ศาลปกครองสูงสุด ชี้คำสั่งยกเลิกพาสสปอร์ต ‘ทักษิณ’ 2 เล่ม ชอบด้วยกฎหมาย หลังให้สัมภาษณ์สื่อเกาหลีกระทบชื่อเสียงประเทศ
วันที่ 1 พฤษภาคม 2561 ศาลปกครองกลาง ได้อ่านคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุดในคดีที่ นายทักษิณ ชินวัตร ฟ้องอธิบดีกรมการกงสุลและปลัดกระทรวงการต่างประเทศ โดยศาลปกครองสูงสุดวินิจฉัยว่า การเพิกถอนหนังสือเดินทางไม่ได้มีผลโดยตรงในการห้ามการเดินทาง แต่เสรีภาพในการเดินทางไปต่างประเทศอาจถูกจำกัดได้ด้วยข้อกำหนดของแต่ละประเทศ
และรัฐย่อมมีอำนาจกำหนดข้อปฏิเสธในการออกหนังสือเดินทางเพื่อป้องกันผู้กระทำผิดหลบหนีและป้องกันไม่ให้มีการกระทำอันเสื่อมเสียแก่ประเทศชาติ ข้อเท็จจริงปรากฏว่าผู้ฟ้องคดีได้ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวสำนักข่าวต่างประเทศเกี่ยวกับข้อเท็จจริงในเหตุการณ์รัฐประหารในประเทศไทย โดยมีเนื้อหากล่าวถึงองคมนตรีซึ่งมีหน้าที่ถวายความเห็นต่อพระมหากษัตริย์ ในทำนองที่ว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาล
ถ้อยคำดังกล่าวจึงเป็นปรปักษ์กับการปกครองระบอบประชาธปิไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ก่อให้เกิดความเสียหายแก่สถาบันพระมหากษัตริย์อันเป็นการกระทบต่อชื่อเสียงและเกียรติภูมิของประเทศไทยตามข้อ ๒๑ (๔) ของระเบียบกระทรวงการต่างประเทศว่าด้วยการออกหนังสือเดินทางพ.ศ. ๒๕๔๘ การยกเลกิหนังสือเดินทางจึงมีผลเป็นการไม่รับรองให้ผู้ฟ้องคดีสามารถเดินทางโดยอ้างสิทธิการอนุญาตของประเทศไทยได้อีกต่อไป
ซึ่งศาลมีอำนาจแปลความหรือวินิจฉัยถ้อยคำการให้สัมภาษณ์ของผู้ฟ้องคดีได้ว่าเข้าหลกัเกณฑ์ข้อห้ามตามที่กำหนดไว้หรือไม่ การที่อธิบดีกรมการกงสุลมีคำสั่งยกเลิกหนังสือเดินทางของผ้ฟู้องคดีจึงเป็นคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมาย ศาลปกครองสูงสุดจึงมีคำพิพากษายืนตามคำพิพากษาของศาลปกครองกลางที่พิพากษายกฟ้อง




