กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศประจำวันที่ 1 พฤษภาคม 2561

บริเวณประเทศไทยยังคงมีฝนฟ้าคะนองต่อเนื่องหลายพื้นที่ กับมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออก ภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล และภาคใต้

กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศ ลักษณะอากาศทั่วไป  24 ชั่วโมงข้างหน้า ประจำวันที่ 1 พฤษภาคม 2561 บริเวณประเทศไทยยังคงมีฝนฟ้าคะนองต่อเนื่องหลายพื้นที่ กับมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออก ภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล และภาคใต้ ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสมไว้ด้วย สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันมีกำลังปานกลาง ชาวเรือบริเวณทะเลอันดามันควรเพิ่มความระมัดระวังในการเดินเรือ

ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา หย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงที่ปกคลุมทะเลอันดามันตอนบนมีแนวโน้มเคลื่อนเข้าใกล้อ่าวมะตะบัน ประเทศเมียนมา ในช่วงวันที่ 1 – 2 พฤษภาคม 2561 ประกอบกับมีลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้พัดปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณประเทศไทยยังคงมีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้นต่อเนื่องหลายพื้นที่ กับมีฝนตกหนักบางแห่ง

พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยตั้งแต่เวลา 06:00 วันนี้ ถึง 06:00 วันพรุ่งนี้.

  • ภาคเหนือ มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง

ส่วนมากบริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง สุโขทัย ตาก
กำแพงเพชร พิจิตร และพิษณุโลก
อุณหภูมิต่ำสุด 21-23 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 31-37 องศาเซลเซียส
ลมใต้ ความเร็ว 10-25 กม./ชม.

  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดเลย อุดรธานี หนองคาย

สกลนคร ขอนแก่น กาฬสินธุ์ มหาสารคาม ร้อยเอ็ด ยโสธร อำนาจเจริญ อุบลราชธานี ศรีสะเกษ สุรินทร์ บุรีรัมย์ นครราชสีมา และชัยภูมิ
อุณหภูมิต่ำสุด 23-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-32 องศาเซลเซียส
ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-25 กม./ชม.

  • ภาคกลาง มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง

บริเวณจังหวัดนครสวรรค์ อุทัยธานี ชัยนาท สุพรรณบุรี พระนครศรีอยุธยา
กาญจนบุรี ราชบุรี นครปฐม สมุทรสงคราม และสมุทรสาคร
อุณหภูมิต่ำสุด 22-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-32 องศาเซลเซียส
ลมใต้ ความเร็ว 10-25 กม./ชม.

  • ภาคตะวันออก มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง

บริเวณจังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง
จันทบุรี และตราด
อุณหภูมิต่ำสุด 23-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 29-32 องศาเซลเซียส
ลมใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.
ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูง 1-2 เมตร

  • ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง

บริเวณจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี และนครศรีธรรมราช
อุณหภูมิต่ำสุด 21-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-34 องศาเซลเซียส
ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม/ชม.
ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร

  • ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง

บริเวณจังหวัดระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล
อุณหภูมิต่ำสุด 21-24 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 31-33 องศาเซลเซียส
ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-35 กม./ชม.
ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

  • กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 80 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง

อุณหภูมิต่ำสุด 23-24 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 29-31 องศาเซลเซียส
ลมใต้ ความเร็ว 10-25 กม./ชม.

ฝนถล่มกรุง ! สำโรง-ปู่เจ้า อ่วมน้ำท่วมขังสูงรถจอดเสียเพียบ

ผู้ใช้รถสัญจรในพื้นที่กรุงเทพฯ-ปริมณฑลได้รับผลกระทบอย่างหนัก หลังฝนตกลงมาอย่างหนักจนเกิดน้ำท่วมขัง มีรถยนต์จอดเสียเป็นจำนวนมาก

ช่วงกลางดึกวันที่ 30 เม.ย.ที่ผ่านมา เกิดเหตุฝนกระหน่ำตกลงมาอย่างต่อเนื่อง ในพื้นที่ กทม. และปริมณฑล ทำให้ถนนหลายสายเกิดน้ำท่วมขัง ผู้ใช้รถใช้ถนนที่กำลังสัญจรไปในที่ต่าง ๆ ได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก เพราะการจราจรเป็นไปอย่างยากลำบาก 

นอกจากนี้พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบอย่างมากคือบริเวณถนนสุขุมวิทช่วงสำโรง และปู่เจ้าฯ โดยมีคำเตือนว่า รถเล็กไม่ควรขับผ่าน เพราะมีน้ำท่วมสูงจนกระทั่งรถยนต์จอดเสียจำนวนหลายคัน 

ก.แรงงาน ตั้งเป้า แรงงานไทยมีงานทำทุกคน

กระทรวงแรงงาน ตั้งเป้าหมายให้แรงงานไทยมีงานทำทุกคน รวมทั้งได้รับความคุ้มครองและสวัสดิการตามความเหมาะสม

พลตำรวจเอก อดุลย์ แสงสิงแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กล่าวในรายการเดินหน้าประเทศไทย เรื่องแรงงานไทย ก้าวไปพร้อมกันว่า รัฐบาลขับเคลื่อนงานด้านแรงงานโดยมุ่งเป้าหมายให้คนมีงานทำ มีรายได้ที่เหมาะสม ยกระดับฝีมือแรงงาน ให้แรงงานได้รับความคุ้มครองและมีหลักประกันคุณภาพ

โดยกระทรวงแรงงานมีศูนย์ฝึกงานรองรับอยู่ทั่วประเทศที่จะฝึกอาชีพ ฝึกอบรมและให้ความรู้ด้านต่างๆ รวมถึงความปลอดภัยในการทำงาน อีกทั้งยังมีระบบจับคู่งานที่เหมาะสมระหว่างแรงงานกับนายจ้าง(Smart Job) ซึ่งมีแรงงานมาใช้บริการแล้ว 130,000 คน สามารถบรรจุงานได้เกือบ 80,000 คน นอกจากนี้ยังเพิ่มอัตรารายได้ขั้นต่ำให้แก่แรงงานอีกร้อยละ 5 จัดระเบียบแรงงานโดยจัดทำประวัติแรงงานต่างด้าวแล้วไม่น้อยกว่า 1.3 ล้านคน เพื่อแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์ อีกทั้งยังให้หลักประกันเพิ่มขึ้นแก่สตรีที่ตั้งครรภ์ ผู้ทุพลภาพและผู้สูงอายุ

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กล่าวด้วยว่า ปัจจุบันประชากรในประเทศไทยอยู่ในวัยแรงงานประมาณ 38 ล้านคน มีอัตราการว่างงานประมาณ 400,000 คน หรือร้อยละ 1 ซึ่งรัฐบาลพร้อมรับทุกข้อเสนอ เพื่อนำไปปรับปรุงแนวนโยบายด้านการพัฒนาแรงงานไทยต่อไป