ลูกศิษย์แห่เยี่ยม ‘พุทธะอิสระ’ เป็นห่วงสุขภาพ ทนายจ่อยื่นประกันตัวอีกรอบ

ลูกศิษย์แห่เยี่ยม ‘พุทธะอิสระ’ เป็นห่วงสุขภาพ ทนายจ่อยื่นประกันตัวอีกรอบ

วันนี้ (25 พ.ค. 61) มีรายงานว่า เมื่อเวลา 07.00 น. ลูกศิษย์อดีตพระพุทธอิสระ หรือ นายสุวิทย์ ทองประเสริฐ อายุ 59 ปี ผู้ต้องหาคดีปลอมพระปรมาภิไธย , อั้งยี่ซ่องโจร อดีตเจ้าอาวาสวัดอ้อน้อย จ.นครปฐม และ อดีตแกนนำ กปปส. ได้รวมตัวกันเดินทางมาให้กำลังใจหน้าเรือนจำนวนหนึ่ง

ทั้งนี้ นายมหัศจักร โสดี ทีมทนายความของอดีตพระพุทธอิสระ เปิดเผยว่า วันนี้มาเยี่ยมอดีตพระพุทธอิสระ และจะหารือในประเด็นการยกเหตุขอยื่นอุทธรณ์คำสั่งศาล และขอยื่นประกันตัวอีกครั้ง โดยเฉพาะประเด็นการเข้าไปจับกุมตัวอดีตพระพุทธอิสระถึงกุฏิ ว่ามีความเหมาะสมตามข้อหาที่ได้รับหรือไม่ แต่หากศาลไม่อนุญาตให้ประกันตัวรอบที่ 2 เชื่อว่าลูกศิษย์จะไม่ก่อความวุ่นวาย เพราะทุกคนเคารพกฎหมาย

ที่ผ่านมามีพระสงฆ์ที่เคยถูกดำเนินคดีในลักษณะนี้และปลดผ้าเหลือง แต่จิตใจยังคงศรัทธาในพระพุทธศาสนาและอยู่ในพระธรรมวินัย โดยผ้าเหลืองเป็นเพียงสัญลักษณ์ อดีตพระพุทธอิสระจะไม่ยื่นขอสิทธิพิเศษในเรือนจำ เพราะเคารพในกฎหมาย ขณะที่ภารกิจต่างๆ ในวัดยังคงดำเนินไปตามปกติ

ทางด้าน นายธีรยุทธ สุวรรณเกษร ทนายความอีตพระพุทธะอิสระ เปิดเผยว่าในเบื้องต้นคดีอั้งยี่ซ่องโจร ที่การ์ด กปปส. ร่วมกันทำร้ายร่างกายตำรวจสันติบาลได้รับบาดเจ็บสาหัสนั้น ทางพระพุทธะอิสระยืนยันที่จะต่อสู้คดีในชั้นศาลจนถึงที่สุด ในส่วนคดีแอบอ้างเบื้องสูงนั้นได้ให้การยอมรับสารภาพ พร้อมยืนยันว่าได้ทำหนังสือส่งไปนังสำนักพระราชวังอย่างถูกต้อง ซึ่งไม่มีเจตนาที่จะหมิ่นเบื้องสูงแต่อย่างใด อย่างไรก็ตามในช่วงบ่ายวันนี้จะเข้าพูดคุยในฐานะทีมทนายอีกครั้งนี้

ขณะที่ นายไพบูลย์ นิติตะวัน อดีต สว. และ อดีต สนช. กล่าวว่า ได้เดินทางเข้าเยี่ยมพร้อมกับบรรดาศิษยานุศิษย์ โดยเรื่องสุขภาพก็มีความแข็งแรงปกติดี ตนได้ถามถึงเรื่องลาสิขาโดยหลวงปู่ฯได้กล่าวว่าไม่ได้กล่าวคำลาสิขาแต่อย่างใดในระหว่างถูกควบคุมตัว

ซึ่งก็มีเจ้าอาวาสวัดเสมียนนารี เป็นพยานระหว่างนั้นด้วย โดยตามหลักพระธรรมวินัยก็ยังคงเป็นพระภิกษุอยู่ นอกจากนี้ทางหลวงปู่ฯ ยังรู้ไม่สบายใจต่อคลิปภาพเห็นการณ์เจ้าหน้าที่บุกควบคุมตัวเมื่อวานนี้ ซึ่งเป็นภาพที่สร้างความรู้สึกที่ไม่ดีต่อลูกศิษย์หรือผู้ที่ได้พบเห็นคลิปดังกล่าว

