‘เคน ภูภูมิ-เอสเธอร์’ เข้าพบตร. เผยลองใช้เองและเห็นดารารีวิวเยอะเลยมั่นใจ

“เคน ภูภูมิ-เอสเธอร์-นัทตี้” เข้าพบตำรวจให้ปากคำ ปมรีวิว ‘เมจิก สกิน’ เผยลองใช้เองและเห็นดารารีวิวเยอะเลยมั่นใจ

วันนี้ (25 พ.ค. 61) มีรายงานว่า เคน-ภูภูมิ พงศ์ภาณุ และ เอสเธอร์ สุปรีย์ลีลา คู่รักนักแสดง รวมถึง นัท หรือ นายนิศามนี เลิศวรพงศ์ เน็ตไอดอลชื่อดัง เดินทางเข้าให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ หลังทั้ง 3 คน ถูกออกหมายเรียกกรณีรีวิวสินค้าเครือข่ายเมจิกสกิน

ทั้งนี้ เคน ภูภูมิ และ เอสเธอร์ เปิดเผยภายหลังเข้าพบตำรวจว่า ก่อนทำการรีวิวสินค้า ตนเองได้ทดลองใช้ผลิตภัณฑ์ทุกครั้ง เบื้องต้นไม่พบว่ามีผลข้างเคียงจากการใช้ ซึ่งระยะเวลาในการทดลองใช้ ทั้งคู่บอกว่าไม่ได้ใช้ติดต่อกันเป็นเวลานาน แต่ยืนยันว่าได้มีการสอบถามไปยังเอเจนซี่ที่ติดต่อให้รีวิว ทราบว่าผลิตภัณฑ์ดังกล่าวมีเลข อย. ถูกต้อง อีกทั้งยังมีนักแสดงคนอื่นๆ รีวิวเป็นจำนวนมากทำให้เกิดความมั่นใจในตัวสินค้าและตัดสินใจรับรีวิว

อย่างไรก็ตาม พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รอง ผบ.ตร. ยืนยันว่า คดีดังกล่าวจะต้องแล้วเสร็จภายในเดือนมิถุนายนแน่นอน แม้ว่าขณะนี้ยังคงเหลือดารานักแสดงอีกหลายคนที่ยังไม่ได้เดินทางเข้าให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่

ไม่สนน้ำมัน-แก๊สขึ้น ร้านข้าวมันไก่ใจเด็ด ขอขายแค่จานละ 20 บาท

สุดยอดร้านอาหารขวัญใจประชาชน หลังตรึงราคาขอขายแค่ 20 บาท ไม่หวั่นแม้น้ำมัน – แก๊สหุงต้มปรับตัวสูงขึ้น ชี้ขอแค่พออยู่ได้แม้จะไม่ได้กำไรก็ตาม

ผู้สื่อข่าว MThai รายงานว่า แม้ช่วงนี้สภาวะเศรษฐกิจน้ำมันขึ้นราคา แก๊สหุงต้มขึ้นราคา ทำให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อนถ้วนหน้า แต่นั่นก็ไม่ใช่ปัญหาของร้านบ้านเราข้าวมันไก่ เพราะเขาจะตรึงราคาขอขายแค่จานละ 20 บาท เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายของประชาชนในพื้นที่

โดยนางสาวอุไรวรรณ นาคเล็ก หรือน้องอุ๊ อายุ 20 ปี เจ้าของร้านข้าวมันไก่ เผยว่า สาเหตุที่ยังคงขายข้าวมันไก่ราคานี้นั้น เป็นเพราะสงสารประชาชนที่แบกรับค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น จึงอยากช่วยเหลือแบ่งเบาบ้าง อย่างน้อยให้ได้ทานของอร่อยราคาถูกในยุคของขึ้นราคานี้ แม้ตัวเองจะไม่ได้กำไร แต่ก็ได้มีงานทำพอให้ร้านอยู่ต่อไปได้

สำหรับร้านบ้านเราข้าวมันไก่ ตั้งอยู่ที่ ถ.ควนขัน ต.โคกหล่อ อ.เมือง จ.ตรัง เปิดตั้งแต่เวลา 07.00 น.-15.00 น. หากใครอยากไปชิมรสชาดและร่วมอุดหนุนก็สามารถเดินทางไปได้ ซึ่งร้านนี้เปิดทุกวันไม่มีวันหยุด

ใครผิด? นางแบบโวยพนง.สายการบินดัง เหตุถามที่เช็คอินอีกบริษัท แต่ให้ไปถามประชาสัมพันธ์แทน

ดรามาสนั่นเน็ต ทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย หลังนางแบบสาวไม่พอใจการทำงานของพนักงานสายการบินดัง เหตุถามที่เช็คอินของอีกบริษัทแต่กลับทำสีหน้าไม่พอใจ และให้ไปถามประชาสัมพันธ์แทน 

