ผู้บริหาร ปตท. ไขข้อสงสัยทำไมน้ำมันไทยถึงแพง..!?

คณะกรรมการบริษัท ปตท. ตอบข้อสงสัยทำไมน้ำมันในประเทศไทยถึงราคาแพง ชี้คนทั่วไปไม่เข้าใจกลไลตลาดโลก

จากกรณีราคาน้ำมันมีการปรับตัวอย่างต่อเนื่อง ซึ่งแน่นอนว่าในสังคมมีการพูดถึงเรื่องนี้กันอย่างกว้างขวาง และสงสัยว่าทำไมราคาน้ำมันไทยถึงสูงกว่าประเทศเพื่อนบ้าน..!? โดยล่าสุดนายเทวินทร์ วงศ์วานิช  คณะกรรมการบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นบริษัทที่ประกอบธุรกิจด้านน้ำมันและก๊าซ ใหญ่เป็นอันดับต้นๆของประเทศ ได้โพสต์ข้อความผ่านทางเพจเฟซบุ๊ก Tevin at PTT โดยมีข้อความระบุว่า….

“หยุดเติมน้ำมัน ปตท.” อารมณ์ เหตุผล หรือเจตนาแอบแฝง ?

ในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา ราคาน้ำมันดิบตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้นถึง 20% ส่งผลให้ราคาขายปลีกน้ำมันเบนซิน ดีเซล และ LPG สูงขึ้นอย่างต่อเนื่องทั่วโลกด้วยเช่นกัน ทำให้ประชาชนได้รับผลกระทบ มีค่าครองชีพเพิ่มสูงขึ้น

ผู้ที่ได้ประโยชน์จากสถานการณ์นี้คือประเทศผู้ส่งออกพลังงาน ซึ่งก็เคยประสบปัญหารายได้หายไปเมื่อราคาพลังงานดิ่งลงตั้งแต่ 4 ปีที่แล้ว เป็นวัฏจักรที่มีการขึ้นลงเช่นเดียวกับอุสาหกรรมอื่นๆที่มีการลงทุนขนาดใหญ่และมี lead time นาน

คนทั่วไปอาจจะไม่เข้าใจธุรกิจพลังงานและกลไกตลาดโลก จึงเริ่มมองหาจำเลยที่จะระบายความโกรธแค้นที่เขาต้องเดือดร้อน ใกล้ตัวที่สุดคือผู้ค้าขายน้ำมัน โดยเฉพาะ ปตท. ซึ่งเป็นผู้ค้าสำคัญในประเทศไทย จนถึงขั้นมีขบวนการรณรงค์ให้หยุดเติมน้ำมัน ปตท. และบิดเบือนต่ออีกว่า ปตท. ก็ไม่เดือดร้อนเพราะขายน้ำมันต่างประเทศเป็นหลัก

ในส่วนที่ต้องดำเนินการทางกฎหมายกับผู้จงใจบิดเบือนข้อมูล หมิ่นประมาท และสร้างความเสียหายกับองค์กร ขอแยกไว้ก่อนนะครับ เรามาวิเคราะห์สาเหตุกันดีกว่าว่าเพราะอะไร ถึงเป็น ปตท. ผมรวบรวมได้ 8 ข้อ ถ้าสนใจและมีเวลา อ่านคำตอบด้านล่างนะครับ แล้วจะเห็นว่า ข้อกล่าวหาต่างๆนั้นไม่ตรงกับความจริง  >>>อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่<<<<

ขอบคุณ Tevin at PTT

พระ 700 รูปลงบันไดนาควัดดอยสุเทพบิณฑบาตวิสาขบูชา

ประชาชนและนักท่องเที่ยวนับพันคน พากันไปใส่บาตรข้าวสารอาหารแห้งพระภิกษุสามเณรจำนวน 700 รูป ที่เดินลงมาจากบันไดนาค วัดพระธาตุดอยสุเทพฯ  เนื่องในวันวิสาขบูชา

วันนี้ 29 พ.ค.61 ที่วัดพระธาตุดอยสุเทพราชวรวิหาร อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ประชาชนและนักท่องเที่ยวนับพันคน พากันไปใส่บาตรข้าวสารอาหารแห้งพระภิกษุสามเณรจำนวน 700 รูป ที่เดินลงมาจากบันไดนาคกว่า 300 ขั้น เนื่องในวันวิสาขบูชาเพื่อความเป็นสิริมงคล โดยประชาชนและนักท่องเที่ยวที่มารอทำบุญใส่บาตร ได้เดินเท้าขึ้นมาบนดอยสุเทพระยะทาง 11 กิโลเมตร ตลอดทั้งคืนที่ผ่านมา เพื่อรอใส่บาตรในช่วงเช้า

