สั่งพักใบอนุญาตโรงงานนำเข้าซากอิเล็กทรอนิกส์ 5 ราย 1 ปี

กรอ.เดินหน้าตรวจ 148 โรงงานรีไซเคิลขยะฯ เดือน มิ.ย. – ก.ค. พร้อมเร่งทบทวนกฎหมายนำเข้าของเสียข้ามแดนคาดรู้ผลภายในมิ.ย. 61

กรุงเทพฯ 19 มิถุนายน 2561 –กรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) ออกคำสั่งพักใช้ใบอนุญาตบริษัทนำเข้าซากอิเล็กทรอนิกส์ จำนวน 5 รายพร้อมงดการนำเข้าซากอิเล็กทรอนิกส์เป็นระยะเวลา 1 ปี ฐานกระทำผิดเงื่อนไขส่งซากอิเล็กทรอนิกส์ให้กับโรงงานอื่นที่ไม่มีใบอนุญาตคัดแยกแทนโดยยังได้ร่วมกับสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัด

ออกคำสั่งตามมาตรา 52 วรรค 1 แห่ง พ.ร.บ. วัตถุอันตราย พ.ศ. 2535 ให้กลุ่มโรงงานที่รับซากอิเล็กทรอนิกส์จาก 5 โรงงานดังกล่าวมาคัดแยก ทำการส่งชิ้นส่วนอุปกรณ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์คืนบริษัทต้นทางจำนวนกว่า 14,000 ตัน ภายใน 30 วัน

นอกจากนี้ในเดือนมิถุนายน – กรกฎาคม ยังเร่งเดินหน้าตรวจสอบความถูกต้องโรงงานที่รับรีไซเคิลซากอิเล็กทรอนิกส์ทั้ง 148 แห่ง ในจังหวัดนครปฐม สมุทรปราการ ฉะเชิงเทรา และชลบุรี พร้อมทบทวนกฎระเบียบการควบคุมการเคลื่อนย้ายของเสียอันตรายและการกำจัดข้ามแดนร่วมกับคณะอนุกรรมการอนุสัญญาบาเซล โดยคาดว่าจะรู้ผลภายในเดือนมิถุนายน 61

นายมงคล พฤกษ์วัฒนาอธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม เปิดเผยว่ากรมโรงงานอุตสาหกรรมได้มีคำสั่งพักใช้ใบอนุญาตบริษัทนำเข้าซากอิเล็กทรอนิกส์ จำนวน 5 ราย ได้แก่ บริษัท ไวโรกรีน (ไทยแลนด์) จำกัดบริษัท โอ.จี.ไอ จำกัดบริษัท เจ.พี.เอส เมทัลกรุ๊ปอินเตอร์เนชั่นแนล จำกัดบริษัท หย่งถัง ไทย จำกัด และบริษัท เอส.เอส.อิมปอร์ตเอ็กปอร์ต อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด

โดยไม่ให้มีการนำเข้าซากอิเล็กทรอนิกส์เป็นระยะเวลา 1 ปี ฐานกระทำผิดเงื่อนไขส่งซากอิเล็กทรอนิกส์ให้กับโรงงานอื่นที่ไม่มีใบอนุญาตคัดแยกแทนส่วนโรงงานที่รับซากอิเล็กทรอนิกส์จาก 5 โรงงานดังกล่าว มาคัดแยกหรือครอบครองโดยที่ไม่มีใบอนุญาตตามอนุสัญญาบาเซล กรมโรงงานอุตสาหกรรมได้ร่วมกับสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัด ออกคำสั่งตามมาตรา 52 วรรค 1 แห่ง พ.ร.บ. วัตถุอันตราย พ.ศ. 2535 ให้ทำการส่งชิ้นส่วนอุปกรณ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ที่มีไว้ในครอบครองคืนบริษัทต้นทางจำนวนกว่า14,000ตัน

นายมงคล กล่าวเพิ่มเติมว่านอกจากนี้ กรอ.ได้ร่วมกับสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดฉะเชิงเทรา ออกคำสั่งให้บริษัท ดับบลิว เอ็ม ดี ไทย รีไซคลิ้ง จำกัด ส่งซากอิเล็กทรอนิกส์กลับคืนบริษัทต้นทาง หลังพบข้อเท็จจริงว่า บริษัท ดับบลิว เอ็ม ดี ไทยฯ ไม่ได้มีใบอนุญาตนำเข้าซากอิเล็กทรอนิกส์ จึงไม่มีสิทธิ์คัดแยกหรือครอบครองชิ้นส่วนดังกล่าว ตาม พ.ร.บ. วัตถุอันตราย พ.ศ.2535

อย่างไรก็ตาม กรอ.พบว่าบริษัทดังกล่าวได้รับซากอิเล็กทรอนิกส์จาก 3 บริษัทผู้นำเข้ารวมทั้งสิ้น 1,590 ตัน ได้แก่บริษัท ไวโรกรีน (ไทยแลนด์) จำกัด จำนวน 1,120 ตัน บริษัท โอ.จี.ไอ จำกัดจำนวน 350 ตัน และบริษัท เจ.พี.เอส เมทัลกรุ๊ปอินเตอร์เนชั่นแนล จำกัดจำนวน 120 ตัน นอกจากนี้ บริษัท ดับบลิว เอ็ม ดี ไทยฯ ยังต้องดำเนินการส่งซากอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าวไปยังบริษัทผู้นำเข้าภายใน 30 วัน หลังจากที่ได้รับคำสั่ง

โดย กรอ.จะกำชับเรื่องกระบวนการขนส่งให้เป็นไปอย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพตามมาตรฐานของกรมโดยการใช้ระบบ GPS พร้อมทั้งให้ทางบริษัทจัดส่งบันทึกเส้นทางการเดินรถตั้งแต่ต้นทางจนถึงบริษัทผู้นำเข้าเพื่อป้องกันการลักลอบทิ้งระหว่างทางขนส่งอย่างเข้มงวด