อย่างไรก็ตาม ทนายความและลูกศิษย์ มีความกังวลด้านสุขภาพของอดีตพระพุทธอิสระที่มีโรคประจำตัว เนื่องจากเป็นผู้สูงอายุที่ทำงานหนักมาตลอด และมีกำหนดนัดพบแพทย์ เพื่อผ่าตัดดวงตา

จ่านิว ทำตามสัญญา โผล่สามชูนิ้วหน้าทำเนียบ บอกจะมาก็ต้องมาให้ถึง

“จ่านิว” โพสต์เฟซบุ๊ก ชูสามนิ้ว หน้าทำเนียบ หลังได้รับการประกันตัว บอกประกาศไว้แล้วก็ต้องมาให้ถึง

รายงานข่าวแจ้งว่า ที่เฟซบุ๊ก “Sirawith Seritiwat” ของนายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ หรือ ‘จ่านิว’ ได้เผยแพร่ภาพของเจ้าตัวสวมเสื้อยืดคอกลมสีดำ มีลวดลายชูสามนิ้ว ข้อความว่า Demorcracy ขณะยืนหน้าทำเนียบรัฐบาล โดยกระทำการชูสามนิ้ว พร้อมข้อความระบุว่า

ไหนๆ ก็ประกาศแล้ว ว่าจะต้องมาให้ถึงทำเนียบรัฐบาล

มาให้ถึงเลยครับ

ช่วยไม่ได้เดินจากโรงพยาบาลแปปเดียวก็ถึงแล้ว

เผด็จการจงพินาศ

ประชาธิปไตยจงเจริญ

คสช. ออกไป

#เลือกตั้งปีนี้

#คนอยากเลือกตั้ง

จ่านิว, ชูสามนิ้ว, ทำเนียบรัฐบาล, ม็อบคนอยากเลือกตั้ง

นอกจากนี้ยังโพสต์คลิปความยาว 26 วินาที บอกเล่าข้อความสั้นๆ อีกด้วย สำหรับเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นหลังจากเจ้าตัวได้รับอนุญาตจากศาล ให้ปล่อยตัวโดยตีวงเงินประกันเป็นเงินสดคนละ 100,000 บาท พร้อมวางเงื่อนไขห้ามชุมนุมทางการเมืองอันละเมิดต่อกฎหมายและเป็นภยันตรายแก่สังคม จากกรณีที่เขาและพวกเป็นแกนนำกลุ่มอยากเลือกตั้งชุมนุมจัดชุมนุมเรียกร้องให้จัดการเลือกตั้ง เมื่อวันที่ 22 พ.ค. 2561 ที่ผ่านมา

พล.อ.ประวิตร เชื่อจับพระชั้นผู้ใหญ่ ไม่กระทบวงการสงฆ์

ประวิตร ยันกรณีควบคุมพระชั้นผู้ใหญ่ เป็นไปตามหลักกฎหมาย และมั่นใจว่าจะไม่เป็นเหตุกระทบต่อความศรัทธาของประชาชน

พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ยืนยันว่า กรณีกองปราบปรามบุกตรวจค้นวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร, วัดสัมพันธวงศาราม วรวิหาร และวัดสามพระยา พร้อมนิมนต์พระชั้นผู้ใหญ่ไปสอบสวนความเชื่อมโยงคดีทุจริตเงินทอนวัดไม่เกี่ยวกับนโยบายการจัดระเบียบวงการสงฆ์ แต่เป็นเรื่องการตรวจสอบทุจริต

ส่วนกรณีการควบคุมตัว พระพุทธะอิสระ เจ้าอาวาสวัดอ้อน้อย ในข้อหาสนับสนุนให้มีการปล้นทรัพย์ กรรโชกทรัพย์ อั้งยี่ และซ่องโจร ช่วงการชุมนุมกลุ่ม กปปส.ปี 2557 นั้น พลเอกประวิตร เชื่อว่าการตรวจสอบครั้งนี้ จะไม่กระทบต่อแรงศรัทธาของประชาชน และหากการตรวจสอบพบการกระทำผิด ก็จะต้องดำเนินการตามกฎหมายโดยไม่ละเว้น

เช่นเดียวกับนายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีในฐานะกำกับดูแลสำนักพุทธ ที่ระบุว่า ประเทศไทยยังมีพระสงฆ์ที่ดี ส่วนพระสงฆ์ที่มีหมายจับและยังติดตามไม่พบ จะถึงขั้นสึกหรือไม่ ต้องเป็นไปตามกระบวนการ

พร้อมย้ำด้วยว่า หากพระสงฆ์ทำความผิด นอกจากเป็นไปตามขั้นตอนทางกฎหมายแล้ว ยังต้องอยู่ภายใต้กฎมหาเถรสมาคม และพระธรรมวินัย