ทั้งนี้เพื่อเป็นการสืบทอดประเพณีในวันสำคัญทางพุทธศาสนาของชาวเชียงใหม่ ส่วนช่วงบ่ายมีพิธีสรงน้ำพระราชทานองค์พระบรมธาตุดอยสุเทพ เพื่อถวายเป็นพุทธบูชาและให้เกิดความร่มเย็นเป็นสุข

ส่วนบรรยากาศที่บริเวณลานอนุสาวรีย์ครูบาเจ้าศรีวิชัย เชิงดอยสุเทพ มีประชาชนและนักท่องเที่ยวจำนวนมาก พากันไปใส่บาตรข้าวสารอาหารแห้ง พระภิกษุสามเณร และ กราบอนุสาวรีย์ครูบาเจ้าศรีวิชัยนักบุญแห่งล้านนา เพื่อความเป็นสิริมงคลเนื่องในวันวิสาขบูชา

สมเด็จพระสังฆราชฯ ประทานคติธรรมวันวิสาขบูชา ‘จงอย่าได้ละเลยการอบรมเจริญสติ’

สมเด็จพระสังฆราชฯ ประทานพระคติธรรมวันวิสาขบูชา รู้เท่าทันจิตใจของตน จงอย่าได้ละเลยการอบรมเจริญสติ

เนื่องในเทศกาลวิสาขบูชา พุทธศักราช 2561 เจ้าพระคุณสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ประทานพระคติธรรม ความว่า “ดิถีวิสาขบูชาเวียนมาบรรจบอีกคำรบหนึ่งแล้ว นอกจากพุทธบริษัททุกหมู่เหล่า จักได้บูชาพระรัตนตรัยเป็นกรณีพิเศษ ยังเป็นวาระเฉลิมฉลองของชาวโลกตามที่องค์การสหประชาชาติ ประกาศให้วันวิสาขบูชา เป็นวันสำคัญสากลของโลก นับเป็นที่น่าอนุโมทนาอย่างยิ่ง

สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทรงสั่งสอนให้เราทั้งหลายรู้เท่าทันจิตใจของตนเองอยู่ตลอดเวลา ความรู้เท่าทันดังกล่าวนี้ คือการรู้แจ้งสภาพธรรมทั้งหลาย ไม่ว่ารูปธรรมหรือนามธรรม ว่าไม่ใช่ตัวตน ไม่ใช่เรา และไม่ใช่ของเรา หากแต่เป็นสภาวะที่เกิดและดับ สลับกันไปมิรู้จบสิ้น

ความไม่รู้เท่าทันสภาวะเช่นนี้เองที่อำพรางให้คนเราคิดผิด เปรียบเสมือนการใช้เวลาตลอดชีวิต เพื่อชมมายากลโดยมิรู้เท่าทันว่าภาพอันดำเนินต่อเนื่องนั้นเป็นเพียงมายาที่ลวงตาทั้งสิ้น

ถ้าเมื่อใดบุคคลมีความรู้แจ้งในสภาพทุกข์ ความเปลี่ยนแปลง และความว่างจากตัวตน เขาย่อมสามารถละความโลภ ความโกรธ และความหลง ที่ล้วนเกิดจากความเห็นแก่ตัวได้

อย่างไรก็ตาม การจะละคลายความยึดมั่นถือมั่นอันเป็นบ่อเกิดแห่งทุกข์ ย่อมไม่อาจเกิดขึ้นได้เลย หากขาดสภาพธรรมะที่เรียกว่า ‘สติ’ ความทุกข์ยากในโลกมนุษย์ที่เราเผชิญกันอยู่ทุกวันนี้ ล้วนเกิดจากภาวะขาดสติด้วยกันทั้งสิ้น สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า จึงประทานพระบรมพุทโธวาทไว้ว่า สติ เป็นเครื่องตื่นอยู่ในโลก

เพราะฉะนั้น บุคคลใด ครอบครัวใด ชุมชนใด และสังคมใด ปรารถนาจะประสบสันติสุขอันไพบูลย์ บุคคลนั้น ครอบครัวนั้น ชุมชนนั้น และสังคมนั้น จำเป็นต้องสั่งสมภาวะแห่งการตื่นรู้ เพื่อจักได้รู้เท่าทันการคิด การพูด และการกระทำ ด้วย ‘สัมมาสติ’ อันเป็นหนทางไปสู่ปัญญา นำมาซึ่งความหลุดพ้นจากห้วงทุกข์ได้ อย่างแท้จริง

เนื่องในดิถีวิสาขบูชา ขอเชิญชวนท่านสาธุชนทั้งหลาย จงอย่าได้ละเลยการอบรมเจริญสติ ให้รู้เท่าทันกาย วาจา และใจของตน อันจักได้ชื่อว่าเป็นการกระทำหน้าที่ชาวพุทธ ได้ปฏิบัติบูชาตามที่พระพุทธองค์ทรงสรรเสริญ และเป็นการสืบอายุพระพุทธศาสนา ให้ยั่งยืนอยู่คู่โลกนี้สืบไป ตราบกาลนาน”

จส.100