เกาหลีใต้ สั่งถอดลำโพงกระจายเสียง หยุดโฆษณาชวนเชื่อต่อต้านเกาหลีเหนือ

ทางการเกาหลีเหนือประกาศยืนยันปรับเวลาเท่าเกาหลีใต้ 5 พ.ค.นี้ ด้าน เกาหลีใต้ หยุดกระจายเสียงโฆษณาชวนเชื่อชายแดนถาวร

สถานีโทรทัศน์ KRT ของทางการเกาหลีเหนือ ประกาศวานนี้ว่า เกาหลีเหนือจะปรับเวลาประเทศที่ช้ากว่าเกาหลีใต้ 30 นาที ให้เป็นเวลาเท่ากัน โดยจะเริ่มในวันที่ 5 พฤษภาคมนี้ เพื่อเริ่มต้นสู่การปรองดองและเป็นหนึ่งเดียวกัน รายงานข่าวระบุว่า นายคิม จอง อึน ผู้นำสูงสุดเกาหลีเหนือ ได้กล่าวต่อนายมูน แจ อิน ประธานาธิบดีเกาหลีใต้ ขณะเห็นนาฬิกาบนผนังบอกเวลาที่ต่างกันของสองเกาหลีเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาว่าเป็นความเจ็บปวด

นอกจากนี้ นายคิม ยังระบุว่า การปรับเวลาเป็นกระบวนการที่เกาหลีเหนือและใต้ปรับเปลี่ยนสิ่งที่ต่างกันและได้แยกกันไป ให้กลับมาเป็นเหมือนกันและเป็นหนึ่งเดียวกัน ก่อนหน้านี้ สองเกาหลีได้ใช้เวลาเดียวกันมาตลอด กระทั่งเมื่อเดือนสิงหาคม 2558 ความสัมพันธ์ของ 2 ประเทศเสื่อมถอยลง เกาหลีเหนือจึงเลื่อนเวลาให้ช้าลง 30 นาที

ขณะเดียวกัน นางเชว ฮยุน-โซ โฆษกกระทรวงกลาโหมเกาหลีใต้ ประกาศว่า เกาหลีใต้จะเริ่มถอดลำโพงที่ใช้กระจายเสียงโฆษณาชวนเชื่อบริเวณชายแดนสองเกาหลีโดยจะเริ่มในวันนี้

ความเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นตามปฏิญญาปันมุนจอม ที่สองผู้นำเกาหลีได้ลงนาม ในการประชุมร่วมกันเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ขณะที่ก่อนหน้าการประชุม เกาหลีใต้ได้ยุติการกระจายเสียงโฆษณาชวนเชื่อบริเวณชายแดนแล้ว และหันมาเปิดเพลงเคป๊อป เพื่อเตรียมบรรยากาศที่เป็นมิตรระหว่างกัน ด้านชายแดนเกาหลีเหนือก็ได้ยุติการกระจายเสียงของตนเช่นกัน

เพื่อนศิลปินเตรียมจัดคอนเสิร์ต นำรายได้ช่วยเหลือ ‘โจอี้ บาซู’

ทีมแพทย์โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ เผยอาการป่วยล่าสุดของ ‘โจอี้ บาซู’ ด้านเพื่อนศิลปินเตรียมจัดคอนเสิร์ตช่วยเหลือ

จากกรณีที่ ‘โจอี้ บาซู’ หรือ นายศุรเฎฒฌ์ กรณ์งูเหลือมโชต นักร้องชื่อดัง ถูกจับขณะเสพยาไอซ์ภายในห้องพักย่านลาดพร้าว ซึ่งทางด้านศาลอนุญาตให้ใช้หลักทรัพย์ 2 แสนบาทประกันตัว แต่ยังต้องรายงานตัวที่กรมคุมประพฤติตามหมายเรียก ก่อนวันที่ 13 เมษายนที่ผ่านมาจะมีข่าวว่า ‘โจอี้ บาซู’ ป่วยหนักจนต้องหามส่งโรงพยาบาล โดยแพทย์ได้ตรวจพบว่าเกิดอาการเส้นเลือดสมองตีบ ส่งผลให้ซีกตัวด้านขวาไม่สามารถขยับได้ ขณะที่ซีกตัวด้านซ้ายอ่อนแรง

ล่าสุด พลอากาศตรี นายแพทย์สันติ ศรีเสริมโภค รักษาการรองอธิการบดีวิทยาลัยวิทยาศาสตร์การแพทย์เจ้าฟ้าจุฬาภรณ์ เผยว่า โจอี้ บาซู ถูกนำส่งโรงพยาบาลนพรัตน์ แล้วส่งตัวไปที่โรงพยาบาลแพทย์ปัญญา เนื่องจากคนไข้มีบัตรทอง 30 บาท และได้ทำการสแกนสมองด้วยเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ ผลตรวจคือสมองตายเฉียบพลัน จากการขาดเลือดเลี้ยงสมอง ก่อนวันศุกร์ที่ 27 เมษายน จะส่งตัวมารักษาต่อที่โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ พร้อมสิทธิบัตรทอง

