เตือนภัยสังคม! สาวอ้างทำงาน อบจ.แชทหลอกยืมเงิน

สาวอ้าง ทำงานอยู่ฝ่ายประชาสัมพันธ์ขององค์การบริหารส่วนจังหวัดชัยนาท แชทหลอกยืมเงิน

วันที่ 2 พฤษภาคม 2561 เจ้าหน้าที่นำหลักฐานการแชทข้อความผ่านโปรแกรมไลน์ ที่มีหญิงสาวรายหนึ่งที่ใช้ชื่อว่า ดา@sureerat ได้แอดไลน์เข้ามาคุยกับผู้บริหารและหัวหน้าส่วนราชการหลายรายใน จ.ชัยนาท โดยอ้างว่าตนเองทำงานอยู่ฝ่ายประชาสัมพันธ์ของ องค์การบริหารส่วนจังหวัดชัยนาท

โดยใช้ข้อความลักษณะสนิทสนม เคยพบกับคู่สนธนาหลายครั้งโดยพยายามถามย้ำว่าจำได้หรือไม่ และอ้างว่าเคยพบกันตอนประชุมหัวหน้าส่วนราชการ เพื่อเร่งเร้าการสนธนา จากนั้น จึงหว่านล้อมเพื่อขอยืมเงินโดยอ้างว่า แม่ป่วยอยู่ที่ กทม.ต้องการยืมเงินจำนวน 2,000บาท เพราะมีเงินไม่พอจ่ายค่าโรงพยาบาล แต่ผู้ที่ถูกยืมเอะใจจึงยังไม่ทำการโอน และทำการตรวจสอบไปยังหน่วยงานที่หญิงสาวอ้าง ก็โป๊ะแตกเพราะ เจ้าหน้าที่บอกว่าไม่มีหญิงสาวชื่อดังกล่าวทำงานอยู่ตามที่กล่าวอ้าง

จึงฝากเตือนข้าราชการและหัวหน้าส่วนราชการต่างๆ หากมีคนแอบอ้างเป็นคนในสังกัดหน่วยงานใด ขอให้ทำการตรวจสอบก่อนเพื่อไม่ให้มีใครตกเป็นเหยื่อ เหมือนกรณีที่ จ.ชัยนาท ที่มีการตรวจสอบจนพบความจริงว่าเป็นมิจฉาชีพก่อน โดยที่ยังไม่เสียรู้ ซึ่งนอกจากที่ จ.ชัยนาทแล้ว ยังพบว่ามีความพยายามก่อเหตุแบบเดียวกัน แต่ใช้ชื่ออื่นในพื้นที่จังหวัดบึงกาฬด้วย

แรงงานทวงถาม “ค่าแรง-สวัสดิการ-ประกันสังคม”

หลายจังหวัดจัดกิจกรรมวันแรงงานแห่งชาติ พร้อมทวงถาม 10 ข้อข้อเรียกร้องจากรัฐบาล ซึ่งเคยเสนอไปเมื่อปีที่แล้ว แต่ยังไม่ได้รับการตอบสนอง

นี่คือการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ของคณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทยและสมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ เพื่อสื่อความหมายว่า มือคือทุนนิยม ค้อนกับเคียว คือกรรมกรและชาวนา สะท้อนคำขวัญการจัดกิจกรรม สามัคคีกรรมกร ต้านทุนนิยมครอบโลก สร้างสังคมใหม่ ประชาธิปไตยประชาชน

ส่วนโมเดลหุ่นยนต์ในยุค 4.0 ถือเป็นไฮไลท์สำคัญของขบวนแรงงาน ที่เดินจากอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยมายังทำเนียบรัฐบาล สะท้อนถึงหุ่นยนต์และเครื่องจักรกลที่อาจเข้ามาทดแทนแรงงานคน โดยเฉพาะพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก ซึ่งต้องการให้รัฐดูแลสิทธิแรงงานหากมีการเลิกจ้างงาน เช่น การจ่ายเงินเชยตามกฎหมาย

และปีนี้องค์กรเครือข่ายผู้ใช้แรงงาน ยังทวงถาม 10 ข้อเสนอ ที่ยื่นไปเมื่อปี 2560 แต่ยังไม่ได้รับการตอบสนองจากรัฐบาล เช่น รัฐต้องกำหนดค่าจ้างที่เป็นธรรม /จัดให้มีสวัสดิการถ้วนหน้า และปฏิรูประบบประกันสังคม

