ลือให้แซด! กทม.จ่อตัดต้นไม้ในป้อมมหากาฬ ผู้ว่าฯ อัศวินยัน ไม่จริง!

ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ยืนยัน ไม่ตัดต้นไม้ในป้อมมหากาฬ ลั่น กทม.ให้ความสำคัญกับต้นไม้ทุกต้น

วันนี้ (3 พ.ค. 61) แฟนเพจ ผู้ว่าฯ อัศวิน ได้โพสต์ข้อความชี้แจงหลังมีกระแสข่าวว่า กทม.จะตัดต้นไม้ทุกต้นภายในป้อมมหากาฬ เพื่อปรับปรุงพื้นที่ให้เป็นสวนสาธารณะ ซึ่งทางด้าน พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ยืนยันว่า เรื่องดังกล่าวไม่เป็นความจริง

ข้อความที่ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร  ระบุมีดังนี้ …

มีสื่อมวลชนบางรายให้ข่าวว่า กทม.จะตัดต้นไม้ทุกต้นภายในป้อมมหากาฬ เพื่อปรับปรุงพื้นที่ให้เป็นสวนสาธารณะ ผมขอยืนยันตรงนี้เลยครับว่าไม่เป็นความจริง เพราะ กทม.ให้ความสำคัญกับต้นไม้ทุกต้น และที่ผ่านมาก็ได้ดำเนินการเพิ่มพื้นที่สีเขียวในรูปแบบต่างๆ มาโดยตลอด ทั้งยังให้เจ้าหน้าที่ไปเรียนรู้การตัดแต่งต้นไม้อย่างถูกวิธีตามหลักรุกขกรรม เพื่อที่จะดูแลบำรุงรักษาต้นไม้ให้แข็งแรง มีอายุยืนยาว เป็นร่มเงา และสร้างออกซิเจนให้กับประชาชน หากจะมีการตัดโค่นก็ต้องเป็นเหตุจำเป็นจริงๆเท่านั้น เช่น เสี่ยงต่อการหักโค่นซึ่งอาจเป็นอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชนครับ

ในส่วนของต้นไม้ในป้อมมหากาฬนั้น จริงอยู่ที่ปัจจุบันเราประสบปัญหารากต้นไม้ขนาดใหญ่ที่อยู่ติดริมกำแพงป้อมฯแผ่ขยายชอนไชเข้าไปใต้กำแพงป้อมฯ และส่งผลกระทบต่อโครงสร้างของป้อมมหากาฬ แต่ กทม.ก็ได้พยายามแก้ไขโดยหาแนวทางที่สามารถอนุรักษ์ทั้งกำแพงป้อมมหากาฬและต้นไม้ไปพร้อมๆกัน

ซึ่งเราได้ขอคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญอย่างกลุ่มบิ๊กทรี (Big Tree) รวมทั้งกรมศิลปากร ที่เป็นหน่วยงานที่จะต้องดูแลและรักษาโบราณสถานสำคัญให้ได้รับผลกระทบน้อยที่สุด กทม.ตระหนักเสมอว่าป้อมมหากาฬเป็นโบราณสถานสำคัญของชาติ การดำเนินการทุกอย่างต้องระมัดระวัง รอบคอบ และรัดกุมเสมอครับ

ที่ผ่านมามีต้นไม้หักโค่นภายในป้อมมหากาฬเนื่องจากพายุฝนและลมแรง ประกอบกับต้นไม้ภายในป้อมฯ อย่างต้นโพธิ์และต้นไทรนั้น เป็นต้นไม้ที่มีขนาดใหญ่และน้ำหนักมาก แต่ตัวรากกลับมีลักษณะเป็นรากแผ่ ไม่มีรากแก้ว นอกจากนั้นบริเวณดังกล่าวยังเป็นดินอ่อน ซึ่งปัจจัยต่างๆเหล่านี้ทำให้ต้นไม้หักโค่นได้ง่ายขึ้นครับ

ส่วนความคืบหน้าการปรับปรุงพื้นที่ภายในป้อมมหากาฬ ขณะนี้ กทม.ได้เข้าปรับพื้นดินภายในป้อมฯแล้ว โดยนำดินเข้ามาเทเพิ่มเติม และใช้รถไถเกลี่ยจุดที่เป็นหลุมเป็นบ่อให้เรียบเสมอกัน รวมถึงเตรียมพื้นที่สำหรับดำเนินการติดตั้งไฟฟ้าสาธารณะและทำทางเดิน พร้อมทั้งจัดทำสวนสาธารณะ ปูหญ้า ปลูกและตัดแต่งต้นไม้ ไม่ใช่ตัดโค่นนะครับ ทำความสะอาด จัดเก็บขยะ กำจัดวัชพืช และเก็บเศษวัสดุจากการรื้อย้ายต่างๆ ออกจากพื้นที่ให้หมด เพื่อให้ป้อมมหากาฬมีความสะอาด สวย สง่า อยู่คู่เมืองหลวงและประเทศไทยของเราต่อไปชั่วลูกชั่วหลานครับ

