กสร. แจง ลูกจ้างอายุ 60 ปี ขอเกษียณอายุได้ มีสิทธิรับค่าชดเชยตามกฎหมาย

กสร. แจงกฎหมายคุ้มครองแรงงาน ลูกจ้าง อายุ 60 ปี มีสิทธิขอเกษียณอายุ และได้รับค่าชดเชยตามอายุงาน นายจ้างฝ่าฝืนมีความผิดตามกฎหมาย

นายอนันต์ชัย อุทัยพัฒนาชีพ อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (กสร.) เปิดเผยว่า กสร. ได้แก้ไขพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 เพื่อให้แรงงานได้รับการคุ้มครองที่ดียิ่งขึ้น โดยกำหนดให้การเกษียณอายุถือเป็นการเลิกจ้างและลูกจ้างมีสิทธิได้รับค่าชดเชยตามอายุงาน

สำหรับกำหนดการเกษียณอายุขึ้นอยู่กับว่านายจ้างจะกำหนด หรือตกลงกับลูกจ้างว่าจะให้เกษียณอายุเมื่อไร กรณีที่ไม่ได้มีการกำหนดอายุเกษียณหรือกำหนดไว้เกิน 60 ปี กฎหมายให้ลูกจ้างที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป มีสิทธิที่จะแสดงเจตนาต่อนายจ้างว่าจะเกษียณอายุ และเมื่อแจ้งต่อนายจ้างแล้วก็จะมีผลเมื่อครบ 30 วันนับแต่วันที่แจ้ง ซึ่งนายจ้างจะต้องจ่ายค่าชดเชยตามอายุงานให้แก่ลูกจ้างที่ขอเกษียณอายุด้วย

โดยลูกจ้างซึ่งทำงานติดต่อกันครบ 120 วันแต่ไม่ครบ 1 ปี ได้รับค่าชดเชยไม่น้อยกว่าค่าจ้างอัตราสุดท้าย 30 วัน ลูกจ้างทำงานติดต่อกันครบ 1 ปีแต่ไม่ครบ 3 ปี ได้รับค่าชดเชยไม่น้อยกว่า 90 วัน ลูกจ้างทำงานติดต่อกันครบ 3 ปี แต่ไม่ครบ 6 ปี ได้รับค่าชดเชยไม่น้อยกว่า 180 วัน ลูกจ้างทำงานติดต่อกันครบ 6 ปี แต่ไม่ครบ 10 ปี ได้รับค่าชดเชยไม่น้อยกว่า 240 วัน และลูกจ้างทำงานติดต่อกันครบ 10 ปีขึ้นไป ได้รับค่าชดเชยไม่น้อยกว่า 300 วัน

อธิบดีกสร. กล่าวต่อว่า สำหรับนายจ้างที่ไม่ปฏิบัติตามกฎหมายก็จะมีความผิด โดยมีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน ปรับไม่เกิน 1 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ หากลูกจ้าง นายจ้างมีข้อสงสัยสามารถสอบถามได้ที่ สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานกรุงเทพมหานครพื้นที่ 1 ถึง 10 สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดทุกจังหวัด หรือที่โทรศัพท์สายด่วน 1506 กด 3

ชาวบ้านร้องทุกข์! หลังพบสายเคเบิ้ลห้อยระโยงระยาง นานนับสัปดาห์

ชาวบ้านร้องทุกข์ หลังพบสายเคเบิ้ล-สายเน็ต ห้อยหย่อนจนติดกับพื้นนานนับสัปดาห์ วอนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งทำการแก้ไข

วันนี้ (3 พ.ค.61) ชาวบ้านได้ร้องทุกข์ไปยังแฟนเพจ แหม่มโพธิ์ดำ หลังพบสายโทรศัพท์ สายเคเบิ้ล สายเน็ต ห้อยหย่อน จนติดกับพื้น เป็นภาพที่ใครเห็นคงหวาดเสียวไปตามๆ กัน

โดยทางผู้เจ้งเรื่องระบุว่า ตนพบเห็นสายเต่างๆ เหล่านี้ อยู่ในลักษณะดังกล่าวมานานนับสัปดาห์แล้ว ยังไม่มีหน่วยงานใดเข้ามาดูแลเก็บกวาดใดๆ เลย ซึ่งผู้คนที่ได้เห็นต่างแสดงความเห็นไปในทิศทางเดียวกันว่า หวั่นเกิดอันตราย วอนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งทำการแก้ไข