ขณะที่ 15 สภาองค์การลูกจ้างแห่งประเทศไทย ยื่นข้อเรียกร้อง 10 ข้อ ต่อนายกรัฐมนตรี เช่น ให้ปรับแก้กฎหมายคุ้มครองแรงงาน ปี 2541 โดยกำหนดให้ลูกจ้างเกษียณอายุที่ 60 ปี / ปรับฐานการรับเงินบำนาญให้มีอัตราเริ่มต้นที่ 5 พันบาทต่อเดือน / ให้ผู้ประกันตน มาตรา 33 หลังรับบำนาญมีสิทธิสมัครมาตรา 39ได้ โดยไม่ตัดสิทธิเงินบำนาญ

ด้านนายกรัฐมนตรี กล่าวหลังรับข้อเสนอว่า ตลอด 4 ปีที่ผ่านมา ได้แก้ปัญหาของผู้ใช้แรงงานหลายเรื่อง ปีนี้ได้ปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำถึงร้อยละ 5 มากกว่าหลายครั้งที่ผ่านมา โดยเชื่อว่าทุกอย่างจะดีขึ้น ส่วนข้อเรียกร้องนั้น บางส่วนอยู่ระหว่างดำเนินการ

‘ไอติม’ หลานอภิสิทธิ์ รายงานตัวทหารใหม่

“ไอติม” หลานชายหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เข้ารายงานตัวเป็นทหารเกณฑ์ มณฑลทหารบกที่ 11 หวังสัมผัสชีวิตในรั้วกองทัพ ก่อนตัดสินระบบการเกณฑ์ทหาร

บรรยากาศบางช่วงบางตอนที่ นายพริษฐ์ วัชรสิทธุ หรือ “ไอติม” หลานชายนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งตัดผมสั้นเกรียน เข้ารายงานตัวเป็นทหารกองประจำการผลัดที่ 1/61 ที่มณฑลทหารบกที่ 11 หลังใช้วุฒิปริญญาตรี สมัครเป็นพลทหาร 6 เดือน

ท่ามกลางบรรยากาศสุดคึกคัก จากเพื่อนๆพลทหารหน้าใหม่หลายพันนาย และผู้ปกครองที่มาให้กำลังใจบุตรหลานกันอย่างคับคั่ง ซึ่งระหว่างเดินทางไปรายงานตัว นายพริษฐ์ ได้ไลฟ์สดทิ้งทวน ผ่านเฟซบุ๊ก โดยฝากติดตามรายการของเจ้าตัว และประชาสัมพันธ์ถึงผู้ที่สนใจร่วมงานกับพรรคประชาธิปัตย์ด้วย

นายพริษฐ์ กล่าวกับผู้สื่อข่าว ว่ารู้สึกง่วง เนื่องจากนอนน้อย เพราะต้องเคลียร์งาน ทั้งด้านการเมือง และรายการโทรทัศน์ อีกทั้งยอมรับว่า ไม่ได้เตรียมความพร้อมร่างกาย เนื่องจากช่วง 1-2 เดือนที่ผ่านมา นอนเพียงวันละ 3-4 ชั่วโมงเท่านั้น แต่ได้เตรียมใจมาแล้ว ขณะที่คุณพ่อและคุณแม่ ได้มาให้กำลังใจที่สำนักงานเขตสวนหลวงในช่วงเช้า โดยกำชับให้รักษาสุขภาพ และมอบสิ่งของที่สามารถนำเข้าค่ายได้

นอกจากนี้ ในช่วง 3 วันที่ผ่านมา ได้ประชุมร่วมกับนายอภิสิทธิ์ ในเรื่องของนโยบายและทิศทางของพรรคประชาธิปัตย์ ช่วง 6 เดือน ที่ตนเองมาเป็นทหารเกณฑ์

ส่วนกรณีที่บางฝ่าย เสนอให้ยกเลิกระบบการเกณฑ์ทหาร มาใช้ระบบสมัครใจแทนนั้น นายพริษฐ์ กล่าวว่า ตนเองมาทำหน้าที่ตามกฎหมาย ซึ่งจะได้สัมผัสชีวิตทหารเกณฑ์ และมุมมองที่มากขึ้น ว่าควรหรือไม่ควรมีการเกณฑ์ทหารต่อไป ส่วน 6 เดือนนับจากนี้ หวังว่าจะมีโอกาสรับใช้ชาติ โดยนำศักยภาพของตนเอง มาใช้ประโยชน์กับกองทัพ
และถือเป็นโอกาสดีที่จะได้ใช้ชีวิตร่วมกับคนไทยจากหลายพื้นที่ เพราะตนเองเรียนและทำงานในต่างประเทศมาหลายปี พร้อมปฏิเสธถึงการสมัครเป็นทหาร เพื่อแก้ข้อครหาของน้า (นายอภิสิทธิ์) เรื่องเกณฑ์ทหาร