ขอบคุณข้อมูลและภาพจาก แฟนเพจ ผู้ว่าฯ อัศวิน

ไทยมุงแห่เก็บ ขนเบียร์กลับบ้าน หลังพบรถบรรทุกคว่ำตกข้างทาง

เจ้าของตัดใจตั้งโต๊ะขายเบียร์ขาดทุน หลังรถบรรทุกประสบอุบัติเหตุพลิกคว่ำตกข้างทาง ก่อนมีชาวบ้านแห่เข้ามาเก็บขนกลับบ้าน

รายงานข่าวแจ้งว่า ที่ จ.อุบลราชธานี ได้เกิดเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง เมื่อมีชาวบ้านจำนวนหนึ่งมีพฤติกรรมไม่เหมาะสม แห่ไปขนเบียร์ยี่ห้อหนึ่งกลับบ้าน หลังรถบรรทุกเบียร์ประสบอุบัติเหตุพลิกคว่ำอยู่ข้างถนน

โดยรายงานเผยว่า  ก่อนเกิดเหตุรถคันดังกล่าวได้ขนเบียร์มาเต็มคันรถ เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุรถเกิดเสียหลักก่อนจะพลิกคว่ำตกลงไปข้างทาง ซึ่งหลังเกิดเหตุได้มีไทยมุงจำนวนหนึ่งแห่มาดูเหตุการณ์ แต่พวกเขากลับไม่ดูเฉยๆ พากันเก็บขวดเบียร์ และขนเบียร์กลับบ้าน บางคนทั้งดื่มทั้งเอากลับไปด้วย จากนั้นพนักงานเจ้าของบริษัทรถบรรทุกเบียร์คันดังกล่าวมาเห็น จึงสั่งห้ามไทยมุงเข้าไปในบริเวณพื้นที่รถบรรทุกที่มีลังและขวดเบียร์ตกเกลื่อน

ก่อนตัดสินใจประกาศเปิดการขายให้ลูกค้าที่ผ่านเข้าในราคาถูกทันที โดยตั้งราคาเริ่มต้นที่ลังละ 280 บาท จากปกติราคาขายหน้าร้านอยู่ที่ ลังละ 680 บาท จึงส่งผลให้ผู้คนที่ทราบข่าว กลุ่มร้านค้าเครื่องดื่มในพื้นที่ ตำบลหนองขอน แห่เข้ามาจอดซื้อกันเป็นแถวยาว

โดยเจ้าของบริษัทรถบรรทุกเบียร์  เปิดเผยว่า เบียร์ในรถบรรทุกทั้งหมดมีมูลค่า 4,000,000 บาท แต่เมื่อไหนๆ สูญเสียแล้ว ก็ต้องปล่อยจำหน่ายไปในราคาขาดทุนนิดหน่อยก็ต้องยอม ซึ่งดีกว่าจะปล่อยให้ทิ้งไปจนไม่ได้เงินคืนมาในครั้งนี้

สำหรับสาเหตุที่เกิดอุบัติเหตุในครั้งนี้ เป็นเพราะคนขับรถบรรทุกเกิดอาการหลับใน และไม่สามารถควบคุมรถบรรทุกได้ ซึ่งทางสถานีตำรวจภูธรเมืองอุบลราชธานี จะได้สอบสวนหาสาเหตุต่อไป อย่างไรก็ดีพฤติกรรมการเก็บของที่ตกหล่นจากอุบัติเหตุทางกฎหมายถือว่ามีความผิด ฐานขโมยทรัพย์สินผู้อื่น สามารถดำเนินคดีตามกฎหมายได้

แพทยสภาตั้งกรรมการสอบ ‘หมอบอนด์’ รีวิวเมจิกสกิน คาด 6 เดือนรู้ผล

แพทยสภาตั้งกรรมการสอบ ‘หมอบอนด์’ รีวิว เมจิกสกิน หลังมีผู้เรื่องร้องเรียนทางจริยธรรม คาด 6 เดือนรู้ผล

วันที่ 3 พฤษภาคม 2561 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.อ.ต. นายแพทย์อิทธพร คณะเจริญ รองเลขาธิการแพทยสภา เตรียมประชุมคณะกรรมการแพทยสภา ในวันที่ 10 พฤษภาคม นี้ กรณีเรื่องร้องเรียนทางจริยธรรมของ นพ.ปิยะพงษ์ โหวิไลลักษ์ หรือ หมอบอนด์ รีวิวสินค้าวิตามิน ชิโนบิ ซึ่งเป็นสินค้าในเครือของบริษัท เมจิกสกิน

จากนั้นจะเชิญ หมอบอนด์ เข้ามาชี้แจงข้อเท็จจริง และจะมีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาพิจารณาว่าเข้าข่ายมีความผิดหรือไม่ โดยขั้นตอนการตรวจสอบของคณะกรรมการแพทยสภา คาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 6 เดือน ซึ่งเบื้องต้นในระหว่างการสอบข้อเท็จจริง หมอบอนด์ ยังคงสามารถประกอบวิชาชีพได้ตามปกติ