะชาร์ตแบต โดยใช้สายที่ไม่ได้มาตรฐาน เกิดระเบิดใส่มือ ได้รับบาดเจ็บสาหัส

วันที่ 3 พ.ค.61 ผู้ใช้เฟสบุ๊กชื่อ ‘คนทำงาน ชายขอบ’ ซึ่งเป็นบุคลากร ที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ที่ รพ.สต.ป่าแฝก จังหวัดพะเยา โพสต์ภาพ ผู้ได้รับบาดเจ็บชาย ซึ่งได้เข้ามารักษาแผล โดยมีอาการบาดเจ็บสาหัสที่มือซ้าย เนื้ออุ้งมือฉีกขาด กระดูกแตก ต้องทำการเย็บหลายเข็ม ขณะที่เข้าของโพสต์ระบุว่าคนไข้รายนี้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์แบตเตอรี่โทรศัพท์มือถือระเบิด

โดยข้อความในเฟสบุ๊กดังกล่าว ระบุว่า “วันนี้ช่วยงานห้องฉุกเฉินพบผู้ป่วยมาทำแผลมือซ้ายเข้าเฝือกและบาดเจ็บบริเวณฝ่ามือซ้าย จากการซักประวัติพบว่าเมื่อวันอังคารที่ 24 เมษายน 2561 เวลาประมาณทุ่มเศษ ขณะที่ชาร์ตแบตโทรศัพท์จนเต็ม ผู้ป่วยจึงดึงปลั๊กสายชาร์ตออก ขณะนั้นมีสายเรียกเข้าจึงยกโทรศัพท์ขึ้นมาจะรับสายแต่โทรศัพท์เกิดระเบิดขึ้นคามือ ญาติจึงนำส่ง รพ.พะเยา แพทย์บอกว่ากระดูกแตกนิ้วนางและก้อยมือซ้ายขาดไปครึ่งข้อบน สอบถามอีกบอกว่า ซื้อสายชาร์ตตามร้านโทรศัพท์ทั่วไป ไม่ได้ซื้อยี่ห้อเดียวกับโทรศัพท์ สรุปว่าน่าจะเกิดจากสายชาร์ตนานเกินไป และไม่ได้มาตรฐานเป็นอุทธาหรณ์ เตือนใจสำหรับผู้ที่จะซื้อสายชาร์ตควรซื้อที่ร้านและยี่ห้อที่มีมาตรฐาน”

อย่างไรก็ตาม ผู้คนบนโลกออนไลน์ตื่นตัวในเรื่องดังกล่าวเป็นอย่างมากเมื่อเจ้าของโพสต์ โพสต์ภาพดังกล่าวผ่านโลกโซเชียล จนกระทั่งขณะนี้ได้มีการแชร์โพสต์ดังกล่าวต่อออกไปกว่า 15,000 ครั้ง ซึ่งกรณีดังกล่าว ถือเป็นอุทาหรณ์จากการใช้สายชาร์ตโทรศัพท์ที่ไม่ได้มาตรฐาน และใช้โทรศัพท์ขณะชาร์ตแบตเตอรี่ ที่อาจก่อให้เกิดเหตุการณ์เลวร้ายขึ้นได้

ตั้งเป้า ! ปี ‘ 61 ส่งแรงงานไทยไปขุดทองต่างประเทศ 4หมื่นคน

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ตั้งเป้าในปี 2561 ส่งแรงงานไทยไปทำงานใน 10 ประเทศจำนวน 40,000 คน

พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ตั้งเป้าปี 2561 ส่งแรงงานไทยไปทำงานต่างประเทศจำนวน 40,000 คน ใน 10 ประเทศ ส่วนใหญ่เป็นไต้หวัน รองลงมาเป็นสาธารณรัฐเกาหลี และอิสราเอลตามลำดับ พร้อมคุ้มครองดูแลสิทธิประโยชน์ในต่างประเทศ เพื่อให้แรงงานไทยไปทำงานต่างประเทศอย่างมีศักยภาพได้รับการคุ้มครองตามหลักสากลและมีคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืน พบขณะนี้มีแรงงานไทยทำงานในต่างประเทศกว่า 420,000 คน มีรายได้ส่งกลับประเทศกว่า 120,000 ล้านบาท

นายอนุรักษ์ ทศรัตน์ อธิบดีกรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า ในปี 2561 พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานตั้งเป้าหมายส่งแรงงานไทยไปทำงานต่างประเทศจำนวน 40,000 คน ซึ่งกรมการจัดหางานได้สนองนโยบายดังกล่าว โดยส่งเสริมและเร่งรัดให้มีการจัดส่งให้เป็นไปตามเป้าหมายคือ 40,000 คน ใน 10 ประเทศ ได้แก่ ภูมิภาคเอเชีย 30,000 คน เป็น ไต้หวัน 20,000 คน สาธารณรัฐเกาหลี 6,000 คน ญี่ปุ่น 3,000 คน และประเทศอื่นๆ เช่น มาเลเซีย สิงคโปร์ ฮ่องกง มาเก๊า เป็นต้น 1,000 คน ภูมิภาคตะวันออกกลาง 5,000 คน เป็น อิสราเอล สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) และอื่นๆ ภูมิภาคยุโรป เป็นสวีเดน 3,000 คน ฟินแลนด์ 2,000 คน