วันนี้ (25 พ.ค. 2561) ในโลกออนไลน์ได้เกิดเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง เมื่อนางแบบสาวคนหนึ่งที่เคยมีข่าวคึกโครมไปก่อนหน้านี้ จากการถ่ายภาพเซ็กซี่คู่กับทุเรียน ได้มีการโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ไม่พอใจในการทำหน้าที่ของพนักงานสายการบินชื่อดังสายการบินหนึ่ง ทำนองว่าเธอถามหาเคาน์เตอร์เช็คอินของสายการบินอีกบริษัท แต่พนักงานคนดังกล่าวกลับชักสีหน้าและไล่ให้ไปถามเจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ของสนามบินเอง โดยข้อความดังกล่าวระบุว่า

2,3 เดือนกลับหาดใหญ่ครั้งหนึ่ง แต่รอบนี้มาเจอแบบนี้ไม่ไหวค่ะ

บินกลับ หาดใหญ่-กทม. สายการบิน . . . แต่วันนี้เคาน์เตอร์เช็คอิน . . . หาดใหญ่ย้ายสถานที่เช็คอิน เลยเดินไปถามจุดบริการของสายการบินหนึ่งที่อยู่ใกล้ๆ ว่า “ไม่ทราบว่าเคาน์เตอร์เช็คอินของ . . .อยู่ไหนค่ะ? ” คำตอบที่ได้ “ถามประชาสัมพันธ์เลยค่ะ” เดินไปแล้วเอะใจ เลยเดินกลับมาถามต่อว่า “น้องไม่ทราบจริงหรอค่ะว่าสายการบิน . . .อยู่ที่ไหน หรือเพราะแค่คนละสายการบินกันเลยตอบไม่ได้แค่ถามทางเอง”

เขาตอบกลับมาอีกว่า “จริงๆ ก็รู้นะ แต่วันๆ คนถามเยอะ ไม่มีหน้าที่มาตอบ ประชาสัมพันธ์เลยค่ะ ” คำพูดแบบนี้คือสิ่งที่พนักงานควรพูดรึป่าว !!! เลยบอกน้องกลับไปว่า “พี่เคยอยู่ทรูมูฟ ข้างๆ คือ AIS ต่อให้ลูกค้าคือลูกค้าของคู่แข่งขัน มาถามทาง ถามนู้นนี่ แม้กระทั่งถามทางไปห้องน้ำ พี่ไม่เคยบอกให้ลูกค้าไปถามประชาสัมพันธ์ น้องเป็นพนักงานบริการรึป่าว” ท้ายสุดน้องก็ยกป้ายที่วางบนเคาน์เตอร์มาวางปิดด้านหน้าเหมือนจะสื่อว่า ไปได้แล้ว ฉันไม่คุยกับพวกคุณ!

อันนี้เป็นคลิปที่อัดหลังจากฟังคำพูดและกริยาที่ไม่สุภาพของพนักงาน อยากถามว่าคุณมองเห็นกิริยาของพนักงานคนนี้เป็นอย่างไร?
1.น้องเป็นพนักงานบริการรึป่าว ผ่านการฝึกเรื่องการบริการ บุคลิกภาพมามากน้อยแค่ไหนกับการบริการคนทั่วโลก
2.น้องเล่นโทรศัพท์ ถือโทรศัพท์ตลอดเวลาที่พูดคุยกับลูกค้า
3.ไม่มีคำพูด “ขอโทษค่ะ” สักครั้ง เมื่อรู้ว่ากิริยาที่แสดงหรือคำพูดไม่สุภาพ หรืออันนี้น้องยังไม่รู้ตัวค่ะ
4.เมื่อคุณแค่ขอความช่วยเหลือที่ไม่เหลือบ่ากว่าแรงแล้วเจอสภาพแบบนี้คุณรู้สึกอย่างไรกันค่ะ?

ไม่ได้ก้าวก่ายเรื่องสายการบิน แต่ทั้งหมดคือการพูดถึงตัวพนักงานบริการล้วนๆ ให้ดูคลิปประกอบก่อนหน้าที่ไม่มีการอัดคลิป แสดงกิริยาคำพูดแย่กว่านี้ค่ะ ทั้งนี้เมื่อคลิปดังกล่าวได้เผยแพร่ออกไปก็ทำให้มีคนเข้าไปแสดงความเห็น ทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย ที่เจ้าของโพสต์นำเรื่องมาเผยแพร่ อาทิ

ผู้ใช้เฟซบุ๊ก ที่ระบุว่า  Johnny Srisawat เท่าที่อ่านดูส่วนใหญ่จะเข้าข้างพนักงานนะ แต่ผมกลับมองต่างนะครับ ถ้าผมเป็นเจ้าของสายการบิน ผมจะอบรมพนักงาน โดยเฉพาะด่านแรกที่ต้องพูดคุยกับลูกค้า ผมจะเน้นให้พนักงานให้บริการครับ พยายามให้คำตอบลูกค้าไปครับ เพราะถือว่าเราคือด่านแรก