ด้าน แพทย์หญิงอาทิตา ชูหลำ แพทย์เฉพาะทางระบบประสาท เผยถึงอาการล่าสุด ว่า เบื้องต้นคนไข้มีอาการสมองขาดเลือด หลังจากทำ MRI Scan เส้นเลือดสมองมีการขรุขระ , หลอดเลือดตีบและไขมันสูง ส่งผลให้แขนขาอ่อนแรงและเป็นอัมพาตทางซีกขวา รวมถึงเรื่องของการสื่อสารที่ไม่สามารถพูดคุยได้ชัดเจน แต่รู้สึกตัวและตอบสนองกับคนรอบข้างได้

ส่วน นายอัฐพล นาคอ่อน ประธานฝ่ายจัดหาทุน สมาคมผู้สื่อข่าวบันเทิงแห่งประเทศไทย อัพเดทถึงเรื่องคดีความว่า ตนได้นำใบรับรองเเพทย์ให้กับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ พร้อมทั้งรายงานผลอาการของ โจอี้ บาซู เพื่อชี้แจงสาเหตุที่ไม่สามารถไปรายงานตัวต่อกรมคุมประพฤติตามหมายเรียกได้

ขณะที่เพื่อนสนิทของ โจอี้ บาซู อย่าง ปีเตอร์ ไมอ๊อคชิ และ เบน นวธันย์ เผยว่า ได้ดูแลเรื่องค่าใช้จ่ายในการรักษา และเตรียมจัดคอนเสิร์ตการกุศล ‘ไนท์ตี้ ฟอร์ โจอี้ บาซู’ ในวันที่ 30 พฤษภาคมนี้ ซึ่งได้เพื่อนๆ ในวงการมาร่วมแรงเพื่อนำรายได้มาช่วยเหลือ โจอี้ บาซู ในการรักษาตัว

เกิดเหตุระเบิด 2 ครั้งในกรุงคาบูล เมืองหลวงของอัฟกานิสถาน

เกิดเหตุระเบิด 2 ครั้งในกรุงคาบูล เมืองหลวงของอัฟกานิสถาน มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 25 ราย ในจำนวนนี้มีนักข่าวเสียชีวิต 9 ราย และบาดเจ็บราว 45 ราย

เกิดเหตุระเบิด 2ครั้งในกรุงคาบูลของอัฟกานิสถาน เมื่อวานนี้ ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 25 ราย ซึ่งต่อมากลุ่มรัฐอิสลาม หรือ “ไอเอส” ได้ออกมาประกาศอยู่เบื้องหลังเหตุดังกล่าวแล้ว

เจ้าหน้าที่ตำรวจ ระบุว่า เหตุระเบิดฆ่าตัวตายครั้งแรกเกิดขึ้นราว 8 นาฬิกา ตามเวลาท้องถิ่น โดยมือระเบิดได้ขับรถจักรยานยนต์ที่ติดระเบิดไว้ แล้วจุดชนวนขึ้นบริเวณใกล้ที่ตั้งสถานทูตสหรัฐฯ และอาคารรัฐบาลอัฟกานิสถาน ทำให้ผู้สื่อข่าวจำนวนมากเข้าไปยังที่เกิดเหตุ  หลังจากนั้นราว 30 นาที ได้เกิดเหตุระเบิดครั้งที่ 2 ขึ้น โดยมือระเบิดได้ปลอมตัวเป็นช่างภาพโทรทัศน์ และจุดระเบิดฆ่าตัวตายขึ้น ทำให้มีนักข่าวเสียชีวิตอย่างน้อย 9 ราย

หนึ่งในบรรดานักข่าวที่เสียชีวิตคือ นายชาห์ มาราอิ หัวหน้าช่างภาพสำนักข่าวเอเอฟพี และนายอาห์เหม็ด ชาห์ นักข่าวจากสำนักข่าวบีบีซี ประจำอัฟกานิสถาน

นอกจากนี้ ยังมีนักข่าวจากสถานีวิทยุ “เรดิโอ ฟรี ยุโรป” 3 รายที่เสียชีวิต ช่างภาพ 1 ราย และนักข่าว 1 ราย จากสถานีโทรทัศน์ช่อง “วัน ทีวี” สื่ออัฟกานิสถาน  ช่างภาพจากสถานีโทรทัศน์ “โทโล นิวส์” สื่ออัฟกานิสถาน 1 ราย

หัวหน้าผู้สื่อข่าวจาก “โทโล นิวส์” บอกกับสำนักข่าวบีบีซี ว่า เหตุวันนี้เป็นเหตุสูญเสียชีวิตที่รุนแรงที่สุดในรอบ 15 ปีที่เกิดขึ้นกับสื่อมวลชนในอัฟกานิสถาน

เมื่อต้นเดือนเมษายนที่ผ่านมา เกิดเหตุระเบิดฆ่าตัวตายที่จุดลงทะเบียนใช้สิทธิเลือกตั้ง มีผู้เสียชีวิตเกือบ 60 ราย บาดเจ็บ 119 ราย ซึ่งเหตุครั้งนั้น ไอเอสออกมาประกาศว่าอยู่เบื้องหลังเช่นกัน