พร้อมกันนี้กรอ.ได้ส่งเจ้าหน้าที่ร่วมกับกรมศุลกากรประจำการที่ท่าเรือแหลมฉบัง เพื่อร่วมตรวจสอบตู้สินค้า ที่อาจเข้าข่ายต้องควบคุมตาม พ.ร.บ.วัตถุอันตราย พร้อมกับลงพื้นที่ในจังหวัดนครปฐม สมุทรปราการ ฉะเชิงเทรา และชลบุรี เพื่อตรวจสอบความถูกต้องของทั้ง 148 โรงงานที่รับรีไซเคิลซากอิเล็กทรอนิกส์

นอกจากนี้ ยังจะมีการทบทวนกฎระเบียบการควบคุมการเคลื่อนย้ายของเสียอันตรายและการกำจัดข้ามแดนร่วมกับคณะอนุกรรมการอนุสัญญาบาเซล เสนอต่อคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ เพื่อเป็นทิศทางในการกำหนดนโยบายการนำเข้าชิ้นส่วนอุปกรณ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ที่เป็นวัตถุอันตราย เช่นเดียวกับกรณีแบตเตอรี่ตะกั่ว – กรด โดยคาดว่าจะรู้ผลภายในเดือนมิถุนายน 61 นายมงคล กล่าวสรุป

ฮือฮาภาพว่อนเน็ต อดีตพระมหาศาสนมุนี (หลวงพี่แป๊ะ) ลาสึกเงียบ นั่งคู่สาว

ภาพว่อนเน็ต อดีตพระอุปัฏฐาก (อุ-ปัด-ถาก) สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ แอบสึกเงียบๆ ก่อนเซลฟีกับสีกาสาว

เกิดเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางในโลกออนไลน์ เมื่อปรากฏภาพชายคล้ายพระมหาศาสนมุนี หรือ หลวงพี่แป๊ะ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ และพระอุปัฏฐากประจำตัวสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ (ช่วง วรปุญฺโญ) เจ้าอาวาสวัดปากน้ำ กรรมการมหาเถรสมาคม อดีตผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช แต่งกายในชุดฆราวาส สวมหมวกและแว่นตา นั่งคู่กับผู้หญิงคนหนึ่ง

หลวงพี่แปีะ

ซึ่งเมื่อสอบถามไปยังวัด ปากน้ำ ได้ความว่า เจ้าคุณแป๊ะไม่ได้กลับวัดมานานแล้วมากกว่าครึ่งปี ทราบเพียงว่าไปอยู่ที่วัดไทยในต่างประเทศแถบทวีปยุโรป แต่ไม่ทราบว่าประเทศใด และวัดยังไม่ได้รับหนังสือแจ้งจากพระมหาศาสนมุนีถึงการลาสิกขาแต่อย่างใด ซึ่งตามปกติเมื่อพระสงฆ์ลาสิกขา ต้องแจ้งให้ทางเจ้าอาวาสวัดทราบ แต่ขณะนี้วัดเห็นภาพที่ส่งต่อๆ กันมาเท่านั้น

สำหรับเจ้าคุณแป๊ะ กลายเป็นที่รู้จักสืบเนื่องมาจากตกเป็นผู้ถูกกล่าวหากรณีเลี่ยงภาษีนำเข้ารถเบนซ์โบราณ เมื่อประมาณปี 59-60 สุดท้ายอัยการสั่งไม่ฟ้อง เนื่องจากไม่มีพยาน หลักฐานใดพิสูจน์ได้ว่าเจ้าคุณแป๊ะรับรถเบนซ์ไว้ ทั้งที่รู้ว่าเสียภาษีสรรพสามิตไม่ถูกต้อง

วิจารณ์แซด!! ชายสวมเสื้อ ตร. คล้ายเมาขับ ก่อนจะลงรถมากร่างใส่ปชช.

ชาวสวมเสื้อตำรวจ คล้ายคนเมา ก่อนลงจากรถมากร่างใส่ประชาชน ชาวเน็ตคุ้ยประวัติพบไม่ได้เป็นตำรวจ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในโลกออนไลน์ได้มีการแชร์คลิปจากผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ Mark Thanakorn ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่เจ้าของคลิปกำลังจอดรถติดอยู่ในช่วงรถไฟกำลังแล่นผ่าน จากนั้นได้มีชายสูงวัยคนหนึ่งลงรถจากรถเก๋งคันที่อยู่ด้านขวาโดยสวมเสื้อกั๊กติดโลโก้ตำรวจ ก่อนเดินตรงมาที่รถเจ้าของคลิปและถามว่า ‘ขับเร็วไหม’ และยืนทำท่าทางคล้ายคนเมาแล้วเดินกลับไปที่รถ หลังจากนั้นได้หยิบวิทยุสื่อสารมาทำท่าทางคล้ายลักษณะกำลังคุยวออยู่ ทั้งนี้เจ้าของโพสต์ได้ระบุว่าชายคนดังกล่าวมีลักษณะคล้ายคนเมา

ภายหลังคลิปดังกล่าวได้มีเผยแพร่ออกไปมีผู้ใช้เฟซบุ๊กจำนวนมากเข้ามาแสดงความคิดเห็นกันอย่างกว้างขวาง อย่างไรก็ตามมีคนขุดคุ้ยประวัติของชายที่สวมเสื้อตำรวจแท้จริงแล้วพบว่าไม่ได้เป็นตำรวจแต่อย่างใด แต่เป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยชื่อดังแห่งหนึ่ง

ขอบคุณ Mark Thanakorn