กระทรวงแรงงานได้ตั้งเป้าหมายให้แรงงานไทยไปทำงานต่างประเทศอย่างมีศักยภาพและได้รับการคุ้มครองตามหลักสากลทั้งก่อนการเดินทาง ระหว่างการทำงาน และเมื่อเดินทางกลับประเทศเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีของแรงงานไทย นอกจากนี้ยังขยายตลาดแรงงานที่มีคุณภาพให้กับแรงงานไทยอีกด้วย เนื่องจากแรงงานไทยได้รับการชื่นชมจากนายจ้างว่ามีความสามารถในการทำงาน ขยัน ตั้งใจ และทุ่มเทกับการทำงาน ซึ่งเป็นจุดแข็งของแรงงานไทยอันเป็นที่ยอมรับของทั่วโลก

โดยขณะนี้มีแรงงานไทยทำงานในต่างประเทศจำนวน 427,622 คน และในปี 2560 ที่ผ่านมานั้น แรงงานไทยสามารถนำรายได้ส่งกลับประเทศจำนวน 126,000 ล้านบาท ทั้งนี้หากคนหางานใดประสงค์จะไปทำงานต่างประเทศอย่างมั่นใจว่าจะไม่ถูกหลอกลวง ขอให้ติดต่อได้ที่สำนักงานจัดหางานจังหวัดทุกจังหวัด สำนักงานจัดหางานกรุงเทพมหานครพื้นที่ 1-10 หรือสายด่วนกระทรวงแรงงาน โทร. 1506 กด 2 กรมการจัดหางาน นายอนุรักษ์ กล่าว

ไวยิ่งกว่าความเร็วแสง ! การไฟฟ้าเก็บสายเคเบิ้ลเรียบร้อยหลังชาวบ้านโร่ร้องสื่อ

การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค อ.ศรีราชา เข้าดำเนินการจัดเก็บสายไฟและสายโทรศัพท์แล้ว แม้ไม่ใช่ความรับผิดชอบ หลังชาวบ้านร้องเรียนผ่านสื่อ

จากกรณีที่นายวิโรจน์ ศรีสุรโยธิน อายุ 74 ปี อยู่บ้านเลขที่ 25/76 ซ.เขากิเลน ม.3 ต.สุรศักดิ์ อ.ศรีราชา เจ้าของตึกพาณิชย์ และชาวบ้านในบริเวณพื้นที่ ริมถนนสุขุมวิท ฝั่งขาเข้าชลบุรี เลขที่ 41/81 ม.9 ต.บางพระ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี ได้ร้องเรียนผ่านต่อสื่อมวลชน ว่าได้มีสายไฟ และสายโทรศัพท์ห้อยระโยงระยางมากว่า 5 เดือนแล้ว ยังไม่ได้รับการแก้ปรับปรุง หวั่นเกรงชาวบ้านที่อยู่ในบริเวณดังกล่าวจะไม่ปลอดภัย และได้รับอันตรายจากถูกไฟฟ้าช็อตประชาชน เหตุเกิดเมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม ที่ผ่านมา

ล่าสุด เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 3 พฤษภาคม 2561 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายธวัชชัย มาเอียด หัวหน้าแผนกปฏิบัติการและบำรุงรักษา การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี ได้นำกำลังเจ้าหน้าที่การไฟฟ้าฯ ลงพื้นที่ตรวจสอบ พร้อมกับดำเนินการจัดเก็บสายไฟและสายโทรศัพท์ ให้เป็นระเบียบเรียบร้อย เพื่อความปลอดภัยของชาวบ้าน โดยใช้เวลากว่า 3 ชั่วโมง จึงแล้วเสร็จ

ทั้งนี้ทำให้ชาวชุมชนเกิดความอุ่นใจ และรู้สึกปลอดภัยมากขึ้น หลังจากที่เจ้าหน้าที่ได้มีการจัดเก็บสายไฟและสายโทรศัพท์ให้เรียบร้อย ด้านนายธวัชชัย กล่าวว่า จากกรณีที่ได้มีชาวบ้านในพื้นที่ได้มีการร้องเรียนผ่านสื่อมวลชนนั้น ทางการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค อ.ศรีราชา ก็ไม่ได้นิ่งนอนใจแต่อย่างใด ได้มีการลงพื้นที่ทันทีหลังจากที่ทราบข่าว ทั้งนี้ตนได้มีการสั่งการจัดเก็บให้เป็นระเบียบเรียบร้อยแล้ว แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นตนก็ต้องขอชี้แจงด้วย สายที่ห้อยระโยงระยองเช่นนี้ เป็นสายของหน่วยงานเอกชนคือสายโทรศัพท์ สายอินเตอร์เน็ต ไม่ใช่งานไฟฟ้าอย่างแน่นอน

อย่างไรก็ตามทางการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค อ.ศรีราชา ก็ไม่ได้ปัดความรับผิดชอบ ได้มีการแจ้งไปยังหน่วยงานเอกชนที่เป็นเจ้าของสายแล้ว ให้มาดำเนินการตรวจสอบสายโทรศัพท์ ตลอดแนวสุขุมวิทเลย ในขณะที่นายวิโรจน์ ผู้ร้องเรียน กล่าวว่า หลังจากที่ได้ร้องทุกข์เกี่ยวกับปัญหาสายไฟ สายโทรศัพท์ และสายเคเบิ้ลที่ห้อยระโยงระยางไม่เป็นระเบียบอยู่บริเวณดังกล่าว มีหน่วยงานที่รับผิดชอบ เข้ามาดำเนินการจัดเก็บให้เป็นระเบียบมากขึ้น จึงขอบคุณทางการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค อ.ศรีราชา ทั้งนี้ตนและชาวบ้านในบริเวณดังกล่าว ก็รู้สึกอุ่นใจ และรู้สึกปลอดภัยมากขึ้น