สุดยอด! ศิริราชปลูกถ่ายหัวใจ ตับ ไต ในผู้ป่วยรายเดียวสำเร็จ

คณะแพทย์ศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล สามารถปลูกถ่าย 3 อวัยวะ หัวใจ ตับ ไต ในผู้ป่วยรายเดียวสำเร็จ ครั้งแรกในเอเชีย ใช้เวลาผ่าตัดกว่า 12 ชั่วโมง พักฟื้นเพียง 83 วัน

ศาตราจารย์ด็อกเตอร์นายแพทย์ประสิทธิ์ วัฒนาภา คณบดีคณะแพทย์ศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล เปิดเผยว่า การปลูกถ่ายอวัยวะของคณะแพทย์ศาสตร์ศิริราชพยาบาล มีขึ้นครั้งแรกในปี 2516 ซึ่งส่วนใหญ่จะทำทีละ 1 อวัยวะ ส่วนการปลูกถ่ายมากกว่า 1 อวัยวะ มีการทำมานานแล้วในต่างประเทศ แต่เกือบทั้งหมดเป็นการผ่าตัดปลูกถ่าย 2 อวัยวะเท่านั้น

การผ่าตัด 3 อวัยวะในคนเดียวครั้งนี้ จึงถือเป็นความสำเร็จ ของคณะแพทย์ศาสตร์ ศิริราชพยาบาล รายแรกที่ทำสำเร็จในภูมิภาคเอเชีย

ด้าน แพทย์หญิงศรีสกุล จิรกาญจนากร อายุรแพทย์โรคหัวใจและปลูกถ่ายหัวใจ ระบุว่า ผู้ป่วยที่ได้รับการปลูกถ่ายอวัยวะชายรายนี้ อายุ 26 ปี เริ่มเป็นโรคไตตั้งแต่อายุ 8 ขวบ ก่อนจะเป็นโรคไตวายระยะสุดท้าย อาการแย่ลง มีน้ำคั่งในช่องท้อง แพทย์ตรวจพบว่า ผู้ป่วยมีภาวะหัวใจล้มเหลว และภาวะตับแข็ง แพทย์จึงประชุมพิจารณาผ่าตัดปลูกถ่ายอวัยวะหัวใจ-ตับ-ไต เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2560

ขณะที่รองศาสตราจารย์ ด็อกเตอร์นายแพทย์ยงยุทธ ศิริวัฒนอักษร รองผู้อำนวยการ รพ.ศิริราช ศัลยแพทย์ปลูกถ่ายตับและหัวหน้าทีมศัลยแพทย์ปลูกถ่ายอวัยวะ เปิดเผยขั้นตอนการผ่าตัดว่า ผู้ป่วยได้รับการปลูกถ่ายหัวใจ และไต จากผู้บริจาครายเดียวกันที่มีภาวะสมองตาย ซึ่งการผ่าตัดใช้เวลานานถึง 12 ชั่วโมง 5 นาที เริ่มจากการปลูกถ่ายหัวใจ ตับ และไตตามลำดับ โดยต้องทำในเวลาที่รวดเร็วที่สุด การวางแผนผ่าตัดล่วงหน้าจึงต้องทำอย่างรอบคอบ

หลังผ่าตัด วันแรกอวัยวะที่ปลูกถ่ายทำงานได้ดี มีเพียงไตที่ยังทำงานได้ไม่ดี แต่ระหว่างการพักฟื้นก็ทำงานได้ดีขึ้น ปัสสาวะออกได้เป็นปกติ ผลเลือดแสดงค่าการทำงานของไตเป็นปกติ ซึ่งผู้ป่วยรายนี้ใช้เวลาในการผ่าตัด และพักฟื้น ตั้งแต่วันที่ 3 ธ.ค. 2560 จนถึงวันที่ 23 ก.พ. 2561 รวมทั้งหมด 83 วัน

ด้านนาย นายรชานนท์ รุ่งสว่าง ผู้ป่วยที่ได้รับการปลูกถ่าย 3 อวัยวะ บอกว่า รู้สึกดีใจที่ได้รับการปลูกถ่ายอวัยวะ ก่อนการได้รับการปลูกถ่ายตนใช้ชีวิตลำบากจากอาการเจ็บป่วย แต่เมื่อได้รับการปลูกถ่ายอวัยวะ การใช้ชีวิตง่ายขึ้นเหมือนคนปกติทั่วไป จากนี้เมื่อหายดีมีความคิดที่จะบวช เพื่อเป็นการขอบคุณผู้ที่บริจาคอวัยวะนี้ให้ตน