และหน้าที่คือสร้างความพอใจให้กับลุกค้า สิ่งที่จะได้กลับมาคือ……ลูกค้าจะไปบอกต่อในทางที่ดี และลูกค้าจะกลับมาเป็นลูกค้าของเรา ผมเชื่อว่ากรณีนี้ สายการบินไม่กล้าฟ้อง คนโพสต์หรอกเชื่อผม ใครพนันกับผมได้ แต่สิ่งที่สายการบินจะทำ คือต้องไปอบรมพนักงานท่านนี้

เคยเข้า 7/11 ไหมครับ ไม่ว่าคุณจะได้สินค้า หรือไม่ได้ แต่พอเดินออกมา เขาจะบอกว่า ขอบคุณค่ะ คราวหน้าเชิญใหม่นะคะ หรือแม้แต่ เราหาของไม่เจอ เขายังยินดีที่จะพาเราไปยังจุดวางสินค้า นี่เพราะเขาได้รับการอบรมมาครับ

เพราะฉนั้นแล้ว ก็ไปคิดกันเองนะครับ ถ้าคุณคือ ผู้ให้บริการ คุณอยากได้พนักงานแบบนี้ไหม ถ้าผมจะจ้างพนักงานสักคน ถ้าพนักงานของผมเป็นอย่างพนักงานในคลิป ผมคงต้องเลิกจ้าง สิ่งสำคัญที่สุด คุณต้องรู้หน้าที่ครับ ว่าหน้าที่ให้บริการ…..ไม่ใช่สักแต่คิดว่า ไม่ใช่สายการบินของกู

ถ้าคุณเป็นเจ้าของร้านขายของ เราต้องทำยังไงก็ได้ ให้เราขายสินค้าได้ ถึงแม้เขาจะมาถามสินค้าตัวที่เราไม่ขาย แต่เราต้องสร้างโอกาศให้กับตัวเองให้กับบริษัท และถ้าพนักงานท่านนี้ให้คำแนะนำที่ดี กริยามารยาทดี มีอาจจะมีคลิปอีกแบบหนึ่งออกมาก็ได้นะครับ

และสิ่งที่สายการบินที่เขาทำงานอยู่จะได้รับคืออะไร คือคำชม และแม้แต่ตัวพนักงานเอง เพราะฉนั้น ต้องเข้าใจก่อนครับว่า งานบริการคืออะไร พวกที่มาตอบเข้าข้างพนักงานส่วนใหญ่ก็คงไม่เคยเป็นพนักงานบริการมาก่อน และอีกอย่างที่สังเกต คือยังเล่นมือถืออยู่เลยอะ ไม่พร้อมจะทำงานก็ลาออกไปครับ

ส่วนผู้ใช้เฟซบุ๊ก Babynoi Noi ระบุว่า จากที่ผมอ่านทุกคำที่เขียนของเจ้าของโพสต์ ทุกบรรทัด เข้าใจในความรู้สึกว่าแค่ถามทางหรือข้อมูลต่างๆ จากพนักงานแต่ไม่พอใจในคำตอบ แต่ผมอ่านมาหลายครั้ง ผม ก็ยังขัดกับ กับประเด็น ว่า (ให้ไปถามประชาสัมพันธ์ค่ะ) มันเสียมรรยาทตรงไหน

แต่ก่อนหน้าคลิปผมไม่ทราบว่าพนักงานทำหน้าแบบไหน ตอบแบบไหน แต่จากผมอ่านเหมือนผิดทั้ง 2 ฝ่าย แต่ผมเทไปทางพนักงานมากกว่า ที่ผิดน้อย เพราะการเขียนเจ้าของโพสต์ มันรู้สึกเหมือนเจ้าของโพสต์ไม่พอใจในคำตอบแรก เลยเดินไปถาม และพูดในสิ่งที่รู้สึกเอะใจ ในคำตอบ

แต่ความคิดเห็นผม พนักงานตอบในตอนแรกถือว่าเป็นประโยชน์แล้ว ส่วนคำตอบหลัง หลังจากเดินไปถามใหม่ อาจเกิดจากเจ้าของโพสต์พูดในแบบที่เจ้าของโพสต์เขียนอาจเกิดอารมณ์ ทำให้พนักงานตอบไปแบบนั้น ซึ่งมันผิด บอกไม่ทราบหรือ ย้ำอีกทีว่าไปประชาสัมพันธ์ จะดีกว่านี้ ซึ่งโดยรวมผมว่าพนังงานผิดที่ตอบในคำตอบที่ 2 เจ้าของโพสต์ก็ผิดเหมือนอยากได้คำตอบที่ตัวเองอยากแต่ไม่ได้ สรุปผิดคนละแบบเท่านั้นเอง